โปรดโยม แม่….ในนรก

โปรดโยม แม่….ในนรก

1218
0
แบ่งปัน
(เรื่องนี้ เราถามตอบกันในกลุ่มไลน์ เพื่อนภิกษุบางท่านอยากฟัง จึงนำมาลงไว้)…. เป็นเรื่องตอบต่อจากข้อสงสัยที่เทศน์ไว้.ท่านมหาท่านถามมาเมื่อตอนเช้านี้ เมื่อข้าได้คุยให้ฟังถึงเรื่อง การอุทิศบุญไปแล้ว ถึงหรือไม่ถึง เหตุมันมีว่าสมัยหนึ่งข้าเคยเล่าว่า ข้าเจริญสมาธิ จิตได้ออกไปยังขุมนรก จะว่าตั้งใจก็ไม่ได้ มันเป็นฝันทั้งที่นั่งสมาธิอยู่นั่นแหละในนรกนั้น มีสัตว์นรกผู้หนึ่งผอมแห้งและหิวโหย เป็นวิญญานอยู่ ในสัญญาผู้หญิงเสื้อผ้าไม่มีใส่

นางแหวกวงล้อมฝ่าเปลวเพลิงที่แผดเผา มาจับที่ขาข้าไว้ บอกว่า.. ท่านจำอิชั้นได้ไหม ช่วยอิชั้นด้วย…ฉันเคยเป็นแม่ท่าน ท่านจำได้ไหม… !!

สภาวจิต ย่อมรู้ได้ ว่าท่านนี้เคยเป็นแม่เราเมื่อกาลก่อน เป็นอดีตที่ถอยหลังไปนับร้อยๆชาติ ท่านผู้นี้เป็นผู้ที่รักข้ามาก ทำทุกอย่าง เพื่อให้ลูกตัวเองเป็นใหญ่ ทำทุกอย่าง เพื่อครอบครัวอันเป็นที่รัก

ท่านต้องคตโกง ฆ่าฟัน เหยียบย่ำผู้อื่น เพื่อให้ได้มาเพื่อลูกอันเป็นที่รัก มีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ยอมให้น้อยหน้าใคร

ท่านเอง ก็โดนตระกูลเหยียบย่ำมาก่อน ด้วยความไม่ยอม จึงถีบตัวเองขึ้นมา เป็นแม่ที่มีสมบัติมหาศาล เลี้ยงดูปกป้องลูก ให้เป็นคนดี

ท่านนี้ ก็ได้ทำบุญกุศลไว้เยอะ ทานที่ได้กระทำไว้ เยอะมากมายไม่ได้ช่วยให้ท่านได้พ้นนรก ท่านสร้างวัด สร้างเจดีย์ สร้างองค์พระ และโรงทานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ท่านใช้เงินอันมหาศาล ในการทำทาน เพื่อชดใช้ และเป็นเครื่องถ่ายโทษ ที่ท่านได้ทำกรรมกับผู้อื่น ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ

ปลายชีวิต ท่านได้อยู่บำเพ็ญศีลภาวนา ตักบาตรไม่เคยขาด สร้างกุศลไว้มากหลาย ในใจคิดว่านี่คงเพียงพอที่จะชดใช้ กรรมที่ตัวเองทำได้ทำเอาไว้

แต่วันกายแตกตาย วิญญานพุ่งลงสู่นรกทันที บุญที่ทำไว้ ช่วยอะไรไม่ได้เลย ถือศีล ปฏิบัติธรรม สร้างวัดวาอาราม สร้างองค์พระมากมาย ช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย

ที่ช่วยไม่ได้ เพราะท่านไม่ได้ฟอกจิต ท่านทำบุญทำทานขึ้นมา เพื่อให้ตัวเองเห็นว่า ฉันนี้เป็นผู้ทรงคุณด้านทาน อันเป็นกุศลแล้ว ใจไปเป็นเจ้าของแห่งการทำทาน มีตัวตนในการกระทำ ทำขึ้นมาเพื่อให้ใครได้รู้ได้เห็น ว่าฉันนี้ เป็นคนดี เขาเรียกว่า เป็นการทำทานอย่างเปรต

เปรตทำทานเพื่อหวังในทานที่ทำ ไม่ได้ทำทานอย่างปราชญ์ ขาดผู้ชี้ในการทำทาน อกุศลจึงให้ผลก่อน เพราะกำลังไม่พอ ก่อนตายใจมันไปทุรนทุรายในกรรมที่ก่อ นี่คือวิบาก….

ชีวิตนี้ มันลึกซึ่งเกินกว่าที่เราจะเข้าใจ ตราบใดที่เราคิดเอา ว่านี่ใช่นั่นใช่ นี่ถูกนั่นผิด เราคิดผิดทั้งนั้น เราทำไปด้วยความ ไม่รู้อะไรเลย

ถูกใจก็ชอบไปซะหมด ไม่ถูกใจ ก็ไม่ชอบไปซะหมด และเราก็จ้องทำลาย ในสิ่งที่ไม่ถูกใจนั้นไป อย่างไม่รู้ตัว

ท่านจับขาตรงข้อเท้าข้าแน่น ปากร้องบอก จำได้ไหมๆๆๆ..!! ช่วยฉันด้วยๆ ๆ ฉันทรมารทนไม่ไหว ทำไมฉันต้องโทษภัยกันขนาดนี

ข้าบอกว่าจำได้ แต่จะให้ข้าทำอย่างไร ในเมื่อท่านต้องเสวยกรรมอยู่อย่างนี้ ท่านรับผลกุศลที่ข้าแผ่ให้ไม่ใด้เลย วิบากแห่งไฟมันเผาใจอยู่ ก็ตอนนั้นท่านเป็นผู้เลือก ท่านเลือกที่จะทำบาป ท่านเลือกที่จะสร้างกรรม
ท่านเลือกที่จะสบายในอัตภาพ ในเวลาอันน้อยนิดนั้น ด้วยการเห็นแก่ตัวเอง และครอบครัว

ท่านสร้างบุญไว้เยอะ บุญนั้นเป็นบุญที่มีพื้นฐานจากคนที่ใจยังบาป บุญนั้น เป็นกำแพงกั้น อกุศลไม่ได้ ท่านจะต้องยอมรับผลแห่งการกระทำนั้น ท่านจะต้องทนอยู่ต่อไป ตามวิบากกรรมที่ได้กระทำ ขอให้ท่านจงยอมรับ ท่านเลือกของท่านไว้ก่อน เมื่อตอนมีชีวิต ไม่มีใครไปบังคับท่าน ท่านเลือกทางของท่านเอง ท่านจะต้องยอมรับกรรม ท่านยอมได้ไหม ยอมรับกรรม ทำใจได้ไหม บุญไหนๆจากข้านี้ ช่วยอะไรไม่ได้เลย

ใจท่านรับผลแห่งส่วนบุญไม่ได้ ข้าแผ่ให้แล้ว ผลบุญใดที่ข้าสร้างมา ข้าแผ่ออกไปให้หมด บุญนี้ก็เหมือนไฟที่จุดอยู่ในคบเพลิง ข้ายื่นโคมไฟให้แล้ว ท่านต้องนำโคมไฟของท่านมาติดเอาไฟไป แต่โคมไฟของท่านรับไฟบุญไม่ได้ โคมไฟของท่าน ไม่มีเชื้อ

แม่ข้าน้ำตาไหล ร้องให้นึกถึงผลที่เคยทำ แต่ท่านนึกถึงบุญที่เคยทำไม่ออก นึกได้ว่าแค่เคยทำเขาไว้ ท่านร้องไห้และปล่อยมือไป ปากก็พร่ำไว้ ช่วยชั้นด้วย ช่วยชั้นด้วย..!!

ข้ามองนางจนเลือนหายไปในเปลวเพลิง กำหนดไว้ภายใน สัตว์โลกหนอ นรกมันมี จะรู้กันไหมหนอ ยามมีชีวิตอยู่ เราอยู่ด้วยความประมาทแท้ เพื่อนเราจะรู้กันไหมหนอ นางผู้นี้เคยเป็นผู้ที่ทำทุกอย่างเพื่อข้านะ ข้าจะช่วยนางอย่างไรหนอ

ก่อนออกจากกรรมฐาน เมื่อกำหนดสัญญาสติรู้กาย ข้าก็เปล่งเสียงออกมาในสัญญามโน ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว..!!

ข้าได้กลับไปอีกครั้ง โดยไม่ตั้งใจ เรื่องของจิตนี่ ข้าบังคับมันไม่ได้เลย เวลามันจะออก มันก็ออก ไม่มีใครไปเป็นเจ้าของมันได

ไม่มีนางในที่นั้น จิตจะส่องซอกซอนเท่าไหร่ก็ไม่มี เมื่อกำหนดดู ถึงรู้ว่านางพ้นไปแล้ว ตรงนี้ เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า

วัตถุทานทั้งหลาย ทำเท่าไหร่ก็ไม่พ้นนรก ยังมีสิทธิ์ลงนรก เราอย่าได้ประมาทกัน การอภัยทาน จึงจะพ้นจากนรก แต่ต้องเป็นอภัยที่ใจได้รับการฟอกแล้ว ไม่ใช่อภัย โดยการนึกคิดเอา

ท่านมหาถามว่า เมื่อแม่ข้าอยู่ในนรก ทำไมเมื่อแผ่ส่วนบุญให้ ท่านจึงพ้นนรก ก็เห็นธรรมที่แสดงเมื่อวาน ข้าบอกว่า สัตวนรก รับผลบุญที่อุทิศให้ไม่ได้ ไม่ใช่หรือ

ข้าอธิบายท่านว่า บุญที่ข้าส่งไปแผ่ไป ท่านรับไม่ได้หรอก
แต่กรรมอันเป็นวิบากแห่งสัญญาแม่ลูก นำไปพบเจอ

เมื่อกุศลได้นำมาพบ สภาวะที่ได้ผ่อนคลายจากความร้อนแรงที่แผดเผาใจ แม้เพียงชั่วครู่ เมื่อหยุดสงบจากความเร่าร้อน ดวงจิตที่ทุรนทุราย ย่อมเป็นประกายยอมรับธรรมได้ นั่นก็คือ การยอมรับ

แม่นางไม่ได้นึกถึงบุญ วิบากมันปิดทางบุญ แต่ปิดใจที่มันยอมรับว่าตัวเองมันเลวจริง ไม่ได้.. นางยอมรับแค่เล็กน้อย ว่านางนี้ทำเลวจริง ทำให้นางต้องตกอยู่ในวิบากนี้

การยอมรับแค่เล็กน้อยที่เกิดขึ้นในใจ นางยอมรับชะตากรรมที่จะเกิด แม้ปากจะร้องขอว่า ช่วยชั้นด้วย ช่วยชั้นด้วย..!! ทำให้นางเสวยกรรมเพียงแค่เล็กน้อย แล้วพ้นภูมิ นี่…ที่ประจักษ์มา

การยอมรับ แม้จะเป็นสัตวนรก หากเกิดขึ้นภายในใจแม้เพียงเล็กน้อย แต่ช่างยิ่งใหญ่สำหรับใจ ที่จะพ้นภัยห่างใกลวิบาก ท่านยอมรับก็คือการวาง ท่านวางแล้ว ไม่ต้องดิ้นรน แม้อาการมันจะดิ้นรน

อาการมันดิ้นรนไปตามโปรแกรมจิตว่ามันคือนรกร้อน ใจที่ยอมรับนั้น ช่วยได้แม้แต่สัตว์ที่เสวยกรรม กรรมที่เสวยเกิดจากโปรแกรมสมมุติจิตที่มี

แต่ท่านที่เข้าใจ ท่านที่ถึงทางอันเป็นที่สุดแล้ว นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี บาป บุญ ก็ไม่มี ที่มีเพราะเรามีอยู่ในสมมุติ และสมมุตินี้เราไม่รู้จักมัน สมมุตินี้คือตัวอวิชา อวิชาเป็นที่มาแห่งเหตุทั้งปวง….!!