นั่งโง่ๆก็ฉลาดได้ ถ้ามีปัญญา

นั่งโง่ๆก็ฉลาดได้ ถ้ามีปัญญา

265
0
แบ่งปัน

*** “นั่งโง่ๆก็ฉลาดได้ ถ้ามีปัญญา” ***

นั่งๆอยู่..กลิ่นแห่งอาหารอันหอมหวลก็โชยมาแตะจมูก

จมูกได้กลิ่น มันก็เห็นการปรุงแต่งแห่งสัญญาที่ผัสสะผ่านจมูก มาเป็นความรู้สึก

ความรู้สึกเกิด ความอยากในอาหารอันมีเหตุมาจากสัญญาที่เป็นตัณหาก็ปรุง

ตัณหาปรุง อุปาทานในตัณหาก็เข้าไปขับดันให้เกิดการแสวงหา เหตุแห่งความหิวมันก็เกิด

เหตุเกิดผลก็ตามมา “เห้ยยย..มึงทำไรแดกวะวันนี้..”

ถ้าไม่มีจมูก ความกำหนัดในกลิ่นก็ย่อมไม่มี ความกำหนัดไม่มี เพราะเหตุแห่งไม่มีจมูก
นี่..คนโง่เขาคิดกัน และปฏิบัตแบบโง่ๆกันแบบนี้

พุทธะวิสัยนั้น เป็นผู้มีปัญญา ไม่ใช่เหตุไม่มี ผลก็จะไม่มี อย่างเช่น จมูกไม่มี ก็ไม่มีเหตุแห่งการเกิดกำหนัดทางกลิ่น

เช่นนี้..ตาไม่มี เราก็จะไม่เกิดความกำหนัดยินดีหรือมีตัณหาในรูปด้วย

ใครรูปสวยแค่ไหนก็ไม่มีผลต่อเจ้าของ เพราะเสือกไม่มีตา

คนไม่มีตา ไม่มีจมูก ก็จะกลายเป็นคนไม่มีความกำหนัด ในรูป ในกลิ่น คือว่างเปล่าจากสิ่งเหล่านี้ เพราะไม่มีเหตุให้เกิดสิ่งเหล่านี้

โวะ..อริยะเจ้าชัดๆ..

นี่..นั่งๆมันก็พิจารณาไปเรื่อยแหละ ธรรมชาติแห่งพุทธะ

ที่พูดนี่แค่จะบอกว่า พึงว่างด้วยปัญญาในสิ่งที่มี ไม่ใช่ว่างเพราะเหตุที่มันไม่มี

มันมีก็อยู่กับมันด้วยเหตุปัจจัยแห่งปัญญา ไม่ใช่อยู่ด้วยการพิจารณาว่ามันไม่มี แล้วไม่เอาอะไร

กุรู้แล้วว่าเมื่อจมูกมี ความกำหนัดในกลิ่นก็ย่อมมี เมื่อมันมี เราเลือกได้ ว่าจะดำเนินกับมันอย่างไร

“เห้ยย..หิวว้อยย.ย รีบเอามาแดกเลย” นี่..คือสิ่งที่เลือกแสดงออกไป ในฐานะนักปฏิบัติ

ไอ้ห่า..พิจารณาจนเห็นว่าอะไรๆก็ไม่มี แต่ลืมไป ว่าตัวมึงน่ะมันยังมี

เมื่อมึงมี ตัณหามันก็ผุดขึ้นมาจากใจดวงนี้ไม่รู้จบแหละ..

นี่..มึงจะอยู่ยังไงกับมัน ไม่ใช่อยู่ด้วยความว่างว่ามันไม่มี ทั้งๆที่มึงมันก็มีเป็นเหตุมันอยู่

พระธรรมเทศนา
โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง
วันที่ 28 พฤษภาคม 2563
วัดป่าบุญญพลัง จ.กาญจนบุรี