จอมยุทธแห่งพระธรรมวินัย

จอมยุทธแห่งพระธรรมวินัย

256
0
แบ่งปัน

******* ” จอมยุทธแห่งพระธรรมวินัย ” ******

หวัดดี…

วันนี้ข้าได้เข้าไปอ่านในคอมเม้นท์ เรื่องพระกราบตีนแม่ ข้าเห็นชัดเลยว่า…

ภูมิปัญญาแห่งเด็กๆ บุญญพลังนี่… สุดยอด

มันทำเอา ผู้เป็นพระต้นเหตุนั่น จุกและไปไม่เป็น มีข้อความนึง ที่ข้าอ่านแล้ว สุดยอดมากๆ แห่งความเข้าใจ

คือ มันมองออกและเข้าใจตอบ และตอบได้อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นก็คือ หนุ่มวิน

มึงมาบวชเหอะ ไอ้เหี้ยเอ๊ย มันได้ใจกู..!!!

ที่จริงเรื่องนี้ ข้าเองก็เคยคุยไปแล้ว แต่ไม่นึกว่า เจ้าวินมันจะเข้าใจและถ่ายถอดออกมาให้ สวยงามได้

ได้ใจๆๆ พวกพระอายไปตามๆ กัน นธีก็ให้ความเห็นดี เพ็ญก็ให้ความเห็นดี

คนอ่านเจ้าของความคิดนี่ อ่านแล้วจุก รับรองได้ และมันเป็นการแสดงภูมิปัญญาที่ยอดเยี่ยม ที่พวกพระส่วนใหญ่คาดคิดไม่ถึง

หนุ่มวินเขาให้ความเห็นไปว่า…

“ เรื่องเหล่านี้ไม่เคยเก่าไม่เคยใหม่ และพระอาจารย์ท่านก็เคยเทศน์เรื่องนี้ตอนที่มีข่าวเรื่องพระกราบแม่มาแล้ว

คิดดูเอาเถอะท่านบวชเพื่อมาเอาอะไร

มาเพื่อตามรอยสัจธรรมหรือมาเพื่อตามรอยพระธรรมวินัย

สำหรับผมพระธรรมวินัยเป็นข้อห้ามสำหรับพระใหม่ที่กำลังปรับตัวเป็นพระเพราะผู้เข้าบวชใหม่ย่อมต้องติดนิสัยของที่ติดมาด้วยสมัยตอนเป็นฆราวาส

พระธรรมวินัยจึงได้มีขึ้นเพื่อให้เหล่าพระใหม่ได้พึงรู้ว่าสิ่งไหนควรสิ่งไหนไม่ควร สิ่งไหนทำแล้วโดนโลกตำหนิอย่าได้พึงทำ

และพระธรรมวินัย มีไว้ให้เหล่าพระสงฆ์มากพรรษาที่ขาดสติ ขาดการโยนิโส เพราะเมื่ออยู่นานมากพรรษาเข้าๆ สันดานของความขี้เกียจและความชินชาจะทำให้พระสงฆ์ขี้เกียจที่จะปฏิบัติธรรม

แต่สำหรับพระสงฆ์ที่เข้าใจอะไรๆ แล้วศีล ข้อห้าม พระธรรมวินัยย่อมไม่จำเป็นจะต้องมีเพราะถึงจะทำอะไรก็ตามแต่ ก็ผ่านการโยนิโสเสียแล้ว

หากไม่โยนิโสแค่เดินก็อาบัติ “เพราะขาดสตินะครับท่าน” และพระพุทธองค์ไม่เคยใช้พระธรรมวินัยฟาดฟันใส่พระสงฆ์ผู้อื่นด้วยเช่นกัน

ถูกใจไม่ถูกใจก็เก็บไว้ในใจ เพราะยิ่งแสดงอัตตาของท่านมากแค่ไหนมันก็เป็นแค่การเข้าไปเสือกแค่นั้นเอง “

นี่…เป็นความจริงที่คนคาดไม่ถึง ธรรมวินัยที่มันเอามาฟาดฟันกันนั้น มันเป็นเรื่องของพวกพระที่เพิ่งบวชและพวกพระบวชนาน ที่มันเกียจคร้าน

พวกนี้นี่ จำเป็นต้องเอาพระธรรมวินัยมาขนาบจิต พระธรรมวินัยนี่ มันเป็นปราการด่านกั้นพวกนอกศาสนา

เพื่อให้พวกนอกศาสนา เอาข้อธรรมเหล่านี้ มารักษาใจ และพวกนี้ มักจะเอาข้อธรรมวินัยนี่แหละ เป็นอาวุธฟาดฟันผู้อื่นว่าเป็นพวกผิดธรรมวินัย เพราะพวกมันนี่ ก็เป็นผู้ผิดพระธรรมวินัยเป็นปกติอยู่แล้ว

คำว่าพระนี่.. ไม่มีใครทำผิดพระธรรมวินัย นี่เพราะใจเขาเป็นพระ ความเป็นพระ มันจะมีสติ เกิดความละอายชั่วกลัวบาปเป็นปกติของใจ

แต่พวกที่แค่หลอกตนเองและผู้อื่นด้วยการถากหัวห่มฝาด ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว พระธรรมวินัยนี่ เป็นคอกกั้นอย่างดี เพื่อใช้เป็นการวัดระดับจิตใจ

แยกแยะพวกเหี้ยพวกไก่ ที่พร้อมจะออกมาจากกระเปาะ เพื่อความเป็นพระที่มันจะเกิดขึ้นในใจ

พระธรรมวินัย เป็นแค่เปลือก ที่ใช้ห่อหุ้มใจแห่งความเป็นพระ ไม่มีพระองค์ไหนที่ใจเป็นพระ บ้าพระธรรมวินัย ยึดพระธรรมวินัยอย่างมืดบอดไม่ลืมหูลืมตา

พวกเอาเปลือกอันเป็นพระธรรมวินัย ไปฟาดฟันใคร มันผู้นั้นก็จำนนอยู่ได้แค่เปลือก เท่าที่มันเป็น

และเพราะความที่มันเป็นนี่แหละ มันจึงยึดพระธรรมวินัยจัด พอผิดไปจากที่ใจตนยึด มันก็จะเกิดอัตตาตัวตนแห่งความไม่ชอบใจใครเขาขึ้นมา

เหตุเพราะว่า เห็นคนอื่นมันผิดพระธรรมวินัย พวกนี้จะรักษาพระธรรมวินัยอย่างตาบอดมืดมิด และตัวมันเองก็มักจะไม่ค่อยจะอยู่ในร่องทางพระธรรมวินัยเหมือนกัน

นี่เพราะตามันบอด มันเดินไม่ตรงร่องทาง มันเด้นไปตามใจและความคิดของมัน ว่าใจมันนั้นเดินถูก แม้จะเป็นใจเหี้ยๆก็ตาม

พระธรรมวินัยนี่ เป็นฉลากยารักษาใจ ใจที่ไม่รักษาอาการแห่งใจตามเหตุปัจจัยด้วยสติ พระธรรมวินัยที่จดจำมา มันก็เป็นได้แค่ สลากยาที่หาคุณค่ารักษาอาการไข้อะไรไม่ได้เลย

นี่.พวกบ้าพระธรรมวินัยอย่างมืดบอดตามัว เรื่องพระธรรมวินัยนี่ หากขยายมันก็จะยาว และที่สำคัญ มันไม่เกี่ยวกะพวกเรา

มันเป็นเรื่องของพวกเดียรถีย์ที่บวชเข้ามา แล้วกระทำอาการและกริยาเป็นที่ครหา และทำให้พุทธบริษัทเขาเสียหาย ในสายตาของเหล่าประชาชี

ในสมัยโบราณยุคพุทธกาล กว่าจะบัญญัติพระธรรมวินัยขึ้นมา ก็ล่วงเลยไปถึง 25 พรรษาแห่งการประกาศพระศาสนา

ยุคแรกๆไม่มีพระธรรมวินัย พระพุทธองค์ทรงแสดงวินัยแห่งใจเพื่อรักษาใจแก่เหล่าสาวกก็คือ ปาติโมกข์ศีล

คือ จงทำดี ไม่ทำชั่ว รักษาความดีนี้ ให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป นี่..คือพระธรรมวินัยอันเป็นแก่นธรรมของพุทธศาสนา

ที่พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ได้ทรงประทานเอาไว้เหมือนกันทุกๆพระองค์

ทุกวันนี้ เดียรถีย์ที่ใช้ชื่อว่าพระนำหน้าชื่อ

มักเสือกและยุ่งเรื่องของชาวบ้าน ประท้วงบ้าง สะสมทรัพย์บ้าง สะสมวัตถุบ้าง บ้ายศบ้าตำแหน่งบ้าง บ้าสรรเสริญบ้าง บ้าการเมืองบ้าง บ้าอำนาจบ้าง บ้าฤษีเครื่องลางของขลังบ้าง กูถูกมึงผิดบ้าง และบ้าแม่งตามแต่ใจมันจะคิดเอากันบ้าง

นี่..ตรงนี้ พุทธเมืองไทยเรา กำลังเดินทางใหลไปสู่หุบเหว เพราะความเป็นพุทธ อันเป็นเรื่องและเครื่องหมายแห่งปัญญา

มันกำลังโดนเคลือบด้วยทองบางๆฉาบรูปลักษ์แห่งตัวเหี้ย ให้เป็นเหี้ยทองเดินสง่าในดงขมิ้น ที่คนดีๆเขาเฝ้าหมั่นปลูกรักษาไว้…!!

คืนนี้จึงคุยกันแค่นี้.. สวัสดี..!!

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง