ธาตุรู้, ใจ , ตัวรู้….มันเป็นไฉน

ธาตุรู้, ใจ , ตัวรู้….มันเป็นไฉน

509
0
แบ่งปัน

****” ธาตุรู้, ใจ , ตัวรู้….มันเป็นไฉน “****

ขอสาธุคุณ…

ข้าจะอธิบายธรรมที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนให้ฟัง

มีพระมาถามว่า คำว่าธาตุรู้นี่ เป็นไฉน

เพราะพระอาจารย์ท่าน เขาบอกว่า ธาตุรู้นี่ ก็คือ ใจ

ใจเป็นธาตุรู้ นี่..ท่านเข้าใจมาของท่านอย่างนี้

พระท่านจึงให้ข้าอธิบายธาตุรู้ ให้กระจ่างชัดได้ไหม

ข้าก็จะขออธิบายอย่างพอเป็นร่องเป็นแนวให้ฟัง..

คำว่า ธาตุรู้นี่ ไม่ใช่ใจ

ใจนี่ ไม่มีสภาวะรู้

รู้นี่มันเป็นอาการของใจที่มันผ่านกระบวนการปรุงแต่งจบสิ้นไปแล้ว

ไม่รู้ก็เป็นอาการของใจ ที่มันปรุงแต่งจบสิ้นไปแล้วเช่นกัน

ธาตุรู้นี่จึงไม่ใช่ใจ เพราะตัวใจเองมันก็ไม่มี

ที่มีมันเป็นอาการของจิต

จิตที่ได้ปรุงแต่งมากระบวนการหนึ่งจนมีกองขันธ์รูปและนาม มันจึงจะมีผลเป็นใจต่อเนื่องออกมาได้

และใจที่ต่อเนื่องออกมาได้นี้ มันเป็นอาการหนึ่งของจิต ที่ปรุงแต่งออกมาเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

แต่ถ้าอ่านมาจำมา ปัญญาไม่แจ้งเรื่องธาตุทั้งหลาย

เป็นธรรมดาที่จะเข้าใจว่าใจ คือธาตุรู้ เพราะธรรมท่านมันตันอยู่เพียงแค่นั้น

ธาตุรู้นี่ มันละเอียดกว่านั้น ธาตุรู้นี่มันละเอียดกว่าวิญญาน ที่ก่อเกิดใจ

ละเอียดกว่าจิต ที่ก่อเกิดวิญญาน

ละเอียดกว่าอวิชา ที่ก่อเกิดจิต

นี่..ธาตุรู้ มันเป็นสิ่งที่ละเอียดลงไปตามแนวทางเช่นนี้

หากตีอวิชาไม่แตก อย่าหมายว่าจะเข้าใจคำว่าธาตุรู้

ถึงตีแตก หากไม่ได้ปฏิภาณทางธรรมด้านปฏิสัมภิทาญาน

ก็อธิบายธาตุรู้ไม่ถูก ที่อธิบายออกมา เป็นไปตามเหตุผลที่ตรึกไปตามสัญญาจำ

ธาตุรู้นี่ ไม่ใช่สสาร ไม่ใช่พลังงาน

ธาตุรู้นี่ เป็นธาตุที่เป็นตัวเชื่อมประสานธาตุที่เป็นสสารและพลังงาน ให้มีความเป็นพลังงานและสสาร

ธาตุทั้งสี่ ไม่มีอายตนะ แต่ธาตุรู้มีลักษณะเป็นธาตุแห่งอายตนะ

เพราะเหตุปัจจัยแห่งธาตุที่เป็นอายตนะ

การผัสสะแห่งธาตุทั้งสี่ คือดิน น้ำ ลม ไฟ มันจึงเกิด

การเกิดแห่งผัสสะนี้ เป็นเหตุให้เกิด อวิชา

การเกิดแห่งอวิชา เป็นเหตุให้เกิด จิต

การเกิดแห่งจิต เป็นเหตุให้เกิด วิญญาน

การเกิดแห่งวิญญาน เป็นเหตุให้เกิด นามรูปขึ้นมา

การเกิดแห่งนามรูป เป็นเหตุให้เกิดตัวตน มีความสุข ทุกข์ ถูกใจ ไม่ถูกใจ เกิด แก่ เจ็บ ตาย กันขึ้นมา

เพราะเหตุแห่งนามรูป มันมีช่องต่อที่เรียกกันว่าอายตนะ

มันอาศัยอายตนะผัสสะ จนเกิดเวทนาขึ้นมาเป็นตัวรู้ ในกองนามรูป

เพราะความที่รู้ในเวทนา ที่ยังมีกระบวนการปรุงที่เรียกว่า เจตสิกอีก

จนกลายมาเป็นเวทนา

เวทนาตัวนี้เป็นสมมุติปรุงแต่งที่จบสิ้นกระบวนการไปแล้ว

เกิดเป็นวิญญานรู้ขึ้นมาในกองเวทนา

เราทั้งหลายจึงเข้าใจว่า ตัวรู้ที่เกิดจากกระบวนปรุงแต่งนี้ เป็น ธาตุรู้ และเข้าใจว่า นี่เป็นใจที่รู้

ตัวรู้ทั้งหลายที่เกิดกับใจ พวกเลยเหมาว่าเป็นธาตุรู้ และโม้เรื่อยเปื่อยไปเรื่อย เพราะไม่มีใครรู้

แนวที่อธิบายมาตรงนี้ คงมีแนวทางพอเข้าใจได้ละมั้ง ว่าธาตุรู้ที่เข้าใจ มันไม่ใช่ใจ อย่างที่เข้าใจกัน..!!

พอดีมีแขกพับผ่าซิ อดฟังต่อ..!!

พระธรรมเทศนา วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง