การระงับความโกรธอย่างผู้มีปัญญา

การระงับความโกรธอย่างผู้มีปัญญา

103
0
แบ่งปัน

*** “การระงับความโกรธอย่างผู้มีปัญญา” ***

ขอสาธุคุณให้มีแต่ความสุขความเจริญ

ความโกรธนั้น มันเป็นธรรมชาติของเครื่องอยู่จิต

เป็นโปรแกรมรักษารูป

คือผลักออกจากสิ่งที่เป็นปรปักษ์ต่อรูปและจิตสังขาร

การแสดงออกอาการทางโกรธนั้น เริ่มที่ใจ

เมื่อผัสสะแล้วเกิดความรู้สึก

เมื่อรู้สึกตัณหาก็จะเข้ามาครอบงำ

พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง เฉยๆ บ้าง

เหล่านี้คือตัณหาที่ใหลและสร้างความโกรธขึ้นมา

หากพอใจ ก็ไหลไปทางโลภ คืออยากเอาเข้า

หากไม่พอใจ ก็ใหลไปทางโกรธ คืออยากเอาออก

หากเฉยๆ นี่อุปาทานที่เป็นโมหะ คือหลง

เพราะมันไม่ถึงทิฐิ

หากถึงทิฐิ อาการดำเนินมาทาง พอใจและไม่พอใจ
มันจะปรากฏ

คนเรานั้น..เมื่อต้องกับสิ่งที่ไม่พอใจ

อาการหวงรูปมันก็จะเกิดเป็นธรรมดา

นี่เป็นธรรมชาติปกติของสังขารจิต ที่อาศัยอวิชา

การผลักไสในสิ่งที่กระทบ มันจะก่อเกิดขึ้นมา

และไหลเชี่ยวแรงขึ้นๆๆ

จนเจ้าของตกลงไปในกระแส

อาการที่สื่อออกมาจากการแสดงออกทางกาย

ก็เริ่มทวีผลออกมารุนแรงขึ้น

ตามความเชี่ยวกรากของอารมณ์

จนที่สุดก็จะแสดงการกระทำในการสื่อออกมาจากใจ

ที่ไหลลงไปในกระแสแห่งความโกรธ

คนที่แสดงด้วยการสื่อออกมาในความโกรธ

และกระทำมันขึ้นมาด้วยกาย จนครบองค์ประกอบ

คือใจ วาจา กาย หรือทางกาย วาจา ใจ ที่เราคุ้นเคย

ภพแห่งวิบากและเจตนาก็จะเกิด

ภพก็คือเหตุแห่งวิบาก

วิบากเหล่านี้ก็จะมาให้ผลแก่เจ้าของ

ตามความหนาแน่นและเจตนาที่แสดงออกมาทางกาย วาจา ใจ

ใจนี่..คือตัวปรุงแต่งเมื่อยามผัสสะ

เราห้ามไม่ได้ เพราะมันเนื่องด้วนอายตนะ

วาจา คือการสื่อออกมาจากใจ

เราห้ามและข่มมันได้ด้วยสติและสัมปชัญญะ

กาย คือการกระทำออกมา

จากการไหลของกระแสที่เชี่ยวกรากจนเจ้าของห้ามไม่อยู่

แต่กายเราก็ห้ามได้ด้วยจิตสำนึก

และความละอายชั่วกลัวบาป ด้วยการพิจารณาหรือโยนิโส

การก่อกำเนิดแห่งวิบากที่อาศัยตัณหาแห่งการโกรธ ย่อมไม่เกิด

ที่ไม่เกิดเพราะอาศัยภพ ที่ไม่ครบองค์ประกอบ สร้างวิบากอันเป็นอกุศลไม่ได้

ฉะนั้น..การตั้งมั่นและการพิจารณาอยู่เนืองๆ

เป็นการระงับความเชี่ยวกรากแห่งกระแสจิตที่ผุดขึ้นมาไม่รู้จบได้

ใจก็จะไม่ใหลไปทางสมุทัย ให้เจ้าของก่อเกิดภพแห่งทุกข์ ที่อาศัยสมุทัยเป็นตัวก่อเกิด

พระธรรมเทศนาวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยพระอาจารย์ ธรรมกะ บุญญพลัง