วิญญานที่โดนกักขังด้วยความไม่รู้ ท่อน 4

วิญญานที่โดนกักขังด้วยความไม่รู้ ท่อน 4

315
0
แบ่งปัน

***** “วิญญานที่โดนกักขังด้วยความไม่รู้ ท่อน 4” ****

เมื่อวานว่าถึงไหนก็ไม่รู้ พวกโทรมาทวงแต่เช้า กะลังนั่งสมาธิอยู่ เดี๋ยวสาปเป็นหนุมานซะเลย

พูดถึงไอ้ติ๋วก่อน ไอ้ติ๋วนี่ มันเป็นคนมีเซ้นต์ที่แจ่มใสทางด้านมโน มันรู้ของมันได้เองโดยการดูทางใน

มันคุยกะผีได้ ข้าจึงเรียกให้มันเข้าไปคุยกะผี ให้ถามดู ว่าผีต้องการอะไร ทำไมถึงได้มารบกวน

ไอ้นังติ๋วเดินส่ายอาดๆเข้าไปคนเดียว ส่วนข้ากะไปรอฟังข่าวที่เชียงราย เผื่อผีมันเปรี้ยวขึ้นมา จะได้หลบมันทัน

ไอ้นังติ๋วเข้าไปยืนพยักหน้า ส่งเสียงอือๆๆๆ คนเดียวอยู่พักใหญ่ ข้านี่เตรียมเหล่ไม้หน้าสามไว้

เกิดผีเข้านังติ๋วขึ้นมา ข้าจะได้หวดกระบาลมันแล้วรุมนวดด้วยหน้าแข้งชาวบ้าน

นังติ๋วเดินเดินกลับออกมา เจ้าผีสองตัวนั่นก็เกาะหลังออกมาด้วย

นังติ๋วนี่ มันแจ่มใสทางโสตตะ แต่มันบอดทางจักษุ นี่..คนเรามันก็ได้ไม่เท่ากันในพลังแห่งจิต

ติ๋วมาบอกว่า ผีที่ออกมารุกรานนั้น เป็นผีของพ่อแม่เจ้าของบ้าน

ที่ออกมารบกวน เพราะลูกชายและสะใภ้ได้บอกว่า

“แม่..ไปอยู่กับหนูด้วยกันนะ แล้วจะเอากระดูกไปไว้ในเจดีย์ที่วัดให้มีความสุข”

นี่..ผีมันบอกนังติ๋วมัน นังติ๋วบอกต่อว่า รับปากแล้วก็ไม่ยอมทำ นี่ผ่านมาจะสิบปีแล้ว กระดูกก็ยังอยู่บนเสาที่เดิม

ข้าถามเจ้าบ้านว่า เป็นเช่นนั้นจริงไหม พวกเขาพยักหน้า และรับปากว่า จะนำเอากระดูกพ่อกะแม่ไปไว้ในเจดีย์ที่วัด

ข้าจึงบอกว่า ให้ทำพิธีเชิญกระดูกพ่อแม่ไปอยู่คอนโดที่วัดได้แล้ว พวกเขาพยักหน้ารับปาก

ผีสองตัวนั้น กระโดดลงมาจากหลังนังติ๋ว ก้มลงกราบข้า พูดอะไรไม่รู้ ข้าไม่ได้ยิน

แต่นังติ๋วมันบอกว่า ผีมันขอบใจหลวงพี่ นี่..ผีมันบอกว่าอีกว่า หลวงพี่น่ะเป็นเจ้านายเก่ามันในอดีต

ข้าพยักหน้า เออๆๆ เห็นผีมันลอยตุ๊งเเหน่วๆๆ กลับเข้าบ้านไป

นี่..เรื่องศพนี่ ท่านผู้รู้ท่านจึงให้ทำการเผาซะ ไม่ควรจะเก็บไว้

เมื่อเผาแล้ว ให้นำกระดูกไปฝังดินหรือลอยอังคารไปซะ บอกกล่าวให้วิญญานท่านเหล่านั้นเป็นอิสระ

การที่เรานำกระดูกมาไว้บ้าน ด้วยคำพูดของเราเช่น ไปอยู่ด้วยกันนะ มาอยู่กับหนูนะ หรืออะไรก็ตาม

วิญญานที่ยังไม่หมดอายุขัย ก็จะติดตามมาอยู่ด้วยทันที นี่..เป็นการเอาผีเข้าบ้าน

ถามว่าดีไหม..??? ถ้าเราทำบุญอุทิศกุศลอยู่เนืองๆ มันก็ดีเขาก็อยู่อย่างสุคติ

แต่ไม่นานเราก็ต้องตาย แต่วิญญานเหล่านี้ ยังคงอยู่

ลูกหลานที่สืบทอด อาจจะไม่ได้ระลึกถึง วิญญานเหล่านี้ก็จะรบกวนพวกเขาได้อีก ด้วยความเคยชินในการได้รับการเซ่นไหว้

ในกรณีเจ้าบ้านที่โดนผีพ่อแม่รบกวนนี่ เป็นเพราะเอากระดูกที่เหลือจากการเผาซาก มาเก็บไว้ในโกฏิ

บอกกล่าวต่อผีว่า แม่มาอยู่ด้วยกันกะหนูนะ แล้วหนูจะทำเจดีย์ เอากระดูกแม่ไว้ในเจดีย์ที่วัด

ด้วยเจตนาเช่นนี้ วิญญานนั้นไปไหนไม่ได้ มันติดพันธะสัญญา

เมื่อกาลเวลาผ่านไป ยังไม่เอาไปไว้ที่เจดีย์อีก

พวกเขาจึงออกมาทวงสัญญา ด้วยการรบกวนและหลอกหลอนให้รู้ว่า ลูกหลานน่ะลืมสัญญา

บางคนตอนมีชีวิตอยู่ ได้สั่งลูกหลานไว้ว่า หากตนตายลง อย่าเอากระดูกตนไปลอยน้ำนะ ตนกลัวหนาว

เช่นนี้..ให้เอาไปฝังดิน หรือโปรยลอยไปในอากาศแทน เพราะหากเอาไปลอยอังคาร วิญญานเขาจะไม่มีความสุขด้วยพันธะสัญญาแห่งอุปาทานที่เขาผูกไว้

หากในกรณีชิ้นส่วนของผู้ตายได้มอบไว้ให้ก่อนตาย เช่นฟัน ผม หรือเล็บ

ชิ้นส่วนเหล่านี้ จะมีวิญญานอื่นสิงแทน ไม่ใช่ตัวเจ้าของชิ้นส่วนมาสิงเป็นเจ้าของอยู่

เมื่อตายลง ชิ้นส่วนเหล่านั้นก็เป็นแค่อนุสรณ์อย่างหนึ่งของผู้ตาย ที่มีวิญญานอื่นสิงอยู่เท่านั้น ไม่มีพลังงานรบกวนอะไร

เรื่องการเก็บซากไว้ จะเป็นซากหลวงปู่หลวงพ่อ หรือซากพ่อซากแม่อะไรนี่

หากผู้ตายสิ้นอายุขัยจริงๆ วิญญานอื่น จะเข้าไปสิงซากนั้นแทน

หากยังไม่สิ้นอายุขัย ยังเหลืออายุขัยแห่งวิญญาน วิญญานนั้นก็จะอยู่รอบๆซากนั้น ไปไหนไม่ได้เช่นกัน

มีซากครูบาอาจารย์หลายซาก ที่ข้าได้สัมผัสพูดคุยด้วย ท่านไปไหนตามวิบากบุญไม่ได้ เพราะเป็นห่วงลูกหลาน และเครื่องเซ่น

หากทำการเผาซาก และอธิฐานจิตให้เจ้าของซาก วิญญานเขาก็จะได้รับการปลดปล่อย

บางซาก วิญญานเจ้าของซากอยู่ใกล้ๆซาก เข้าไปสิงในซากไม่ได้ เพราะซากที่นอนนิ่งๆอยู่นั้น มันโดนวิญญานอื่น มันยึดซากไว้และสิงซากอยู่

ในจักวาลนี้ วิญญานเป็นสิ่งที่อยู่กันอย่างหนาแน่นที่สุด มันเป็นเหมือนอนุมูลอิสระที่ขาดคู่

อะไรที่เป็นรูป วิญญานที่ล่องลอยเหล่านี้ จะเข้าไปยึดเพื่อสถิตย์ทันที ต้นไม้หนึ่งต้น มีวิญญานสถิตย์ตั้งแต่รากยันยอด แบ่งอาณาเขตเป็นส่วนๆกันออกไป

ศพที่นำมาเป็นอาจารย์หมอ ซากเหล่านั้น ก็มีวิญญานครอง

แต่วิญญานเหล่านั้นอาจไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม วิญญานเจ้าของร่างเดิมที่แสดงเจตนาไว้ เกือบทั้งหมด ต่างมีที่สิงสถิตย์ที่สุคติภูมิแห่งวิบากเขา

คนที่ตายไปแล้วเหลือเพียงแต่ซาก เราควรนำเอาไปเผา หรือเอาไปฝังก็ได้

การฝังก็เป็นประโยชน์ต่อเหล่าหมู่หนอน และเป็นปุ๋ยให้แก่พืชทั้งหลาย วิญญานเขาก็เป็นอิสระ

ส่วนซาก ก็เป็นธรรมชาติส่วนหนึ่งของธาตุไป ที่วิญญานล่องลอยดวงไหนก็มีสิทธิที่จะสถิตย์ได้

ขอให้เราเปิดดวงตาขึ้นมาเห็นความจริง จะได้ไม่หลงงมงายกับสิ่งที่มองไม่เห็นแล้วทึกทักเอา

ภูมิปัญญาเราอาจเข้าใจสิ่งนี้ได้ยาก แต่เรา มีสิทธิ์ที่จะไม่งมงายกับสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยภูมปัญญาเรา

เหล่าผีและวิญญานนั้นมันมี แต่มันก็มีไปตามธรรมชาติของมันอย่างนั้น ไม่มีอะไรวิเศษวิโสเกินกว่าหัวใจ ที่มันมีปัญญา

คนตายไปแล้ว พึงยอมรับความพรากที่มันเกิด สิ่งเหล่านี้มันเกิดกับทุกคนเป็นธรรมดา

เราพึงทำวันนี้ให้มีค่า ในเวลาที่ยังมีชีวิต อย่าให้กาลเวลามันปลิดห้วงชีวิตสูญหายไปตามกาลเวลาโดยไม่มีค่าอะไรขึ้นมา

ตื่นมารับรู้ความจริงซะบ้าง อย่าแกล้งหลับทั้งๆที่มันยังตื่นอยู่

เรามันใช้ชีวิตที่จมอยู่กับตัวตน จนมองความจริงอะไรไม่เห็นความทุกข์ทั้งหลายมันก็เลยเกิด

หมั่นย้อมใจตัวเองด้วยศรัทธาและปัญญาที่มันเสมอกัน ซักวัน..เราจะไปเจอกันที่แสงแห่งปลายอุโมงค์..!!

พระธรรมเทศนาโดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559