ศรัทธาจนงมงายหรือ…!!!

ศรัทธาจนงมงายหรือ…!!!

1239
0
แบ่งปัน

ศรัทธาจนงมงายหรือ...!!!ขอสาธุคุณ ขอให้ทุกท่านเจริญๆๆๆ และร่ำรวย

มางานกฐินที่ขอนแก่น จึงไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาคุยกัน เมื่อวานก็ไม่ได้ส่งบทธรรมเข้ามาในหน้าเพจ

เหตุเพราะมีน้องๆ มาฟังธรรม สดๆ กันตั้งแต่เช้าตรู่ จึงขาดหายไป 1 วัน

วันนี้ก่อนเดินทาง จึงนำมาแสดงไว้ พรุ่งนี้ หากไม่ติดอะไร หลังออกจากกรรมฐาน ตอนเช้ามืด จะส่งให้ปกติ

ที่อีสานนี้ เหล่าศรัทธาในพุทธบริษัท มีความศรัทธาสูง แต่ความหนาแน่นในศรัทธา มันล้นออกไปจนกลายเป็นความงมงายไปเลย

ข้าเองได้นั่งมองดูในศาสนพิธี ที่ชาวพุทธเรากำลังแสดงและกระทำกันอยู่ อย่างผู้พิจารณา

เรื่องความงมงายในศาสนพิธี เกิดจากความเชื่อ สืบๆ ต่อๆ กันมา โดยไม่มีใครผู้ใดเข้าไปชี้

ข้าเองมองในมุมของสงฆ์ผู้อยู่ป่า และไม่ได้บวชมาเพื่อดำเนินไปตามจารีตประเพณีแห่งศาสนพิธี

มันจึงมองเห็นมุมมองอีกหลายมุม ที่ได้ประจักษ์ ตามเหตุปัจจัยที่เห็นการกระทำ มันเป็นเปลือกอย่างหนึ่ง ที่ไม่สามารถเข้าถึงความเป็นเนื้อเยื่อแห่งความเป็นพุทธได้

การบวชมาเพื่อแก้ข้อสงสัย เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง มันเข้าใจและไม่สงสัยอะไรเลย ว่า ที่พระพุทธองค์ทรงแยกเหล่าหมู่สงฆ์ออกเป็น 4 ประเภทนั้น มันเป็นจริงตามนั้น

ประเภทแรก คือ บวชมา ”อยู่” เพื่อสัจธรรม

ประเภทที่สอง บวชมา “เพื่อ” ค้นหาสัจธรรม

ประเภทที่สาม บวชมาเพื่อ “เผยแผ่” สัจธรรม

ประเภทที่สี่ บวชมาเพื่อ “ประทุษร้าย” ต่อสัจธรรม

ขอให้เราเข้าใจ ว่าสงฆ์ทั้งหลาย มันแบ่งแยกออกไปได้หลากหลายประเภท เราอย่าได้เข้าใจรวมกัน ว่าขึ้นชื่อว่าถากหัวห่มฝาดแล้ว มันจะมีจริตวิสัยเหมือนๆ กัน

ประเภทที่เป็นบุตร เป็นทายาท เป็นเนื้อนาบุญ คือ ประเภทที่ 1 กับ ประเภทที่ 2 เราต้องใช้ปัญญาพิจารณาแสวงหาและค้นคว้าเอาเอง ตามภูมิวาสนา

ถ้าได้พบเจอก็เป็นบุญเป็นกุศลเรา เราจะได้รู้เห็นแทงใจในเรื่องราวแห่งการเกิดกำเนิดมา เพื่อความพ้นทุกข์

ประเภท รับจ้าง อยู่เพื่อเลี้ยงชีพ อยู่เพื่อปกป้องอาชีพ อยู่เพื่อเป็นพ่อค้าแม่ค้าให้แก่ศาสนา นี่… เป็นสงฆ์ประเภทที่ 3

ประเภทที่เป็นโจรแอบแฝง เป็นพวกตาบอดดื้อด้าน ไม่เห็นการกระทำและความคิดของตนเอง แต่คิดว่าตนเองเดินทางถูก รู้ธรรมมาก ขาดการพิจารณาในหลักเหตุผล

ขยายธรรมออกไปเพื่อเผยแผ่โดยขาดการตรอง ที่มาจากภูมิปัญญา ประเภทนี้ เป็นสงฆ์ประเภทที่ 4

ข้าเองเห็นเหล่าหมู่สงฆ์ ที่ท่าทีนอบน้อม ต่างเดินเข้ามา ท่ามกลางศรัทธาผืนใหญ่ของชาวบ้าน เห็นแล้วน่าภูมิใจ ที่พุทธไทยหนาแน่นไปด้วยศรัทธา แม้ไม่มีหูรูดก็เหอะ

เหล่าสงฆ์ต่างนั่งกันเรียบร้อย เจริญพุทธมนต์ ชาวบ้านต่างรับศีล ฟังดูแล้วมันชื่นใจตามวิสัยสัญญา ที่เคยมี

เมื่อจบพิธี ชาวบ้านก็ขานเป็นบาลี แจกซอง แล้วต่างคนก็ต่างลุกจาก กลับบ้านกลับวัดกันไป

ข้านั่งดูตั้งแต่ต้นจนจบ ในมุมของผนังปูนสากๆ เหมือนดูหนังที่กำลังแสดงและดำเนินไปตามบทบาทวิถี นี่..พุทธเรา เขานิยมกันแบบนี้

ทำไมไม่มีใครอธิบายอะไรให้ชาวบ้านเห็นข้อธรรม หรือการกระทำแนวทางแห่งจิต อันเป็นที่ตั้งแห่งใจกันเลย

นี่…ทำแค่นี้ ชาวบ้านก็ปลื้มใจ เป็นบุญเป็นกุศลหลายๆ แล้ว นี่..เป็นการทำบุญแห่งพุทธวิถี คือ เหล่าสงฆ์มานั่งสวดภาษาบาลี จบพิธีรับตังค์ ต่างคนต่างไป..

แค่นี้จริงๆ ต่างปลื้มใจกันหนักหนา แค่นี้จริงๆ พรุ่งนี้ก็เป็นเช่นนี้ ต่อๆ ไปก็เป็นเช่นนี้ เป็นเช่นนี้แล้วเกิดปัญญาตรงไหน ?

ที่จริงมันก็ดี มันเป็นเปลือกเพื่อรักษา จารีตแห่งความเป็นประเพณีไทย แต่การบวชนั้น เราบวชเพื่อพ้นทุกข์ หรือบวชเพื่ออะไร

บวชเพื่อเป็นไปตามแนวทางแห่งนิยาม ที่พระพุทธชินสีห์ชี้ ว่าพระสงฆ์เรานี้ มี 4 ประเภท แล้วเรา อยู่ในประเภทไหนหนอ

โชคดีจริงๆ ที่ข้านี้อยู่ป่า บวชมาไม่เคยเข้าร่วมศาสนพิธี ชีวิตนี้บวชมาเพื่อจะทำสมาธิจิต เมื่อทำแล้วเกิดปัญญา ก็มุ่งหน้าเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง

การทำพระนิพพานให้แจ้ง เป็นการแสลงใจของเหล่าสงฆ์ ประเภท ที่ 3 และ 4 จริงๆ เพราะวิถีมันดำเนินไปตามแนวทางและครรลองไปคนละเรื่องกัน

วันนี้… เป็นอีกวันที่โชคดี ได้อาจารย์ดีแห่งธรรมของชาวบ้านชี้แนว จนเกิดแสงสว่างโล่ขึ้นมาในใจ ดีใจ ที่ได้บวชมาแล้วไม่ได้สร้างค่า เพื่อทำมาหากินด้วยศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระพุทธชินสีห์

อยู่ง่ายๆ กินง่ายๆ ด้วยกำลังเท่าที่มี ชีวิตนี้พอเห็นแจ้ง แสนภูมิใจที่ได้อุทิศกายและใจ เพื่อมุ่งไป “..สู่นิพพาน..”

ข้า..ขอตายคาผ้าฝาด โดยไม่ยอมเด็ดขาดที่จะขายตัวให้แก่ศาสนพิธี เพื่อเลี้ยงชีพด้วยเงินแห่งศรัทธา…..

ดูทุกคนมีความสุขที่ได้มาทอดกฐิน พระก็มีความสุขที่ได้รับซอง แม้บางท่านจะน้อยใจที่ในซองมีตัวเลขน้อย ไม่สมฐานะ

มานั่งมากินมาบ่นเป็นบาลีเล็กน้อย แต่เงินในซองไม่พอยาไส้ ชาวบ้านเขากราบไหว้ แต่ใจบางท่านไม่ใช่พระเลย

ไม่มีใครชี้ธรรม ไม่มีใครชี้นำให้ชาวบ้านเห็น ว่าการเกิดมานี้แสนลำเค็ญ ควรวางใจแบบไหน
ต่างฝ่ายต่างเสร็จภารกิจต่างก็จากๆกันไป ถามพระใหญ่ท่านบอกว่า โอ๊ย..ชาวบ้านเขาไม่ฟังหรอกท่านอาจารย์

ก็พระเองไม่ฉลาดในการสอน เอาแต่นอนไม่ปฏิบัติเป็นนิสัย พอใครถามก็นึกถึงตำราตอบๆไป ชีวิตพอทนอยู่ได้ ไม่ต่างชาวบ้านที่หลงกราบเลย..

พูดง่ายๆว่า หากหัวโง่ ส่วนที่เหลือก็ฉลาดไม่ออก นี่..เป็นวิบากอย่างหนึ่งของวิถีพุทธไทย ศรัทธาและทำบุญด้วยความเต็มใจ แต่ไม่ได้อะไรกลับไปเพราะพระทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรม

คืนนี้ พอว่างเล็กน้อย ขอสวัสดีกับพี่ๆ น้องๆ ทุกคน ขอสาธุคุณกับทุกๆ คน

******************************
พระธรรมเทศนา จากบทธรรม เรื่อง ยึด…ก็ย่อมว่ากันไปตามยึด
ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2557 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง