ก้าวข้ามสมมุติไม่ได้ นรกมี สวรรค์มี ติดตัวเราไป

ก้าวข้ามสมมุติไม่ได้ นรกมี สวรรค์มี ติดตัวเราไป

511
0
แบ่งปัน

*** “ก้าวข้ามสมมุติไม่ได้ นรกมี สวรรค์มี ติดตัวเราไป” ***

เรื่องสมมุตินี่ มันเป็นเรื่องซับซ้อน
อย่างเช่น..

พระมรกตหรือพระอัญมณีอะไรนี่
มันจะมีผลทำให้เกิดอย่างนั้นอย่างนี้ได้หรือ

จริงๆ มันเป็นวิถีสมมุติน่ะ
ถ้าดำเนินมาทางวิปัสสนาญาณ

หากใช้ปัญญาสอดส่องลงไป
มันจะไม่มีอะไร

มันเป็นแค่ความว่างเปล่าที่เราสมมุติขึ้นมา

ข้าน่ะเข้าใจดี
แต่พวกเราจะไม่เข้าใจ

เมื่อมันเป็นสมมุติและว่างเปล่าจากความหมาย
แล้วเราจะไปแสวงหากันทำไม

ข้าจะบอกความจริงอีกข้อที่คาดไม่ถึง
นั่นก็คือ..

เพราะเราอยู่ในกระแสแห่งสมมุติไง
และเราต้องอาศัยสมมุติที่ไม่มีจริงนี่แหละ
เป็นเครื่องอยู่ด้วยการสมมุติขึ้นมา

เมื่อเราอาศัยสมมุติอยู่
โปรแกรมต่างๆ ทั้งทางด้านสสารและพลังงาน
มันก็เป็นกระแสสมมุติด้วย

เราจึงเชื่อในพระเจ้า
เชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เชื่อในบุญ
เชื่อในบาป

ทั้งๆ ที่สิ่งเหล่านี้
จับต้องไม่ได้
แต่มันเป็นเครื่องอยู่ให้เราดำเนินต่อไปได้

เรานั้น..
อาศัยกระแสแห่งสมมุติ
สร้างรูปนามจากวิญญาณขึ้นมา

มันเป็นมายาแห่งธรรมชาติทั้งห้า
คือ ฟิสิกส์ ชีวะ จิต กรรม และธรรม

มันสร้างสมมุติอันเป็นมายารูปขึ้นมาได้
มันอาศัยโปรแกรมจากวิบากสร้างสม

ฉะนั้น..
เมื่อเราเชื่อว่า มรกต สามารถที่จะเป็นวัตถุดูดทรัพย์ได้
มันก็จะดูดทรัพย์ได้

มันเป็นโปรแกรมหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยความเชื่อ
และความเชื่อนี่แหละ

ทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาด้วยกระแสแห่งสมมุติ

และเรา…ก็อยู่ในกระแสแห่งสมมุติด้วยกันทั้งสิ้นด้วย
ไม่ว่าจะเป็นอรหันต์หรือปุถุชน

เราใช้สมมุติเป็นเครื่องอยู่ของสังขาร เหมือนกันด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

นี่คือความจริง
ที่มันลึกเกินกว่าใครทั้งหลายจะมาเข้าใจ

โอเคนะ..หวัดดี

ทุกคนใช้ตรรกะตนในการดำเนิน
เพราะเหตุแห่งตรรกะตน
ผู้คนย่อมไม่เข้าใจในสิ่งที่ข้าเป็น

>>ศิษย์ : แต่มันคือปัญหาใหญ่เลยค่ะ ที่ไม่เข้าใจในครูอาจารย์

<< พระอาจารย์ : ก็แค่แกอยากให้ข้าเดินตามความคิดแก ตามสัญญาในร่องความทรงจำที่แกคิด

จริงๆ แค่เข้าใจก็พอ
เป็นแต่พวกเรามันไม่ยอมเข้าใจกันเอง
การโกรธเกลียดด้วยความไม่ได้ดั่งใจมันก็เลยเกิด

บางครั้งข้าก็ต้องมองหน้าแหงนฟ้า
พึมพำไปตามเรื่อง

มันมักไปฟังในสิ่งที่มันถูกใจ
มากกว่าที่จะยอมฟังและยอมรับความเป็นจริง

คนเรานั้น
ไม่ยอมรับว่าตนมืดมนและตาบอด
แต่มักชอบให้คนตาบอดด้วยกันจูงจมูก
มันน่าเสียดายเวลาในความเป็นคนจริงๆ

และข้าก็ช่วยไม่ได้จริงๆ
มันเดินสวนทางกัน

บอกก็ไม่ฟัง ช่วยไม่ได้จริงๆ
ความคิดใครความคิดมัน

บางคนติเตียนข้าเลย
โดยไม่รู้ว่ามันเป็นบาปมาก
พูดไปก็จะเข้าข้างและยกตัวเอง

แต่เชื่อเหอะ
เป็นบาปอย่างไม่น่าจะเป็นเลยทีเดียว
มันเป็นวิบากสมมุติอย่างนั้น

แต่ถ้าข้านี่เลวจริงดังตนเข้าใจ
เช่นนี้ ไม่บาป ด่าได้ ปรามาสได้
ตำหนิได้ เป็นธรรมดา

แต่ถ้าไม่ใช่ ไม่เป็นความจริง
หากหลังความตายมีนรก

นรกจะเป็นหนทางที่จะไป
เพราะเราอยู่ในสมมุตินนั้น
ก้าวข้ามสมมุติไม่พ้น

เรื่องนี้จริงๆ ไม่น่าพูด
แต่ก็ขอพูดก่อนข้าจากไป

เผื่อพวกเราบางคน
จะได้ถอดถอนจิตใจ

ข้าช่วยได้แค่เป็นเพื่อนชี้ทาง
ไม่ใช่เทวะบุคคลที่ไม่ใช่คนในความคิดเรา.

หวัดดี.. 😛

พระธรรมเทศนาโดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

17 เมษายน 2563