กลัวเหี้ยฟัดกันในดงขมิ้น

กลัวเหี้ยฟัดกันในดงขมิ้น

528
0
แบ่งปัน

****** ” กลัวเหี้ยฟัดกันในดงขมิ้น “*****

>> คำถาม : มีพระเขาถามมา เมื่อชาวพุทธขัดแย้งกันเอง เราจะช่วยกันรักษาพุทธศาสนาได้อย่างไร

ถ้าใครทำให้ศาสนาพุทธวุ่นวาย แล้วล่มสลายไป คนๆ นั้นจะมีวิบากติดตัวไปหรือไม่ครับผม

นับวันเราก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่พระพุทธสอนนั้นคืออะไร บ้างก็ว่าถูก บ้างก็ว่าผิด พระวินัย เราจะทำเช่นไรถึงจะขึ้นชื่อว่าไม่เนรคุณต่อแผ่นดิน

ที่ได้นำพระพุทธศาสนามาครับผม ถามในฐานะแห่งชาวพุทธ ถึงจะไม่เข้าถึงธรรมอันลึกซึ้งใดๆ แต่ก็เป็นสิ่งบรรพบุรุษรักษาไว้เพื่อลูกหลาน

พระอาจารย์ช่วยอธิบายเป็นธรรมะอันวิจิตรใคร่ครวญตามได้ครับผม พิจารณาตามได้ครับผม เป็นธรรมะไว้ฝึกฝนอบรมใจครับผม สาธุครับผม

นี่เขาถามมาเพราะเห็นว่า ปัจจุบัน พุทธไทยเรามันแตกแยกเป็นฝักฝ่าย

<< พระอาจารย์ : ข้าได้อธิบายไปพอสมควร

การขัดแย้งกันทางศาสนานี่ มันมีอยู่ด้วยกันทุกศาสนา

เพราะมันเป็นเรื่องของความเชื่อและความคิด

การที่เราจะช่วยพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรื่องและดีที่สุด

คือหยุดเสือกใจเราที่คิดจะไปเปลี่ยนแปลงความเชื่อของใครๆ

ให้มาเปลี่ยนแปลงใจเรา อบรมใจเรา และเจริญตามทางแห่งมรรค..

การทำให้พุทธศาสนาวุ่นวายนี่ เป็นเรื่องของพวกเดียรถีย์ที่เข้ามาบวช

พวกนี้เป็นพุทธแค่ในทะเบียนบ้าน มันยังไม่รู้ว่าการเข้ามาบวช เขาบวชไปเพื่ออะไร

มันเป็นธรรมชาติของวิถีชน ที่มีความเห็นต่าง

การทำลายองค์กรอะไรก็ตามแห่งวิถีชน ต่างก็มีวิบากทั้งนั้น เพราะเจตนามันส่อการกระทำของเจ้าของอยู่

การชี้แนะสั่งสอนในทางพุทธ..

มันไม่มีผิดถูกหรอก มันเป็นแค่เปลือกที่รักษาเนื้อเยื่อ

ใครชอบเปลือก ก็ว่าเปลือกถูก

ใครชอบเนื้อเยื่อมันก็ว่าเนื้อเยื่อถูก แม้เนื้อเยื่อที่ตนเข้าใจ มันจะเป็นเปลือกที่แสนขมก็ตาม

แต่เจ้าของมันมองไม่เห็น มันก็ยังคิดว่าเป็นเนื้อเยื่ออันแสนหวาน

การที่เราจะไม่เนรคุณต่อแผ่นดินที่ได้นำพระพุทธศาสนามานั้น

กุลบุตรผู้เป็นทายาทธรรม ไม่สมควรออกไปยุ่งเกี่ยวกับทางโลกธรรมแปด

การช่วงชิง การเอาชนะคะคานกัน เป็นเรื่องของปุถุชนวิสัย ที่แค่อาศัยผ้าเหลืองทำมาหาแดก

การบวชนี้ใช่แค่เอาสีขมิ้นมาทาผ้าแล้วฉาบกาย

สีแห่งผ้านี้เป็นสีแห่งธงชัยที่ประกาศความเป็นไท เพื่อสู้รบกับศัตรู คือกิเลส

แต่ชนถากหัวห่มฝาดแห่งดงขมิ้น กลับเป็นเบ๊ให้แก่ลูกกระจ๊อกของกิเลส

แค่กระแสถูกใจไม่ถูกใจ มันก็พาทับถมให้เจ้าของจมหายไปในกระแสแล้ว

ยุคนี้ มันเป็นยุคที่เหล่าผีเปรตฟัดกันฝุ่นตลบในดงขมิ้น

ที่จริงมันก็ฟัดกันมาตลอดตั้งแต่พุทธกาลโน่นแหละ

ต่างก็เพ่งโทษจาบจ้วงกันว่าแต่ละฝ่ายมันระยำทำไม่ถูก ของกูถูกของมึงผิดต่างก็ว่ากันไป

นิกายต่างๆ มันจึงแยกย่อยออกไป ทั้งๆ ที่พุทธศาสนาเกิดจากพระผู้มีพระภาคเจ้าองค์เดียว

นี่..เพราะศาสนาเป็นเรื่องของความเชื่อ

มันมีเชื่ออย่างงมงาย และเชื่ออย่างขี้สงสัย

ทั้งสองเชื่อนี่ มันโง่ด้วยกันทั้งคู่

พุทธศาสนาหมายถึง ความเชื่ออย่างผู้มีปัญญา

แต่ปัญญาที่เชื่อๆกัน มันมาจากตัณหา

ความอยากทั้งหลายมันก็เลยกระจายกันออกมา เมื่อสรรพสิ่งทั้งหลายที่ผัสสะ มันไม่ถูกใจตน

วิธีรักษาองค์กรมีหลากหลายวิธี

แต่ไม่ใช่วิธีที่จะเข่นฆ่าและทำลายฝ่ายตรงข้ามให้มันฉิบหายมะลายไปเลยแน่

ชาวพุทธย่อมมีวิธีรับมือการรุกราน จากศัตรูภายนอก

ปัญหาคือ ศัตรูภายในที่ผุดขึ้นมาจากใจเจ้าของน่ะ กำหราบมันได้หรือยัง ปัญหาทางพุทธศาสนามันมีเพียงแค่นี้

คือหยุดเสือกเรื่องภายนอกและคนอื่นๆเขาซะบ้าง ไม่งั้นเหี้ยมันจะงอกเงยเพ่นพ่าน ออกมาฟัดกันเองจนฝุ่นตลบกลบสีขมิ้นจนมัวหมอง..!!

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง