ได้ดี…..ต้องฝ่าความตาย ท่อนที่หก

ได้ดี…..ต้องฝ่าความตาย ท่อนที่หก

1119
0
แบ่งปัน
ต่อจากเมื่อวานกันเลยนะ คนชอบเรื่องแปลกๆ   มันติดหนึบร้องขอกันมามากได้ดี.....ต้องฝ่าความตาย ท่อนที่หกข้ามาถึงทางแยกแบ่งเป็นสองทาง ทางหนึ่งไปทางขวา มีกองไฟของเหล่าผี ที่เฝ้าสมบัติ โผล่ฟึ่บๆ ขึ้นมาให้ความสว่างอยู่กับอีกทาง เป็นทางแห่งความมืด หายลับเข้าไปในไพรป่า ข้าจะไปทางไหนดีคำของคนโบราณกล่าวไว้ว่า… ทางไปสวรรค์นั้น มันลำบาก ทางไปนรกมันจะไปสบาย นี่..ท่านกล่าวมาอย่างนี้ที่จริงความหมายคงไม่ใช่ เทียบกับทางที่เห็นนี่หรอกนะ มันน่าจะ ทำดียาก ทำชั่วง่าย เป็นเช่นนี้ซะมากกว่า..

ข้าจึงเลือกที่จะเดินไปทางขวามือแทน ไม่ใช่อะไร หากเดินไปทางมืด เดี๋ยวเกิดไปโผล่บนยอดภูเขาอีก ข้าก็คงได้ปีนหนีลงมาทางหน้าผาอีกแน่

เมื่อเดินออกมาตามถนนลูกรังเส้นนั้นซักครู่ เสียงกรีดร้องเสียดหูก็ลั่นขึ้น เอาอีก…แม่งงง ไม่รู้จักจบสิ้น แต่ข้าไม่ได้สนใจหรือกลัวหรอกนะ ยังคงเดินโซเซไปตามทางอยู่เช่นนั้น

มีมืออันเย็นเฉียบ มาจับข้อเท้าข้า มันมองไม่เห็นมือหรอก แต่รู้ว่าเป็นมือ ตอนที่โดนคว้าหมับเข้าให้ ก็นึกว่าเป็นงูเหมือนกัน

จึงกำหนดจิตแผ่เมตตาให้ แต่มือนั้น ก็ไม่ยอมปล่อย มันจับอยู่เช่นนั้น และบีบแน่นขึ้น ไม่ให้ไป จึงแผ่เมตตาไปอีกที มันมีอีกมือมาจับและบีบรัดไว้สูงขึ้นมาอีก

เมื่อมองไม่เห็น แต่ดันมีมือมาเพิ่ม ข้าจึงแผ่เมตตาให้อีกครั้ง ด้วยการแหกปากร้องด่าแม่ลั่น….

ไอ้เหี้ยยย ไอ้ส้นตีนเอ๊ยย กูลากขาแทบไม่ไหวอยู่แล้ว ไอ้หัวดอ ยังเสือกมากระชากขากูอีก ไอ้สัตว์นรก  ขอมึงอย่าได้ผุดได้เกิดเลย ไอ้เย๊ดแม่งงง..

แล้วเอาไม้เท้า ทุบๆๆๆ ลงไปที่ข้อเท้าตัวเอง มือนั้นหดหายไป ข้าจึงกระทืบๆๆๆๆ จนมีความรู้สึกว่า ข้อเท้าข้า ไม่มีอะไรอันเย็นเฉียบเข้ามาเกาะอีก การแผ่เมตตาแบบนี้ มันก็ดีเหมือนกัน

ดีที่มันไม่มาจับหำข้า เพราะชุดข้ามันขาดรุ่งริ่งอยู่แล้ว ไม่งั้นข้าคงได้ทุบหำตัวเอง มีสิทธิ์บวมได้ อาจได้กลายเป็นผีหำบวม คงโก้ไปอีกแบบ

เดินมาจนสุดทาง ความสว่างแห่งกองไฟก็สลายไปความมืดเข้ามาแทนที่ ท้องฟ้าก็มืด มันมืดเห็นทางแค่ลางๆ แม้มองฝ่ามือ ยังมองเห็นไม่ชัด

มีเสียงบางอย่างเรียกข้าอยู่ มันเป็นเสียงเรียกจากไกลๆ ต้นไม้แต่ละต้น สั่นไหวเหมือนมีใครขึ้นไปขย่ม แต่ไม่มีลม มันขย่มของมันเอง

นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อน ข้าคงกลัวเยี่ยวราด น้ำลายฟูมปาก เพราะมันเป็นภาวะที่น่ากลัวหลายๆ

ข้าเดินฝ่าความมืดออกมาจนมาเจอถนนใหญ่ มันแยกออกเป็นซ้ายขวาให้ตัดสินในอีก

ข้าตัดสินใจไปทางขวา ไปตามทางเสียงเรียกนั้น ในความมืดมิดริมถนน หากใครมาเห็นร่างๆ  หนึ่ง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ขมุกขมอมเต็มไปด้วยคราบเลือดที่แห้งกรัง

เดินโซซัดโซเซ ถือไม้เท้าข้างและอีโต้เหล็กแกข้าง ในเวลาอันดึกดื่นแห่งความมืดมิด ข้าว่า มันคงพากันร้อง จ๊ากกกกก วิ่งกันน้ำบาน.. เป็นข้าเอง ก็คงน้ำบานเหมือนกัน

มีเสียงรถยนต์มาด้านหน้า ถนนที่นี่ตรงที่ข้าเดิน มันเป็นคลื่นเนินสูงๆ เวลาลงเนินมันก็จะดิ่งลงต่ำลงไปยังกะพุ่งลงเหว แล้วทอดขึ้นเป็นเนินอีก

มันเป็นถนนที่เป็นเนินคลื่น ขึ้นๆ ลงๆ  ซ้อนกันหลายลูก เเสงไฟสาดสูงพุ่งขึ้นฟ้า เห็นมาแต่ไกล แล้วมันก็จ้าก่อนวูบหายไป เพราะดิ่งลงเนิน

ข้าเองยืนอยู่ทางรถวิ่งสวนมา จึงหยุดยืนมองรอรถมันเฉยๆ แสงไฟที่หายไป เริ่มสว่างขึ้น รถกำลังวิ่งพุ่งขึ้นเนิน เดี๋ยวพอลงเนินมา มันก็จะได้มาจ๊ะเอ๋กะข้า

โน่น…รถสาดแสงจ้าลงเนินมาแล้ว มันจ้าขึ้นๆๆๆ ข้ายืนอยู่ในแสงแห่งความจ้านั้น รถคนนั้นเป็นรถกะบะ มันใกล้เข้ามาๆๆ ก่อนจะถึงตัวข้าซัก 50 เมตร

มันหักพวงมาลัยวิ่งออกไปสุดขอบทางอีกเลนหนึ่ง ก่อนที่รถจะผ่านข้าไปด้วยความเร็วสูง ข้าได้ยินเสียง ว๊ากกกก ปนกับเสียงท่อไอเสีย.. และมันก็ขับหายลับไป และคงไปเป็นไข้แดกอยู่หลายวัน

ข้าเดินไปเรื่อยๆ ในความมืด มีรถวิ่งมาทางหลัง แต่พอเสียงมาใกล้ข้า มันก็หลบไปสุดขอบถนน ไม่ต่างกัน เมื่อจากไปได้ รถมีกำลังเท่าไหร่ มันเหยียบกันมิดหมด

ข้าเดินมาไกลพอสมควร ก็ได้เจอะแสงไฟ ที่ตั้งเป็นเสาไฟข้างถนน ไฟตรงนี้แหละ ที่ข้ามองเห็น ตอนติดอยู่บนเนินเขาในความมืด ที่กำลังหนีออกมา

ที่สุด.ข้าก็ได้มายืนอยู่ตรงแสงไฟที่มองเห็นลิบๆ ปลายอุโมงค์ อันแสนจะมืดมิดนั้น  ไกลออกไป 200 เมตร ตรงนั้นเป็นสามแยกเจ้าอำเภอศรีสวัสดิ์ ที่ตรงนั้น มีศาลเจ้าพ่อขุนด่านตั้งอยู

ข้าแค่มองเห็นศาลเท่านั้น พลังอันมหาศาล จากศาลนั้นพุ่งมาหาข้าทันที ขนหัวงี้ลุกตั้ง ขนลุกขนพอง และอากาศรอบข้างเวียนรอบ

นี่..แหล่งที่มาขออเจ้าของเสียง อยู่ตรงนี้นี่เอง ท่านเจ้าพ่อขุนด่าน ท่านส่งพลังจิตออกมาต้อนรับ ข้าจึงเดินไป มีภาวะและความรู้สึกอะไร ไม่ต่างจากตอนเดินเข้าไปสู่กองเพลิง ที่มีอสูรกายบิดตัวเร่าๆ  ที่ผ่านมา

ก่อนจะถึงศาล มีป้อมตำรวจตั้งอยู่ ข้ากะไปขอน้ำตำรวจเขากินซักหน่อย หิวน้ำเหลือเกิน

จึงเดินโยกเยกเข้าไปหา เพราะข้าเหนื่อยล้าเต็มทน ข้าชะโงกเข้าไปในป้อม แต่ไม่เห็นใคร แต่ข้างหลังป้อมห่างออกไป มีตำรวจยืนเยี่ยวอยู่

ข้าจึงร้องบอกไปด้วยเสียงแหบๆ  ว่า พี่ๆ ขอ…..ยังไม่ทันจะพูดว่าน้ำ เจ้าตำรวจนั้นร้อง หึ๋ยยยย สูดลมหายใจลั่น กระโดดพรวดเดียวถึงรถมอเตอร์ไซค์

ถีบๆๆๆๆ  ให้เครื่องติด แต่เครื่องไม่ติด แกจึงพารถวิ่งหายลงเนินไป ไปได้ยินเสียงเครื่งรถติดไกลๆ และเสียงที่แผดร้องมีเท่าไหร่ คงบิดหมด

ยังโชคดี ที่นายตำรวจนั้นไม่หันมายิงจนหมดแม็ก นี่สงสัยเยี่ยวเยิ่อวก็คงไม่ทันสุด เก็บหำแทบไม่ทัน แค่เจอข้าเรียก เพ่ๆๆ  เข้าให้

พรุ่งนี้ค่อยมาโม้ต่อ ตอนเผชิญท่านเจ้าพ่อขุนด่านวันนี้ดึกแล้ว ขอความสวัสดีมีชัยจงพึงบังเกิดกับทุกๆ  คน หวัดดี…!!!