รู้ธรรมจริง …..ไม่จำเป็นต้องท่องจำ คำบาลี

รู้ธรรมจริง …..ไม่จำเป็นต้องท่องจำ คำบาลี

753
0
แบ่งปัน

**** ” รู้ธรรมจริง …..ไม่จำเป็นต้องท่องจำ คำบาลี ” ******

>> ศิษย์ถาม : ที่ผมไม่อยากจะคุยกับคนอื่นก็แบบนี้ละครับ.. .พอเขาจี้มาแล้วถ้าตอบไม่ได้เขาจะว่าเอา….ผมไม่เคยเห็นพระอาจารย์จี้ใครเลย….แง้ๆๆๆ..ฮ่าๆๆ จริงอย่างที่พระอาจารย์ว่าคือที่ผมกล่าวมาคือผลของอวิชา… .

เพราะยึดในความเป็นตัวเองอยู่…แหม..ทันไปหมดเลยนะครับ.. .และขอแย้งว่าธรรมที่ผมรู้นั้นผมไม่เคยลอกใครหรือจำใครมา..ครับ..เพราะสภาวะธรรมนี้ไม่เคยคุยกับใคร..(เพราะต่างคนต่างจะอวด)..เลยหาคนคุยด้วยไม่ได้ครับ..

 

เพราะผมเก็บขยะทั้งปี..ในหัวข้อธรรมแต่ละหัวข้อนั้น..มันมีมิติซ้อนทับกันอยู่..มันจึงเป็นการยากสำหรับความเข้าใจ…(ขอขึ้นคำนำแป็บครับ..ฮ่าๆๆ)

….ด้วยปัญญาที่รู้ที่เข้าใจในขณะปัจจุบันนี้……ผมก็ต้องตอบตามความเข้าใจ…ซึ่งผมเคยตอบไปหลายครั้งแล้วว่า…  เหตุของอวิชาคืออะไร….เมื่อผลของอวิชาคือความยึดในความเป็นเราในปัจจุบัน……เหตุของอวิชชาคือการเกิดมามีสติครั้งแรกแล้วรู้ว่าเราคืออะไรครับ..

ท่านเกิดเป็นหนอน..ท่านก็มีสัญญาและความยึดในความเป็นหนอน…ซึ่งก็ถูกอวิชชาครอบงำแล้วเพราะท่านยึดว่าเป็นหนอน…แล้วท่านก็ดำเนินชีวิตของความเป็นหนอนมีความคิดแบบหนอนเพราะหลงอยู่กับกายของหนอน…..

และทุกสรรพสิ่งบนโลกก็เป็นเช่นนั้น…….ผมเข้าใจแบบนี้ครับ….และผมก็ใช้ความเข้าใจนี้ตีโจทย์บทธรรมต่างๆ…จนเข้าใจ…..ภาษาอาจจะไม่ตรง…หรือไม่ถูกเลยสำหรับพระอาจารย์..เพราะเหตุและวิบากต่าง…ทุกคนมีปัญญาความเข้าใจเฉพาะตน…ฮ่าๆๆ….

ผิดถูกมันก็เป็นแค่ความคิดครับ…วันนี้ผิดวันหน้าเดี๋ยวก็ถูกเอง….ธรรมที่ผมคุยกับพระอาจารย์ทั้งหมดนี้..ผมศึกษาด้วยตัวเอง…ในเวลา 1 ปีสำหรับการดูจิตนี้…ผมยังสงสัยตัวเองอยู่ว่า..ทำไมผมจะต้องรู้ในธรรมให้ได้…ทั้งๆ ไม่มีใครบังคับ…ฮ่าๆๆ

โม้ยาวเลย…..ผมไม่ได้คาดหวังอะไร….แค่ได้มีคนสนทนาในธรรมที่ละเอียดด้วยผม..ก็พอใจแล้วครับ…กราบนมัสการ…..จะเอ๋ๆ ฮ่าๆๆ…ธรรมไหลครับ..อวิชชานั้นต่างจากธรรมอื่นคือ…เหตุและผล..เกิดพร้อมกันครับ….พระอาจารย์…ลงดาบ………

<< พระอาจารย์ : ข้าเองนี่..ชอบคนอย่างสุเทพ คนมีปัญญามันกล้าคิดกล้าทำและกล้าแสดง

อันว่าธรรมนั้น มันมาจากใจเรานี่แหละ อย่าไปสนใจภาษาในหนังสือเลย นั่นมันบัญญัติสมมุติ ที่ตายแล้ว ยึดเอาจะเป็นทุกข์ เพราะหากแสดงผิดไปจากบัญญัติ ท่านทั้งหลายที่เป็นผู้ยึดรู้บัญญัติก็จะกล่าวว่าผิด

ธรรมในตำราเป็นธรรมใส่ซองอบกรอบ เป็นอาหารแก้หิวพอประทัง แต่ไม่หายหิวมันอิ่มไม่ลง มันแห้งไป ขาดจิตวิญญานหล่อเลี้ยงธรรม

ทุกคนสามารถเข้าถึงสภาวะธรรมได้ทั้งนั้น เพราะมันมีแนวทางจากการศึกษาอยู่ จากการฟังอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องแสดงบัญญัติตามตำรา ก็เป็นธรรม

แต่การเอาตำนามาเทียบเคียง เพื่อให้เห็นชัดขึ้นในธรรม มันยิ่งเป็นการขยายและยืนยันว่า ธรรมในตำรา มันเกิดจากผู้เข้าถึงธรรมแสดงมา และเราเอง เป็นผู้ยืนยันได้

และตำรา เป็นผู้ยืนยันธรรมที่เราเข้าถึงได้เช่นกัน การแสดงธรรม เมื่อให้ความเห็นออกมา มันจะแบ่งแยกปัญญาในแต่ละภูมิชัด

มันเป็นชัดของผู้ที่ละเอียดกว่า มองเห็นลงมาว่าภูมิธรรมของแต่ละคน เป็นเช่นไร ส่วนผู้ที่มีภูมิน้อยกว่าหยาบกว่า ย่อมมองธรรมแห่งภูมิที่ละเอียดกว่าไม่ชัด

นี่เป็นธรรมดา แต่เมื่อได้รับการชี้ ภูมิแห่งปัญญาก็จะขยายภาชนะที่มันกว้างขึ้น ละเอียดขึ้น รู้มากขึ้น ตามภาชนะที่เรามี

การแสดงธรรม เราแสดงไปตามปัญญาเรานี่เป็นสิ่งที่ถูก หากแสดงเกินปัญญา เจอผู้รู้เข้า เราย่อมจุก นี่..เป็นธรรมดา

การสาธยาธรรม ตามภาษาเข้าใจ นี่..เป็นคนมีปัญญา มันดีกว่าธรรมที่ลอกเขามา ก๊อบมา แล้วนำมาฟาดฟันกัน ด้วยเหตุด้วยผลแห่งธรรม ที่มีตัวตนเป็นเจ้าของ

ภูมิแห่งธรรมที่แสดง ย่อมประกาศชัดแจ้ง ในตัวของมัน แต่สิ่งที่ประกาศ มันก็ต้องเจอและเผชิญการทดสอบ เราตั้งมั่นให้ดี ผลทั้งหลายที่แสดงออกไป มันจะเป็นตัวประกาศตน ว่าธรรมที่แสดงมันแย้งกับตัวตนที่แสดงเป็นผลออกมาหรือไม่

บางคนดูภูมิธรรมสูง โดนแตะหน่อย สะดุ้งเป็นฟืนเป็นไฟ อักษรธรรมนี่ เรายังเชื่อไม่ได้ อย่าเพิ่งไปปักใจ ว่าธรรมทั้งหลาย ออกจากใจของผู้รู้จริง

การยอมรับในภูมิตน ว่ายังมีผู้มีภูมิสูงกว่า นี่เป็นผู้มีปัญญา ธรรมชาติของผู้มีปัญญา มันต้องต้อนให้เข้ามุม แล้วถลุงไม่ต้องเลี้ยง

ถลุงแล้ว เขารับได้ตอบได้โต้ได้ เราจึงจะยอมเขาได้ หากต่อยไปโป้งเดียวจอด ตอบไม่ได้ ไปไม่เป็น อย่าไปนับถือเป็นอาจารย์ตน อาจารย์คน ย่อมคงทนต่อการซักฟอก

แต่ก็ต้องดูที่ปัญญาเราด้วย ว่าเราเองนั้น บางทีมั่วๆ เกินไปรึเปล่า หากยอมรับได้ คู่ต่อสู้ต่อยโป้งเข้ามา เราก็ต้องหาทางแก้ให้ได้ซิ จะได้รู้กำลังเรา ว่าตัวเรา มันมีกำลังพอจะเป็นแชมป์ครองบัลลังก์หรือยัง

เช้านี้..สวัสดีครับ

วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 โดยพระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง