ทำบุญมากมาย….แต่ตกนรก ท่อนแรก

ทำบุญมากมาย….แต่ตกนรก ท่อนแรก

1317
0
แบ่งปัน

…ในสมัยก่อน ผู้คนที่เขาเกิดศรัทธา ในพระพุทธชินสีห์เจ้า พวกเขาต่างได้ทำบุญกันอย่างมหาศาล

ทำบุญมากมาย....แต่ตกนรก ท่อนแรกถอยไปก่อนหน้านั้น แม้จะยังไม่มีพระพุทธศาสนา พวกเขาที่เกิดศรัทธา ต่างก็พากันทำทานกันอย่างมากมายเช่นกัน

ด้วยพวกเขาพากันเชื่อว่า การทำทานจะทำให้อยู่ใกล้ชิดกับพระผู้เป็นเจ้าได้..

..แต่การทำทานชนิดนี้ คือการให้วัตถุเป็นทาน เราจะทำหรือจะให้เป็นจำนวนมากมายมหาศาลเท่าไหร่ ใจก็ยังไม่พ้นนรก…!!

วัตถุทานเป็นเป็นทานเบื้องต้น เป็นมูลเหตุปฐมแห่งทานที่จะนำเราไปสู่การพ้นนรก แต่ทำเท่าไหร่ก็ยังไม่พ้นนรก

ทำไมยังไม่พ้นนรก..เพราะนรกยังคงเปิดกว้างอยู่ สำหรับใจที่ยังได้รับการอบรมไม่พอ แม้ใจจะเต็มไปด้วยการทำทาน

..พระเจ้าอชาติศัตรู ได้ทรงทำทานกับพระพุทธศาสนา โดยมีพระพุทธองค์เจ้าเป็นประธาน เป็นจำนวนมากมายมหาศาล ก็ยังไม่พ้นนรก เพราะได้ต้องกรรมหนัก คืออนันตริยกรรม เป็นกรรมที่ต้องเสวยผลนานมากจนนับจำนวนเวลาไม่ได้

มันเป็นวิบากที่เกิดจากการฆ่าบิดา คือพระเจ้าพิมพิสาร จนตายคาคุก ด้วยความไม่เจตนา เพราะความไม่รู้และอับปัญญา ไปเชื่อพระเทวทัต ฆ่าบิดาด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

กรรมนี้ เป็นกรรมหนัก เป็นอนันตริยกรรม ทำทานแค่ไหน ยิ่งใหญ่ยังไง ก็ต้องลงนรก กรรมชนิดนี้ต้องไปทนทรมานอยู่ในนรกอเวจีนู่น

แต่เพราะผลแห่งทานที่ได้กระทำต่อพระพุทธศาสนา ผลกรรมจึงเจือจางลงไปอยู่แค่ โลหะกุมภีย์นรก เป็นนรกที่ร้อนเดือดพล่านอยู่ในกระทะทองแดง กินเวลา 60,000 ปีนรก

แหม..มันไม่นานเท่าไหร่เลย ประมาณๆ ว่า หนึ่งวันของที่นั่นก็ราวๆ 288 ล้านปีของโลกมนุษย์ เดือนหนึ่งก็คูณเข้าไป ปีหนึ่งก็คูณเข้าไป 60,000 ปีก็ลองคูณเข้าไป คงไม่กี่ชั่วโมงเองมั้ง..!! ไม่เท่าไหร่ๆๆ

จากนั้นก็ต้องมาเสวยการเป็นเปรต เป็น อสูรกาย เป็นสัตว์อีกไม่รู้อีกนานเท่าไหร่ จึงได้กลับมาเป็นมนุษย์อีกหลายต่อหลายครั้ง

จากนั้นจึงเต็มบารมีได้บรรลุสัมโพธิญาณ เป็นพระปัจเจกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า พระปัจเจกพระพุทธเจ้าชีวิตวิเศก นี่จำเขามา..

..นี่ล่ะเห็นไหม แม้ทำบุญมากมายขนาดไหน ใจก็ยังลงนรก วัตถุทานช่วยไม่ได้ ทำแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้

ขนาดทำทานโดยตรงต่อองค์พระพุทธเจ้า บริสุทธิ์แสนบริสุทธิ์ อานิสงส์ ก็แสนจะยิ่งใหญ่ บุญที่ทำนั้นก็ช่วยไม่ได้

ยังช่วยใจไม่พ้นนรกไม่ได้ ยังคงต้องลงนรกอยู่ดี..

..อีกท่านหนึ่ง ทำทานมาก ไม่ได้ต้องอนันตริยกรรม ไม่มีกรรมอันหนัก แต่ก็ยังต้องลงนรก เป็นมเหสีของพระเจ้าปเสนทิโกศล ชื่อพระนางมัลลิกาเทวี

นี่พระนางนี้ เป็นนักทำทานมหาศาล เป็นการทำทานมาอย่างหนัก ก่อนที่จะมาเจอพุทธศาสนาอีก

นางเป็นคนประเภท ศรัทธาจริต มีความเชื่อผู้นำศาสนาสูง แต่เมื่อได้ฟังธรรมแห่งพระพุทธองค์เจ้าแล้ว จึงเกิดศรัทธา

แต่แรกๆ เป็นศรัทธาที่หลากหลายอาจารย์ ด้วยเชื่อว่า ทุกศาสนามีความดีหมด จึงฟังธรรมทุกๆ ศาสนาเหมือนกัน มีอาจารย์หลายคน จึงมีการทำทานเยอะ ทำทุกวัน ทำมากๆ

วันหนึ่งได้ตั้งคำถามเรื่องขัณธ์ 5 ต่อครูบาอาจารย์องค์อื่นๆ เป็นธรรมที่ได้รับรู้มาจากพระพุทธชินสีห์เจ้า ปรากฏว่า ไม่มีใครสามารถตอบได้

ที่ตอบได้ ก็ตอบอย่างงูๆ ปลาๆ ทั้งๆ ที่ความรู้นี้ พระนางก็สามารถหยั่งรู้ตามได้ง่ายๆ แต่ทำไมศาสดาเหล่านี้ อธิบายไม่ได้เลย

จึงรู้ตรงตามความเป็นจริงว่า ศาสดาเหล่านี้ ไม่มีความรู้จริง ไม่ใช่พระอรหันต์จริง จึงได้หันมาทะนุบำรุงพุทธศาสนาแค่ศาสนาเดียว นับแต่นั้นเป็นต้นมา

เธอทำทานแค่พุทธศาสนา ไม่ทำทานนอกศาสนาอีกต่อไป และเป็นคนที่ทำทานอย่างหนักมากมายมหาศาล ว่ากันว่าแค่วันเดียว พระนางทำทานเป็นมูลค่านับพันล้าน

เธอมีความศรัทธาในพุทธศาสนาไม่แพ้นางวิสาขา แต่พระนางมีความศรัทธาแต่อย่างเดียว ไม่ได้มีดวงตาเห็นธรรม เหมือนนางวิสาขา

ทั้งสองทำบุญมากเหมือนกัน แต่ผลแห่งทานไม่เหมือนกัน อีกฝ่ายปิดอบายภูมิแน่นอน แต่อีกฝ่ายยังไม่แน่ ทั้งๆ ที่เป็นผู้มีศรัทธาเหมือนกัน ทำทานมากเหมือนกัน แต่ผลไม่เท่ากัน

ทั้งหมดขึ้นอยู่กับใจที่ได้รับการอบรมไม่เท่ากันเท่านั้นเอง…!!

พระธรรมเทศนา ….ท่อนที่ 1 ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2556 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง