อยากดับเวทนา

อยากดับเวทนา

551
0
แบ่งปัน

>> ลูกศิษย์ : อนุโมทนาสาธุค่ะท่าน แล้วจะออกจากเวทนาได้อย่างไรเจ้าคะ

<< พระอาจารย์ : ผมมอบให้เป็นการบ้านไงครับ การดับเวทนา คำตอบมันก็ชี้ตัวมันเองอยู่แล้ว หรือจะให้ผมชี้การดับให้อีกครั้ง วราภรณ์ เดี๋ยวสมอง ก็เป็นลูกโปร่งกันพอดี เพราะไม่ยอมคิด และวินิจฉัยธรรม

ธรรมทั้งหลาย จึงกลายเป็น กากอาหาร ที่ฉีกซองเทน้ำร้อนใส่ แล้วซดลงคอไปเลย จะเอาไปทอดไปคั่วหน่อย มันทำไม่เป็น มื้อนี้ พ่อครัว ขี้เกียจปรุงจร้า วราภรณ์ คุคุคุ

การดับเวทนาน่ะ ตอบไปแล้ว หลายแง่มุม ธรรมะนั้น เป็นหลักอธิบาย สาวผลไปหาเหตุ หากตอบโต่งๆ มันก็ถูกแค่กาลใดกาลหนึ่งเท่านั้น

ธรรมมันอาศัยเหตุปัจจัย การตอบก็ต้องตอบตามเหตุปัจจัยนั้นๆ มันจึงจะเข้าถึงธรรมแห่งมุตโตทัย การออกจากเวทนา ท่านออกได้โดย วิปัสนาญาณ วราภรณ์

ไม่ได้ออกเพราะไม่ต้องการหรือไม่อยากให้มี เวทนา ปุถุชน ย่อมโต่ง ในความหมายแห่งธรรม เราเอาธรรมที่เสพส้อง มาตีความหมายแบบโลกๆ ที่ตนเองนึกคิด และเข้าใจ

เหตุเพราะขาดการ พิจารณา ถึงเหตุ ที่มีและแท้จริง เวทนา มันเป็นอาการ ที่เป็นผลวิบากแห่งจิต ที่อาศัยผัสสะเกิด ตราบใดที่ยังมี ตา หู ลิ้น ฯ

มีชีวิตมีสังขาร เรียกว่า ยังมีช่องทางเข้า ที่วิญญาณรับรู้ได้ ย่อมเกิด ผัสสะ และผัสสะนี้ เป็นเหตุให้เกิด เวทนา ทีนี้ ผู้ที่คิดจะออกจากเวทนา มันคิดจะออกกันแบบไหน

หากเป็นความคิดที่ยังอยู่กับโลก ซึ่งผลมันก็แสดงอยู่ ว่ายังเอาและชอบผัสสะอยู่ มันจะแย้งกัน ที่คิดจะออกจากเวทนา หากตอบอย่างโลกๆ ที่ตรงตามความจริงที่สุด ก็คือ หากอยากดับเวทนา ก็จงไปตายซะ..!!

เวทนาที่จะอาศัยผัสสะ มันก็จะจบ หมดไปกับเวทนา ตัวเรา ที่เป็นเรา ที่ชื่อนั่นชื่อนี่ คนนั่นคนนี้ เมื่อตายไป มันก็จบเวทนาอยู่แค่นั้น นี่..เป็นความจริง ที่เป็นธรรมของโลก แล้วใครละ อยากตาย เพื่อดับ เวทนา

การดับ อยากดับ ไม่อยากมี แต่ยังไม่อยากตาย เวทนาอย่างโลกๆ จึงเป็นเรื่องของพวกโง่หลายๆ เพราะเวทนา มันอาศัย ผัสสะเกิด รู้จักคำว่า เวทนากันไหม..???

เวทนาของปุถุชน แค่คิดว่า เป็นความไม่ชอบใจ ที่เกิดจากความเจ็บปวดจากทางกาย นี่..คิดกันได้แค่นี้

โอยยยย…ปวดทนไม่ไหว นี่…เป็นเวทนา

ร้องให้โศกา ไม่ได้ดังใจ นี่เป็นเวทนา

อึดอัดขัดข้อง ผัวไปมีเมียใหม่ ทุรนทุราย เจ็บป่วยไข้ นี่..เป็นเวทนา

เวทนาที่เราเข้าใจ มันมีความหมายมาในทำนองนี้ พวกเราทั้งหลายจึงอยากออกจาก เวทนา

นี่..เป็นเวทนาที่คิดเอา เออเอา สรุปแล้ว เวทนาในความหมายของเรา มันก็คือ ความทุกข์ใจ ทุกข์กาย ความเป็นทุกข์ทั้งหลาย ที่ไม่ชอบใจ ที่ไม่ได้ดั่งใจ ที่ไม่ถูกใจ

เราเข้าใจว่า มันเป็นเวทนา เราจึงผลักใส และอยากออกจาก เวทนา อยากดับจาก เวทนา แต่พอผล เกิดตรงกันข้าม คือสุขใจ อิ่มเอมเปรมปรีย์ นี่..เวทนาดับไปแล้ว พวกเรามันรู้จักเวทนา กันมาในทำนองนี้

นี่แหละ โง่หลายๆ พวกเอ๋ย…!!! เราอยากหนีทุกข์ เพราะต้องการความสุขสบาย ไอ้ความสุขสบาย มันก็เวทนา เพื่อนเอ๋ย

เพื่อนอยากหนี อยากดับเวทนา ที่เป็นทุกข์ ไม่ชอบใจ แต่เพื่อนไปเป็นขี้ข้าแห่งเวทนา อีกด้านหนึ่ง ที่ชอบใจ เพื่อนโง่หลายไหม

การดับเวทนา อย่าไปให้นิยามอะไรเลย ตราบใดที่ยังมีผัสสะ มันเป็นวังวน ที่โม้ยังไง มันก็พายอยู่ในอ่าง

ตราบใดที่ยังอยาก เอาอยู่ การดับเวทนา ในเชิงธรรม ท่านดับโดยการวิปัสนา เอาสติปัญญาเข้าไปสอดส่อง ไม่ใช่ วิปัสนึกอย่างเราๆ ที่คิดๆ นึกๆ เอา พวกพระนี้ตัวดี อธิบายเวทนา มั่ว..!!

ยิ่งเรียนมาก รู้มาก ยิ่งมั่วมาก ไม่รู้จักเวทนา แต่ดันสอนชี้ การดับเวทนา ที่เจอๆ มา มันแสนจะหัวดอจริงๆ

การดับเวทนา มันอาศัย ธรรม ที่เจ้าตัว มีสติ ปัญญา เข้าไปสอดส่อง บางท่าน ก็เกิดเจโตวิมุติ บางท่านก็เกิดปัญญาวิมุติ บางท่านก็เกิดพร้อมๆ กัน บางท่าน ก็เกิดต่างกาลกัน

แต่เมื่อเกิดแล้ว ท่านดับเวทนาของท่านได้ การดับ ไม่ใช่ว่า เวทนามันหายไป จบไป หรือไม่มีแล้ว เวทนามันก็ยังเป็นอาการ ของมันอยู่เช่นนั้นแล

เพราะมันอาศัยเหตุปัจจัย แห่งสังขารที่ผัสสะเกิด แต่ท่านเข้าใจ ว่าใดๆ แห่งผัสสะ ย่อมเกิดเป็น เวทนา

ถูกใจ ก็เวทนา ไม่ถูกใจ ก็เวทนา

เจ็บ ปวด เดือดร้อน ทุกข์ทน ก็เวทนา หายเจ็บ หายปวด หายเดือดร้อน หายทุกข์ทน มันก็เป็นเวทนา

ท่านเข้าใจแล้วว่า มันเป็นของมันเช่นนี้ เหมือนเราไม่ชอบใจ หัวน๊อตที่ติดเรียงราย ดูเกะกะ แถวๆ คาน อยากเอาออกไปเสีย มันจะได้สบายลูกกระตาเรา

จึงให้ช่างหรือตัวเราเอง พยายามถอด พยายามแกะออก แกะไปทีละตัว ทีละตัว จนมาถึงตรงเสา แกะเท่าไหร่ มันก็แกะไม่ออก

หมดปัญญา จึงต้องเรียกหา ผู้รู้และชำนาญมา เพื่อแกะ เจ้าหัวน๊อตจอมปัญหานี้ ออกให้ได้ ช่างผู้รู้มาเห็น ก็มาบอกมาชี้ ให้รู้ว่า

หัวน๊อตตรงนี้ ในแต่ละเสา มันรับแรงและยึดหลังคาทั้งหมด หากเอาออก หลังคาทั้งหมด มันก็จะพังลงมา เป็นเช่นนี้ เมื่อรู้ความจริง เรายังอยากจะเอาหัวน๊อตที่ตรึงติดตรงเสานั้น ออกหรือไม่

เอาความเป็นจริงของโลก เมื่อรู้แล้ว เข้าใจแล้ว มันก็ไม่เอาออก มันมีแต่ จะเอาหัวน๊อตที่พยายามเอาออก ใส่เข้าคืนไป

เพราะหัวน๊อตที่พยายามเอาออก มันไม่สำคัญอะไร เขามีไว้ เพื่อแสดงความสวยงาม หัวน๊อตจริง ที่ยึดอาคารอยู่ เมื่อรู้เช่นนี้ เราก็อยู่ได้ กับหัวน๊อต ที่เคยรำคาญตานั้นได้ โดยไม่รู้สึกอะไร

ทั้งๆ ที่ใจเราและตาเรา มันก็ยังรู้สึก และรู้เห็น ว่ามันยังอยู่ แต่มันอยู่ อย่าง กูรู้แล้ว ว่ามัน เอาออกไม่ได้ มันก็อยู่ร่วมกันได้ โดยไม่เดือดร้อนใจอีกต่อไป นี่..คืออาการแห่งการดับ เวทนา

การดับเวทนา มันดับได้โดย การใช้ วิปัสนาญาณ ใช้องค์ธรรมจากผู้ชี้แนะ เข้าไปเจริญการดับ ดับนี้ คือความเข้าใจ จนประจักษ์ใจตนแล้ว สิ้นข้อสงสัยแล้ว ว่ามันเป็นของมันเช่นนี้เอง

อาศัยความรู้จริงที่ได้พิจารณาเห็นชัดเจนแล้ว บาลีเรียกว่า โพชฌงค์ คือเป็นองค์แห่งการ ตรัสรู้ธรรม มันอาศัยสติ เป็นตัววิตก ตั้งขึ้นมา และก็ว่ากันไปตามธรรมที่ท่านได้ชี้แนะ… ข้าขี้เกียจอธิบายแล้วว่ะ

ดับเวทนาอย่างโลกๆ เขาก็เอาความคิดและตัวตน เข้าไปดับ ดับเวทนาอย่างปราชญ์ทางพุทธะ ท่านใช้สติกำลังทางปัญญาญาณ ที่ประจักใจแจ่มแจ้ง เข้าไปดับ ว่าเวทนา…มันก็เป็นของมันอย่างนั้น อย่าไปหาวิธีดับ ให้มันเสียเวลา..

สรุปก็คือ อ่านธรรมข้าไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็เข้าใจไปตามกำลังแห่งสติปัญญาเอง ได้เจอกันแล้ว พบแล้ว แสดงว่า ทำวิบากมาร่วมกัน ยังไง หากข้าไม่ลงนรก พวกเราก็ไม่ลงเหมือนกัน หากตั้งกำลังใจดีๆ

เช้านี้ ต้องไปทำเศียรพระแล้ว ขอสวัสดีกับทุกๆ ท่าน หวัดดี

ถาม – ตอบ ปัญหาธรรม จากบทธรรม เรื่อง อยากดับเวทนา… ณ วันที่ 24 มีนาคม 2557 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง