ใจที่ย้อมด้วยอะไรอยู่เนืองๆ มันก็ไหลไปตามนั้น

ใจที่ย้อมด้วยอะไรอยู่เนืองๆ มันก็ไหลไปตามนั้น

256
0
แบ่งปัน

******* ” ใจที่ย้อมด้วยอะไรอยู่เนืองๆ มันก็ไหลไปตามนั้น “*****

ขอสาธุคุณยามเช้าให้มีแต่ความสุข

ค่อยๆอ่านไปเรื่อยๆ อย่าอ่านแบบพรืดดดๆๆๆ ก็จะพอเข้าใจ

พริกที่มันเผ็ดนี่ มันเกิดจากพริกมันเผ็ด

เพราะพริกเผ็ด หรือเพราะเราเองที่ปรุงขึ้นมาให้เผ็ด..

พริกนี่มันโดนปรุงโดยพันธุกรรมของมัน มันเผ็ดไหม

มันไม่รู้ไม่ชี้กับการเป็นพริกเผ็ดอย่างที่เราคิดว่ามันเผ็ดเลย

เผ็ดเกิดจากเราปรุง..

ไม่ใช่พริกมันปรุงขึ้นมาเพื่อให้เราเผ็ด

พริกมันปรุงตัวมันเองไปตามรหัสสัญญาแห่งความเป็นพริก

แต่ความเผ็ดนี่ เราเป็นผู้ปรุง พอจะเข้าใจไหม..!!

เผ็ดนี้เกิดจากเรา..ไม่ได้เกิดจากพริก

พริกเป็นส่วนหนึ่งแค่เหตุปัจจัยในการปรุงแต่งของเรา

เราเป็นผู้รู้รสเผ็ดจากการปรุงแต่งที่เสร็จกระบวนการแล้ว

พริกมันไม่ได้เผ็ด ความเผ็ดนี่..มันเกิดที่เรา..

หวัดดีจ้า ใกล้เที่ยงแล้วเริ่มหิว

ทำไมต้องหิวใกล้เที่ยง ทำไมไม่หิวตอนสามโมง

นี่..เป็นเพราะเราไปย้อมโดยการปรุงอยู่เนืองๆว่า เที่ยงก็พักกินข้าว

นี่..จิตมันเป็นเช่นนี้ โดนย้อมด้วยรหัสอะไรอยู่เนืองๆ

มันก็มีความทรงจำในรหัสนั้นอย่างถอดถอนยาก

บุรุษผู้รู้เท่าทันรหัสธรรมดาเช่นนี้

ท่านจึงย้อมจิตให้เกิดเป็นกุศลอยู่เนืองๆ

จิตที่เป็นกุศลอยู่เนืองๆ ย่อมมีวิบากอันเป็นกุศลปรุงแต่งเป็นธรรมดา

น้ำดี ที่โดนของเสียทะลวง เราเรียกว่า..น้ำเสีย

น้ำเสียที่เเสนเหม็น มันเกิดจากน้ำมันเหม็น หรือของเน่าเสียที่มันเหม็น

เรา..มักนิยามว่า น้ำมันเสียและเน่าเหม็น ไม่ใช่ของเหม็นที่มันเน่าเสีย

น้ำใสมันเป็นจำเลยมาตลอด ทั้งๆที่มันเป็นน้ำใสไม่ได้เสียไม่มีกลิ่นเหม็น

หากจะย้อมน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำใส

เราต้องหาหยดน้ำใส ค่อยๆใส่ลงไปจนเป็นเขื่อนใหญ่

น้ำใสไร้กลิ่น ไร้สีที่แสนเหม็น มันก็จะกลับมา

ใจเราก็เหมือนกัน..

เมื่อหวลกลับไปย้อมด้วยความเห็นในความเป็นธรรมดา

ไม่นานๆๆๆ ใจดวงนั้นก็เป็นใจที่มองเห็นความเป็นธรรมดาของมันเช่นนั้นเอง ปรากฏอยู่ท่ามกลางในใจกลางแห่งใจดวงนี้

นี่..ใจที่ย้อมมาจนเห็นเป็นความ ตถาตา..!!

พระธรรมเทศนาจากบทธรรมเรื่อง **ไอ้บ้ามองโลก** ณ วันที่ 16 มีนาคม 2559 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

เมื่อเช้าไอ้พรมันถามว่า เสาร์นี้เราจะเทเสาไหม
ข้าบอกว่า เทซิ มันบอกว่า กลัวไม่ทัน

ข้าน่ะเข้าใจมัน ว่ามันน่ะ ยึดติดกับคนซะแล้ว

ทุกครั้ง มันก็ทำอยู่เช่นนี้แหละไม่มีปัญหาอะไร

แต่พอมันรู้ว่า โกเอ๋ไม่ได้มา มาไม่ได้

ไอ้เหี้ย..มันบอกว่า ไม่รู้จะทำทันรึเปล่า

นี่..พวกจะทำการสิ่งใด ต้องอาศัยลูกยุ ลูกชม

ข้าบอกว่า มึงทำไป ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น

เสร็จสามเสาก็เทสามเสา เสร็จเสาเดียวก็เทเสาเดียว

ขอให้ทำให้เต็มที่ ไม่ใช่ต้องรอคนมา ถึงจะทำ

นี่..คือปัญหาของคนขาดกำลังใจ ที่ดูว่าขาดกำลังใจ เพราะมันย้อมใจด้วยความเคยชินว่า การทำงานได้ ต้องมีโกเอ๋นำทีมมาช่วยทำ

คนเหล่านี้ดูเหมือนทุ่มเทและให้ใจ แต่พออะไรที่ผิดไปจากใจ มันจะน้อยใจและจะไม่เอาอะไรเลย

นี่..ความพอดีในใจมันเกิดน้อย

และคนเรามักไม่ค่อยระวังใจเราในด้านนี้กันซะด้วย มันเป็นธรรมดาของปุถุชน

ข้าจึงเอามาขยายให้พวกเราเห็น

นักรบน่ะ แม้เหลียวดูข้างกายไร้เพื่อนประคอง มันก็ต้องสู้
เราสู้เพราะความหมายในชัยชนะภายในใจเรา

เราไม่ควรสู้เพื่อให้ใครเขาเห็นว่า เนื่องด้วยใคร

นี่..เจ้าพรมันโดนของโกเอ๋ พอรู้ว่าโกเอ๋ติดงาน
มันก็ชักอ่อนปวกเปียก

นี่เพิ่งวันพฤหัส มันเสือกบอกกลัวทำไม่ทัน ส้นตีนจริงๆ ยังไม่ทันรบเลย ออกอาการฝ่อซะแล้ว

ใครว่างเสาร์นี้มาช่วยหน่อย ไม่มีหน่องทำอาหารอีก กลัวไม่มีแดกอีก

ตายๆๆๆๆ มนุษย์ฝูง เดี๋ยวข้าให้ไอ้หย๋องกรอดทำให้แดกเอง เชื่อมือมันเหอะ

นักรบ..ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ มันต้องรบต้องฟาดฟันกันไป หยุดไม่ได้
หยุดเมื่อไหร่ โดนฟันกลับเมื่อนั้น นี่..ชัยสมรภูมิ

พักรบ ก็ต้องมาวางแผนการรบอีก สรุป….เสาร์อาทิตย์นี้เท แม้ว่าบนลานรบมันจะเหลือมึงกะกู ……!!

วันที่ 17 มีนาคม 2559 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง