วิญญานที่โดนจองจำด้วยพันธะแห่งสัญญา

วิญญานที่โดนจองจำด้วยพันธะแห่งสัญญา

1071
0
แบ่งปัน

***** “วิญญานที่โดนจองจำด้วยพันธะแห่งสัญญา” *****

คำถาม >>> กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ อยากถามพระอาจารย์ว่า จิตวิญญาณสามารถไปได้ทุกที่ทั่วโลกไหมค่ะ

หรือว่าถ้าเขาตายอยู่ที่ประเทศใดแล้วจะต้องอยู่แค่อาณาเขตของประเทศนั้นไม่สามารถที่จะเข้าไปในเขตแดนอื่นได้

เพราะแต่ละประเทศมีเทวดาเจ้าที่รักษาอยู่ คำถามนี้ในกรณีที่จิตวิญญาณยังล่องลอยน่ะค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

พระอาจารย์ตอบ <<< เรื่องจิตวิญญานนั้น ซับซ้อน มันมีเหตุปัจจัยแห่งวิบากเป็นปัจจัย

จะบอกว่า ไปได้ทั่วโลกก็ไม่ได้ จะบอกว่าไปไม่ได้ก็ไม่ได้ มันมีเหตุปัจจัยแห่งวิบากในแต่ละวิญญานไม่เหมือนกัน

สมัยหนึ่งตอนไปอินเดีย มีเหล่าวิญญานรออยู่ที่วังมหันต์ เหล่าวิญญานนั้นรออยู่ตรงนั้นมาเป็นพันๆปี

ไม่ได้ไปเกิด ไม่ได้ไปไหน เขารอด้วยอำนาจแห่งกุศลวิบากสัญญา ว่าจะได้กลับมาเจอกัน

มีวิบากแห่งการปลดปล่อยจากเครื่องร้อยรัดจองจำ ที่คล้องเป็นโซ่ตรวจสัญญา ไม่ให้พวกเขาไปไหน

เมื่อพวกเราไป ไปในสถานที่ที่พวกเขารอ วิญญานพวกเขาจึงแสดงตัวออกมา เพื่อแสดงเจตนา ที่เราเคยให้สัญญากันไว้

การสาธุคุณและโมทนาบุญ แผ่เมตาจิตของเราออกไป จะช่วยให้วิญญานที่รอคอยสงบลง

การสงบลงแห่งการรอคอย ทำให้พวกเขามีอิสระที่จะไปไหนต่อไหนได้ตามแต่ภวังค์สัญญาที่เขาเคยบันทึก

เมื่อปีก่อนในวันมุทิตาจิตที่เกาะบุญญพลัง เหล่าวิญญานที่มาจากวังมหันต์ ได้เข้ามาน้อมน้อมสักการะ และได้ยกผ้าไตรกัน

นี่เป็นสิ่งยืนยันได้กับใจดวงนี้ และผู้อยู่ในเหตุการณ์ว่า วิญญานเหล่านี้ ต่างมาถึงที่นี่ได้จริงๆ ทั้งๆที่ถิ่นเดิมของเขา อยู่ถึงประเทศอินเดีย

นี่..ในกรณีที่วิญญานพวกเขาได้รับการปลดปล่อยจากห้วงวิบากแห่งสัญญาจิต

ทำให้พวกเขา มาน้อมกราบถึงเกาะบุญญพลังได้ ทั้งๆที่เมื่อก่อน พวกเขาก็ไม่มีวี่แววที่จะมาได้

แต่ก็ยังมีวิญญานจากมหันต์ ที่มาถึงนี่ไม่ได้อีกมากมายเช่นกัน แม้ว่าจะเคยมีสัญญาวิบากต่อกันอยู่ก็ตาม

มันยังมีเรื่องแห่งกาลในนิยามแห่งกรรมของแต่ละคน มันไม่เท่ากันไม่เหมือนกันอีก

อีกที่หนึ่งที่มีวิญญานเยอะก็คือ ที่ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ. เชียงราย

ที่นั่นก็เช่นกัน เหล่าวิญญานได้มากราบสักการะคุณถึงที่นี่ เมื่อก่อนก็มาไม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้มาได้ และมาได้ตลอดเวลา

สมัยก่อนเหล่าวิญญานได้เคยบอกว่า พวกเขาต่างร้องเรียกข้า อันเคยเป็นพ่อหลวงของพวกเขาที่นั้น เป็นร้อยเป็นพันครั้ง เมื่อข้าได้เดินทางผ่านหุบเขาที่นั้น

แต่พ่อหลวงของเขานั้น ไม่เคยได้ยิน ไม่เข้ามา ไม่ใส่ใจ ทิ้งขว้างพวกเขาไป นี่..เขาบอกว่าอย่างนั้น

ข้าเองนี่ไปเชียงรายแม่สายไม่กี่ครั้ง ไปเอาหินให้ช่างแกะพระมาไว้ให้แก่แผ่นดิน

แต่พวกเขาเหล่าวิญญานบอกว่า เคยเรียกร้องหายามข้าผ่านไปเป็นร้อยเป็นพันครั้ง

นั่นก็หมายความว่า ไม่ใช่แค่ชาตินี้เท่านั้น แต่หมายถึงรวมในอดีตชาติที่เคยเกิดมา และได้สัญจรผ่านสถานที่นั้น

นี่..พวกเขาเพิ่งมาสมหวังกันในอัตภาพนี้ ที่ผ่านมาคงไม่ได้เข้าหา และมีกำลังไม่พอที่จะช่วยพวกเขา ให้เข้าถึงความเป็นอิสระแห่งสัญญาที่รอการปลดปล่อย

เรื่องจิตเรื่องวิญญานนั้นซับซ้อนหากอยากเข้าไปรู้ กาลเขากับกาลเราไม่เหมือนกัน

เขาบันทึกด้วยภวังค์จิต แต่เราใช้ความหมายแห่งวิถีจิต การปรุงแห่งกองขันธ์มันแตกต่างกันในความหมาย

แต่ท่านผู้เข้าใจ ท่านก็ปลงลงตรงที่ มันก็มีเหตุปัจจัยของมันเช่นนั้นแหละ

เป็นแต่เรานี่แหละ ที่มักคิดมากและขี้สงสัย

สัตว์ทั้งหลาย ตายที่ไหน ก็มักสถิตย์จองจำด้วยวิบากอยู่ที่นั้น ไปไหนไม่ได้

การไปไหนได้ เราต้องสร้างสัญญาที่อยู่ให้เขาด้วยรูป ที่สำคัญ เราต้องมีบันทึกสัญญาระหว่างกันด้วยเป็นเหตุปัจจัย

วันหลังจะเล่าเรื่องวิญญานที่ไปไหนไม่ได้ เพราะเหตุแห่งลูกหญิงชายเอากระดูกที่เผาจากเมรุใส่ผะอบ เอามาเก็บไว้ที่บ้าน

นี่ก็เป็นสัญญาอย่างหนึ่ง ที่จองจำวิญญานไม่ให้ไปไหนด้วยเช่นกัน..