ใจพระโสดาบัน

ใจพระโสดาบัน

663
0
แบ่งปัน

****** ใจพระโสดาบัน *******

กล่าวโดยสัจธรรมกันเลย ในความหมายของคำว่า พระโสดาบัน

คนจะเป็นหรือที่จะเรียกว่าพระโสดาบัน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนในพุทธศาสนา

ใครบนโลกนี้ หากมีปัญญาเข้าถึงความเป็นจริงในเบื้องต้น นี่เรียกว่าพระโสดาบันกันทั้งนั้น

พุทธะนี่ เป็นเรื่องของปัญญาของมวลมนุษย์ชาติ ไม่ใช่เป็นเรื่องของบัทธิพุทธอย่างที่ยึดกัน

พระสารีบุตร ก็ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ แต่เมื่อได้ฟังความเป็นจริงว่า สรรพสิ่งล้วนมีเหตุ จะดับ ก็ต้องดับที่เหตุ พระพุทธองค์เจ้า ชี้การดับเหตุนั้น

ฟังแค่นี้ บรรลุตรงนั้น เป็นพระโสดาบัน ไม่เห็นว่าจะต้องมาปราวณาตัว หรือต้องทำกิจอื่นใด ตามพวกอภิธรรมว่าสืบๆต่อๆกันมาเลยนี่ ญาน 16 อะไรนั่นก็ไม่เห็นต้องมี

พระโมคลานะ ก็ไม่ได้นับถือพุทธ หรือต้องเจริญภาวนานั้นนี่ อย่างตำราว่าซักหน่อย

พอฟังเพื่อนมาบอกเล่าว่า ธรรมทั้งหลายมันเกิดแต่เหตุ ไม่ต้องปฏิบัติ ไม่ต้องมีพระมาบอก แค่เพื่อนมาบอก

พอฟังแล้ว บรรลุโสดาบันอีก นี่..เป็นชาวพุทธตรงไหนเมื่อไหร่ ศรัทธาพระ ศรัทธาพระพุทธเจ้าที่ไหน

เป็นพวกพราหมณ์พวกฮินดูทั้งดุ้น…!!!

หากย้อนลึกลงไป ถึงพระปัจเจกพระพุทธเจ้า ท่านก็ไม่ได้นับถือศาสนาอะไร

เป็นฤษีชีไพร เป็นผู้ฝึกตะบะ เมื่อเกิดญานรู้ตรงเข้าถึงมรรคผล

เรายังเรียกว่า พระพุทธเจ้าเลย

ของเรามันพวกยึดตำรา ยึดแล้วมีปัญญาเข้าไปตีความนี่ มันน่าสรรเสริญ

ยึดแล้วไม่ว่าง ไม่วางความหมายแปลตามภูมิคนแปล มีแต่งมงายตามตำราที่เขาว่ามานี่ มีดีแต่เถียงหัวชนฝา

ชนฝาซะจนหัวระบมไปด้วยยึดแบบโง่ๆ

ตำราใครก็อ่านได้กันทั้งนั้น ต่างกันแค่ มีปัญญาวิเคราะห์กันได้ใหม

ส่วนใหญ่ชอบก็อปปี้แปะอวดๆๆๆ โชว์ภูมิโง่ๆของตัวตนว่าไร้ปัญญา

เอาแต่ภาษาที่เขาว่าๆกันมา มาอวดภูมิตน

การเข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน ไม่ยากๆพี่น้องเอ๋ย

เกิดมาชาตินี้ได้เจอธรรมประเทืองปัญญา

อย่าไปสนใจเลยแค่พระโสดาบัน

ใครว่าบรรลุยาก ถึงยากก็ช่างหัวมัน

ไอ้พวกคิดว่ายากๆน่ะ มันยากที่จะเข้าถึงอยู่แล้ว ชาตินี้พวกมันไปไม่ถึง

มันมีความยากเป็นตัวอุปสรรค เครื่องกีดขวางเป็นหนามทิ่มแทงเยอะ

เอาอรหันต์เลยพี่น้อง

เป้าหมายพ้นทุกข์ต้องอรหันต์

คนเป็นอรหันต์ไม่ต้องบวชก็เยอะแยะ ได้ไม่ได้ไม่เป็นไร วางเป้าไว้สูง

คำว่าศาสนานี่ มันเป็นแค่ความเชื่อ

เราเชื่อภูมิปัญญาชี้นำของพระพุทธองค์เจ้า

พระพุทธองค์เจ้าทรงตรัสรู้มา เพื่อรื้อขนสัตว์ในชาตินี้ ไม่ได้ตรัสรู้มาเพื่อรื้อขนสัตว์ในชาติหน้า

ทำบุญเพื่อชาติหน้า นี่มันเรื่องของพราหมณ์ ไม่ใช่เรื่องของพุทธ

พุทธชี้สิ้นทุกข์ในชาติปัจจุบัน ไม่ใช่ชาติหน้า

ชาติหน้าเป็นใครเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พอๆกับที่รู้ว่า ชาติที่แล้วก็ไม่รู้เป็นใคร

เพียงแต่ว่า หากชาตินี้กำลังปัญญามันได้แค่นี้ ไปต่อไม่ได้

เราจึงทำใจยอมรับมัน ได้แค่นี้ก็แค่นี้

นี่..เป็นมัชฌิมา เป็นการเดินทางแห่งทางสายกลาง

ทางสายกลางคือ แก้ไข และทำไปจนสุดเหตุปัจจัยแห่งปัญญาแล้ว

เราพึงยอมรับมัน

ภาวะเช่นนี้ ประคองกายไปจนสิ้นชาติ ภาวะเช่นนี้ เรียกว่า พระโสดาบัน

พระโสดาบัน คือมนุษน์ที่มีเหตุมีผล ยอมรับไปตามเหตุปัจจัย

เป็นผู้เดินทางสายกลางด้วยสติและปัญญา เท่าที่มี

ที่สำคัญเป็นผู้ที่มีใจละอายชั่วกลัวบาป

นี่..เป็นผู้มีหิริโอตัปปะ ประจำหัวใจตนเป็นธรรมดา

นี่คือ..พระโสดาบัน..!!

เราไม่ต้องไปขึ้นทะเบียนที่ไหนกับใคร เพื่อความเป็นพระโสดาบัน

เราเฝ้าดูแลใจนี้อย่างมีสติ มีความละอายชั่วกลัวบาปให้เกิดประจำใจ

ใจที่มันเคยชินเช่นนี้ กายแตกเมื่อใหร่ ท่านเรียกว่า พระโสดาบัน

มีปัญญาระงับ โกรธ ระงับโลภ ยึดวัตถุบุคคลสิ่งของต่างๆบรรเทาลงได้

กลับมาเกิดอีกครั้งเดียวเหมือน ใจที่เข้าถึงความเป็น พระสกิทาคามี..!!!

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558