ฝึก……สติแทบแตก ตอนที่ 6

ฝึก……สติแทบแตก ตอนที่ 6

971
0
แบ่งปัน

ตอนนี้เป็นตอนสุดท้าย ที่เทศน์ในห้องไลน์ มาฟังกันต่อ…

โหยยย..ข้ารู้สึกปลื้มในบทมนต์ ที่สามารถทำให้ผู้ฝึกสามารถเห็นพระพุทธเจ้าได้ จึงรีบเดิน ขอทางท่านๆทั้งหลาย ที่เดินเป็นแถวอยู่เบื้องหน้า
ขอเดินไปให้ทัน พระผู้เป็นเจ้า

ข้านี้เดินผ่านร่างท่านทั้งหลายเหล่านั้น เหมือนมีสภาพแค่โปร่งแสง แต่มันก็เห็นๆอยู่ข้างหน้านี้แหละ ยากแท้ที่จะอธิบาย

ข้าเดินไปจนทัน และตามหลังพระผู้เป็นเจ้า
โห..คราวนี้จีวรช่างอร่ามตาแท้ ท่านเดินนำอย่างโสภา ข้านี้ชื่นใจนัก เกิดปิติอย่างบอกไม่ถูก

ตอนแรกๆ ที่เห็นมันก็เฉยๆ แต่พอเกิดการใคร่คราญบทมนต์ ระลึกได้ ว่านี่คงเป็นพระผู้เป็นเจ้า แค่นั้นแหละ มันยากจะสรรหาคำมาอธิบาย
มันเกิดปิติใจอย่างบอกไม่ถู

การเดินจงกลมนี้มันช่างวิเศษจริงๆ คนอื่นๆเขาเล่าว่าเห็นผี แต่ของข้านี้ได้เห็นพระ และเป็นพระพุทธเจ้าพร้อมเหล่าอริยสาวก และพระอรหันต์หลายๆท่าน

ข้านี้แปลกกว่าใครเพื่อน เป็นคนแรกในรอบสองร้อยกว่าปี ที่สืบทอดวิชาสืบๆต่อๆกันมาข้าเดินตามพินิจพิจารณา แม้จะเห็นว่า พระท่านนี้ เป็นพระพุทธเจ้า แต่ใจแท้ๆนั้น มันก็ยังไม่ค่อยเชื่อว่านี่คือพระพุทธเจ้า มันเป็นสันดานภูมิ

จึงน้อมใจขอดูทางฝ่าพระบาท โอ..สิ่งที่ไม่น่าเชื่อ ทุกๆย่างก้าวที่พระพุทธองค์ทรงดำเนิน มีดอกบัวสีชมพู ผุดวาบบบบ จากผืนดินขึ้นมารองรับ

ย่างพระบาทซ้าย ดอกบัวสีชมพูใสก็ผุดวาบบบบ...ขึ้นมารองรับ ยกพระบาทขวา ดอกบัวสีชมพูก็วาบบบบ ผุดขึ้นมารองรับ เห็นเช่นนั้นน้ำตาแทบไหล

ข้าเดินตามไป ดูดอกบัวที่ทรงย่างพระบาทไป จนใกล้มืด ที่สุดข้าก็หยุดตาม มันมืด ข้าชักเริ่มกลัวผี ถ้าเบื้องหน้ามีพระพุทธเจ้ามาเดินให้เห็นได้ ผีก็คงมาเดินให้เห็นได้เหมือนกัน ข้ากลัวพระอรหันต์ท่านจะกระจาย จึงหยุดและยืนแผ่เมตตา ก่อนออกจากทางจงกลม

หลังจากนั้น ข้าก็เข้าไปนั่งกรรมฐาน มานั่งใคร่ครวญพิจารณา นี่มันจริงหรือเท็จหนอ แหม..มันเห็นกันจะๆตา หรือว่าคิดไปเอง สรุป กรรมฐานวันนั้น นั่งไป 4-5 ชั่วโมง มีแต่เรื่องคุ่นคิดถึงภาพ ที่มาปรากฏตลอด

ข้านำเอาเรื่องนี้ไปถามรุ่นพี่ๆ ปรากฏว่า เขาว่าข้าคงคิดมากไปเอง ภาพมันเลยหลอน ใครๆเขาก็เห็นผี หรือเทวดา พระพรหมอะไรอย่างงี้ แต่ไอ้นี่ ดันเห็นพระพุทธเจ้า ไม่มีมาในตำรา สงสัยเพี้ยน กลัวผีจนเกิดอาการหลอน จิตจึงสร้างพระขึ้นมา ต้องหัดสงบสติอารมณ์มากกว่านี้ เขาว่ากันอย่างนั้น

ข้าไม่รู้อะไรจริงอะไรไม่จริง ก็เลยเงียบ แต่ข้ามั่นใจว่า ข้าไม่หลอนหรือเป็นอะไรอย่างที่เขาว่าแน่ รุ่นพี่ไม่มีใครอธิบายอาการที่เกิด มีแต่บอกว่าไม่ใช่ๆๆ ต้องเห็นผี เห็นเทวดา เห็นพรหมนู่น ถึงจะใช่ และได้รับการยอมรับว่า เดินมาถูกทาง นี่คือความโต่งของรุ่นพี่ๆ หากไม่เคยมีมาตามบันทึก เขาถือว่าไม่ใช่

เรื่องนี้ ข้าพยายามเซาะแสวงหา ครูบาอาจารย์ใถ่ถาม มีแค่ศิษย์ของหลวงพ่อปลื้มวัดสวนหงษ์คนเดียว เพราะสายนี้ฝึกมาทางเดียวกัน ครูบาอาจารย์คนเดียวกัน แต่ไปดังอยู่ทางสุพรรณบุรี

รุ่นพี่คนนี้ทำงานให้กับพระราชินี เป็นครูขึ้นกรรมฐาน ย่อมได้รับผ้าไตรจากพรหม สายนี้ เขาประจักษ์จิตเช่นนี้ และเป็นกันทุกคน เมื่อภาวนาผ่านห้องธาตุ

ท่านบอกกับข้าว่า ของจริง มันเป็นบารมีใครบารมีมัน จิตมาทางผี ก็เจอผี จิตมาทางพรหมก็เจอพรหม จิตมาทางพระก็เจอพระ แต่นี่…เจอพระพุทธเจ้า พร้อมสาวกพระอรหันต์ สายเรายังไม่เคยมี ถือเป็นนิมิตที่ดี ว่าพวกเราที่ฝึกๆกันมาทางสายนี้ อาจมีผู้ที่เข้าถึงธรรม ไม่ใช่เป็นกันแค่เครื่องลางของขลัง ที่สืบๆตกทอดกันมา

นี่เป็นคนแรกที่อธิบายให้ข้าฟัง เพียงแต่ข้าไม่เข้าใจคำว่าเข้าถึงธรรม เข้าถึงธรรมคืออะไร พอข้ากลับมาถามรุ่นพี่ พวกเขาพากันดูว่า นี่เป็นเรื่องตลก

เพราะการเข้าถึงธรรม เขาหมายถึงการบรรลุเป็นพระอรหันต์ แล้วเพิ่งฝึกและไม่ได้บวช มันจะไปถึงธรรมได้ยังไง ข้าเองก็เออๆไปกับเขาด้วย
ลูกศิษย์หลวงพ่อปลื้มก็เลยหน้าแหกไป

พวกฝึกปฏิบัติชอบทิ่มกันอยู่แล้ว ใครจะมาเก่งเกินตัวเองพวกพ้องเป็นไม่ได้ ต้องสกัดดาวรุ่ง คำตอบใดๆก็เลยไม่มีมาให้ข้าได้กระจ่างเป็นเวลาหลายต่อหลายปี

ข้าตระเวณ ทดสอบภูมิจิตในหลายๆที่ และติตามพระที่ทรงฤทธิ์ ตามที่เขาว่าๆกัน พวกแกเชื่อไหม ส่วนใหญ่ของเก๊ ไม่มีภูมิธรรมอะไรเลย เอาคำสอนมาจากตำราชี้เอาทั้งนั้น เลยดูเหมือนเป็นผู้รู้ธรรมอันสูงส่ง

ข้าอยู่ใกล้ชิด ก็เห็นๆอยู่ ว่าไม่มีภูมิ คำถามง่ายๆยังเอาบาลีมาเลี่ยง พอเจอผู้อ่านผู้รู้มามากกว่า ก็แป๊กทุกที มีแต่คำขู่ที่โลกเขามองกันไม่เห็น อาศัยผ้าเหลืองปิดบังซ่อนเร้น

จนกระทั่งสิ่งที่ไม่คาดฝันของใครๆก็เกิด ข้าบวช…และบวชมาจนถึงทุกวันนี้ ทิ้งครอบครัวและหน้าที่การงานทรัพย์สินเงินทอง เพื่อนพ้องน้องพี่ ไม่มีใครมานึกว่าชีวิตจะเป็นเช่นนี้ ที่สำคัญ คำพูดของท่านอาจารย์ ศิษย์หลวงพ่อปลื้ม วัดสวนหงส์ ใจข้าได้ประจักษ์แห่งธรรมนั้นแล้ว ข้าเป็นคนแรกและคนเดียว ที่ไม่เอาผี ไม่เอาเทวดา ไม่เอาพรหม ใจดวงนี้ เอาแต่ธรรมล้วนๆ ใจข้ามุ่งไปให้ถึงธรรม ไม่ออกมาสู่ชีวิตเมือง และคงได้ตาย คาผ้าเหลืองท่ามกลางขุนเขาในป่าใหญ่…!!!