เชื่อผี หรือเชื่อความจริงดี

เชื่อผี หรือเชื่อความจริงดี

1213
0
แบ่งปัน

ขอสาธุคุณให้มีแต่ความสุขความเจริญ วันนี้สายหน่อย เพราะเข้ามากรุงเทพ คงไม่เคืองระคายคอกันนะ

ตื่นเช้ากันจริงหน้อ ยังไม่เที่ยงเลย อากาศกำลังดี เป็นเช้าวันหยุดที่แสนชุ่มฉ่ำใจ

คำถาม : กราบนมัสการพระอาจารย์..ผีนี้มันสามารถทำให้เกิดธรรมชาติเเปรปรวน ด้วยอำนาจของเขาไหม

หรือดลจิตดลใจ.เเทรกในจิตผู้คนบัญชาโน่นนี่..เห็นเเต่ในหนัง..อิอิ.อยากฟังนิทานเรื่องผี..

พระอาจารย์ : เรื่องผีนี่ เดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่ขอตอบเจ้านี่ก่อน

การที่เรารู้แล้วว่าบางอย่างมันเป็นเรื่องโง่ๆ ที่โลกเขานิยมกัน แล้วเราไม่เอาไม่ทำ ไม่ไหลไปกับกระแสโลกนี่

มันเป็นเรื่องของ..คนยังโง่เขาคิดน่ะ

รู้ว่ามันไม่เข้าท่า ไม่น่าเอา ไม่เป็นเรื่องเป็นราว

แต่ทำตามโลกเขาว่าเขานิยม ด้วยความรู้ตรงตามความเป็นจริงว่า

มันไม่ใช่ มันไม่เข้าท่า มันไม่น่าเอา มันไม่เป็นเรื่องเป็นราว

นี่..คนพอฉลาดที่อยู่อย่างคนรู้จักโลก

ทำเรื่องโง่ๆ ด้วยสติรู้เท่าทัน กับทำเรื่องที่ฉลาดเกินคนทั้งหลายด้วยความไม่รู้ไม่ไต่ตรอง

ทำเรื่องโง่ๆ ที่โลกเขาว่า ….ด้วยความรู้เท่าทันจะดีกว่า

อย่างนี้พอจะเข้ากับโลกเขาได้

ไอ้ห่า..!! อยู่กับโลกแต่เสือกไม่ว่าตามโลก ก็น่าไปออกบวชเป็นฤษีอยู่คนเดียว

การแทะเสาปูนน่ะมันโง่

แต่แทะอย่างคนโง่กับแทะด้วยรู้ว่ามันโง่นี่ ..แตกต่างกันคนละฟาก

ธรรมมันเป็นเช่นนี้…เรียกว่าเป็นผู้อยู่อย่างผู้รู้จัก ธรรมดา

เรื่องบวงสรวงนี่ มันเป็นทั้งเรื่องโง่และเรื่องฉลาด มันอยู่ที่เจ้าของให้นิยามแก่ใจตน

ถ้าเราถือเอาการบวงสรวงเป็นการนอบน้อมต่อสถานที่ ต่อครูบาอาจารย์ ต่อการสืบสารของประเพณีที่มีมาแต่โบราณ

ด้วยความรู้ที่ตรงตามความเป็นจริง อย่างนี้ก็ทำไปเหอะไม่เป็นไร

แต่ถ้าบวงสรวงด้วยความงมงาย เชื่อนั่นนู่นนี่ละก็ นี่โง่หลาย

เรื่องผีและพลังงานน่ะมันมี ผีมาแทรกในฝันในภวังค์จิตได้ มันมีอำนาจทำให้คนตายก็ได้ นี่เจอกับตัว แต่ไม่ทั่วไปทุกผี สรุปว่าพลังงานพวกนี้ มันมีอำนาจทำตามทิฏฐิของมันได้

แต่ผีมาเสือกเรื่องของคนนี่ เป็นพวกสัมภเวสี มันเป็นผีที่ยังไม่หมดอายุขัยวิญญาณ

จริงๆ แล้วมันไม่มีผลอะไรหรอก คนเรามันชอบปรุงแต่งกันไปเอง

ตายห่าไปแล้ว มันก็มีกรรมเป็นเครื่องอยู่ เป็นผีแล้วยังจะมาอยากแดกหมูแดกไก่

มันเอาฟันเอาลิ้นเอาใจที่ไหนมา..ผัสสะ..!!

ผีกินได้ก็ต้องสร้างส้วมให้ผีแหละวะ

ตรุษจีนทีเชงเม้งที เดือนสิบที ผีมันมาชุมชุนกัน ผีจีนผีไทยผีลาวผีเขมรผีพม่านี่ โชคดี ที่มีกินกันเป็นระยะๆ

สงสารพวกผีฝรั่งน่ะ ไม่มีใครส่งให้แดกอย่างผีพวกเราเลย

นี่แหละๆๆ เสือกอยากไปเกิดเป็นฝรั่งดีนัก ตายเมื่อไหร่ อดแดกหมูเห็ดเป็ดไก่ ซวยไหมๆ

ผีนี่ เขาเป็นพลังงาน มีแต่ความทรงจำ

ถ้าอยากกินหมูเห็ดเป็ดไก่จริง ก็ต้องเอาเครื่องมือของใครซักคนที่เป็นร่าง เข้าไปผัสสะ

นี่.. อย่างนี้ผีจึงจะกินได้ กินแล้วคนก็ขี้ทิ้งไป

แต่การที่คนเอาหมูเห็ดเป็ดไก่มาถวาย มาบวงสรวง ผีไม่ได้กิน นี่..ข้าเองเคยถามผีแล้ว ผีมันกินไม่ได้

ข้ามันพวกหมอผี ผีจึงมาหามาเยี่ยมบ่อย เกือบเป็นบ้าก็เพราะไอ้เจ้าพวกผีนี่แหละ

ได้ดีจนเข้าถึงธรรมก็เจ้าพวกผีนี่แหละ

มันมาบอกว่า ข้าจะ คิด พูด ทำ อะไรก็แล้วแต่ พวกผีต่างรู้กันหมด

นี่..เรื่องทำชั่วนี่ ไม่ต้องห่วง ผีมันเพ่งโทษอยู่ ทำให้ใจดวงนี้ ไม่กล้าออกนอกคอก

ต่อหน้าคนไม่กล้าทำชั่ว ต่อหน้าผีแม้ไม่มีคน ใจนี้ก็ไม่กล้า

ตายห่าไปพวกผีมันรุมเยอะเย้ยตาย นี่ ถ้าคนมันละอายใจต่อผีกันซะบ้าง

ใครคนไหนมันจะกล้าทำชั่ว

เพราะวิญญาณนี่ มันหนาแน่นยังกะเม็ดข้าวสารในกระสอบเลยน่ะ ขอบอก..!!

พวกผีนี่ มันมีฤทธิ์ทำให้มีอันเป็นไปได้ ถ้าไปกระทบในสิ่งที่มันยึดมันหวงแหน

มันมีทิฏฐิของมันอยู่

ผีพวกนี้ อุปาทานสูง ยึด อาฆาต พยาบาท รัก โกรธ

นี่ ผีที่ทรงอารมณ์พวกนี้ มันก็มี แต่มันมีเฉพาะคนที่มีสัญญาต่อกันเท่านั้น

ไม่สาธารณะทั่วไป ฉะนั้น ไม่ต้องกลัว

เราคาดหวังว่า ผีจะปกป้องสิ่งของในโบสถ์ในวิหารได้

แต่ที่ไหนได้ พระดีๆ แม้เป็นทองคำ คนก็ขโมยกันออกมาเกลี้ยง

แสดงว่าพวกผีที่เราคาดหวังจะให้รักษาของนี่ มันหลอกลวง

ถ้ารักษาได้จริง ทรัพย์สินแผ่นดินคงไม่สูญหายไปไหน

นี่..เลิกเซ่นไหว้แจกจ่ายรายเดือนรายปีกันได้เลย

แดกแล้วไม่ทำงาน ก็อย่าให้มันแดก เปลืองตังค์เปลืองของ เอาตังค์ไปแทงหวยดีกว่า

เผื่อถูกหวยบ้าง ยังไม่ซวยเท่าพวกผีหลอกแดก

คนเรานี่ มันมีความเชื่อกันอยู่ กับสิ่งที่มองไม่เห็น นี่..เป็นความพร่องแห่งจิตคน

แต่แม้จะรู้กันเช่นนี้ก็เหอะ อย่าไปขวางความคิดโลกเขาเลย

เราอยู่กับโลก เราก็ทำตามๆ ที่โลกเขาว่า…

ประเพณีไทยมันมีมาอย่างช้านานจนเป็นสายเลือดไปแล้ว

ไม่ทำซิ เรียกว่าอยู่อย่างขวางโลก นี่..ไม่ฉลาดเลย

เพียงแต่การกระทำทั้งหลาย ให้เจ้าตัวได้รู้ทั้งสองฟากว่า

โลกเขาปรารภกันอย่างนี้ เราก็ควรปรารภไปตามโลก

แต่เราไม่ควรปรารภตามใจตนเอง

เราปรารภโลก ด้วยหัวใจที่มีสติในการปรารภธรรม

นี่..การกระทำใดๆ แม้โลกมันไม่เห็นความจริงภายในใจ

แต่ใจดวงนี้ก็อยู่กับโลกได้ และเข้าถึงความเป็นธรรมได้

นี่..เป็นใจที่เข้าใจถึงความเป็น ธรรมแห่งตถาตา..!!

จะทำอะไร ขอให้ใจเจ้าของยอมรับ รู้ให้ได้ทั้งสองฟาก

เราอย่าได้โต่งไปฟากใดฟากหนึ่ง ขอให้เรายืนอยู่กลางๆ

แม้การยืนอยู่กลางๆ ทางโลกเขาจะเห็นว่าการทำเช่นนั้นเช่นนี้มันโต่ง

เพราะยังกระทำอยู่ในฟากใดฟากหนึ่ง นี่มันเรื่องของโลกมอง

เรามีความเข้าใจในทั้งสองฟาก เราย่อมไม่ไหลลงไปในกระแสของฟากใดฟากหนึ่งแน่

แม้เราจะยืนอยู่ตรงฟากไหนอยู่ก็ตาม

ความเข้าใจของอีกฟาก มันย่อมถ่วงดุลย์ใจเจ้าของอยู่เสมอ

นี่..การอยู่อย่างพุทธวิถี เรียกว่าอยู่อย่างมีสติด้วยความเห็นตรงแห่งธรรม อันเป็น ” ตถาตา “

ขี้เกียจจิ้มแล้ว เช้านี้ขอสาธุคุณกันแค่นี้ ขอให้มีความสุขความเจริญกันทุกคนในวันเริ่มแห่ง วันสงกรานต์

พระธรรมเทศนาจากบทธรรม เรื่อง ” บวงสรวงแก้ซวยจริงหรือ ” ณ วันที่ 12 เมษายน 2558 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง