ฝึก……สติแทบแตก ตอนที่ 5

ฝึก……สติแทบแตก ตอนที่ 5

908
0
แบ่งปัน

ขณะที่เดินออกไปนั้น เมื่อสลัดความกลัวทั้งหลายออกไปแล้ว ข้านี้ตั้งจิตนึกถึงองค์พระองค์เล็กๆที่ข้าชอบ 

ข้านี้ ได้นำองค์พระไปติดไว้บนยอดเจดีย์ พระบรมสารีริกธาตุโน่น ด้วยมือข้าเอง เพราะข้าซ่อมเจดีย์เอง ออกเงินเอง ทำเองคนเดียว สวยอร่ามเป็นเจดีย์ทองอยู่ที่วัด
ข้านึกถึงพระพักต์ขององค์พระ มันจำได้ไม่ลืมหูลืมตา ลอยเด่นสง่าในมโน เวลาข้าเดิน คำบริกรรมใช้คำว่า สัมมาพระอรหัง ๆๆๆๆ เดินไปก็บริกรรมอยู่อย่างนั้น แต่ใจนึกถึงแต่หน้าพระ องค์ที่ข้านำขึ้นไปไว้บนยอดเจดีย์

ใจมันเห็นพระอยู่อย่างนั้น เดินไปได้ซักพักใหญ่ๆ ใจก็ดันไปน้อมเอาองค์พระที่ ลอยเด่นในมโนนั้น มายืนอยู่บนฝ่ามือ

การเดินจงกลมของที่นี่เขาเอามือขวาทับซ้าย แล้วประคองไว้เหนือสะดือ ข้านำเอาพระที่เกิดกับใจในมโน ทำความรู้สึกว่าอยู่บนฝ่ามือ และประคองพระไป

ข้านี่เกิดวันพุธ สัญญาลักษณ์คือพระบิณฑบาตร และรูปพระที่ข้านำไปไว้บนยอดเจดีย์ ก็คือพระที่เป็นรูปบิณฑบาตร ทั้งองค์ ข้านิมนต์ลงมาอยู่ในมือข้า และทำความรู้สึกประคองไว้อย่างนั้น

ในคาถาการเดินจงกลม เขาเรียกว่าคาถาล้อม เพื่อป้องกันศัตรูปล่อยของมาใส่ มีอยู่ท่อนหนึ่งเขากล่าวว่า

พระพุทธคุณนัง พระพุทธคุณเจ้าเดินหน้า เทวดาตามหลัง ศัตรูปาป้ง วินาศสันตุ.

เพียงแค่ข้านึกถึงท่อนนี้เท่านั้นแหละ ข้าเห็นพระเดินนำหน้าข้าทันที ตาเนื้อนี่แหละ ยังลืมตาอยู่นี่แหละ เห็นเป้งๆเดินอยู่ข้างหน้า เดินนำหน้าข้าเดินจงกลม

สีจีวรนี้ อร่ามตามาก จิตข้าเห็นชัดถึงจีวร ข้าเข้าใจว่านี่คงเป็นเพราะอำนาจแห่งบทมนต์ ที่ข้าท่อง จึงไม่ค่อยจะตื่นเต้น แค่เดินตามดูเฉยๆ เดินไปชื่นชมจีวรสวยไป

ซักพัก ก็มีพระแซงข้าขึ้นไปเดินตามหลังพระองค์นั้น ข้าเดินตามอยู่ซักพัก มาอีกแล้ว เดินแซงข้าขึ้นไป อีกองค์หนึ่งแล้ว เดินตามกันเป็นแถวเป็นแถว

คราวนี้ไม่ใช่แค่องค์เดียว เดินตามกันเข้ามาเป็นพรวนเลย ทำเอาข้านี้แปลกใจ บางองค์ผมสั้น บางองค์ก็ยาว บางองค์หัวโล้น จีวรเข้มมั่ง เหลืองมั่ง สีกักมั่ง เก่ามั่ง ใหม่มั่ง มีกันหลากหลาย ผิวดำมั่ง ขาวมั่ง เหลืองมั่ง ต่างเดินตามพระองค์แรกไป ด้วยความสงบเสงี่ยม จนข้ามองไม่เห็นพระองค์แรกนั้น

เณรหลากหลายเดินตามๆกันไป มีอยู่คนหนึ่ง ปากเบี้ยวเอียงคอเดิน อยู่หน้าข้านี่แหละ เห็นชัดเจนมาก ข้าก็เดินตามๆเขากันไป

มีพราหม์ชุดขาวหลังค่อม และพระแก่ๆ ถือไม้เท้าเดินปิดหลัง พราหม์นั้นยังกวักมือเรียกข้า ให้เดินตามแถวนั่นเลย เป็นใบหน้าของพราหมณ์ที่อ่อนโยน

ใจข้าเองตอนนั้นมันก็ไม่คิดอะไร เดินตามไปเฉยๆ เดินได้พักใหญ่ ข้าก็เห็นพระรูปหนึ่งถือไม้เท้าดักรอ ยืนอยู่ตรงเสากลาง

ท่านยิ้มดูมีเมตตาและพยักหน้า ถือไม้เท้ามือซ้าย ข้าไม่รู้จักหรือเคยเห็นหรอก แต่ตอนหลังข้าไปเห็นรูปในห้องกรรมฐาน ข้าจำได้ พระท่านนั้นคือหลวงปู่ศุกร์ วัดปากคลองมะขามเฒ่าอะไรนี่แหละ ท่านยืนยิ้มพยักหน้าเรียกข้าอยู่ที่เสากลาง พอเดินไปถึงท่าน องค์ท่านก็ปิดท้ายพราหม์นำหน้าข้าไป

ความแปลกใจหรือตื่นเต้นนี่ ไม่มี นี่เป็นอาการหนึ่งของมโนยิทธิ มันเป็นของมันเอง เกิดจากอำนาจของภวังค์จิต จิตที่จดจ่ออยู่กับองค์พระที่ปลายยอดเจดีย์ ประกอบกับบทมนต์ที่บริกรรมและใจที่เป็นสมาธิ ทำให้เกิดภาพเช่นนี้ นี่…ทำไปด้วยความโง่ๆ มันเป็นของมันขึ้นมาเอง ไม่ได้เกิดจากเจตนา..

แถวที่ข้าเดินตาม เป็นแถวที่เดินกันยาวเหยียด มองไม่เห็นพระองค์แรก ข้าเองนึกถึงบทมนต์อีก ท่อนแรกเป็นพระพุทธคุณนัง ต่อด้วยพระธรรมคุณนัง และตามด้วยพระสังฆคุณนัง…ถ้างั้นพระองค์แรกก็คือ….พระพุทธเจ้า.!!!

คงต้องค่อยนำมาลงกันอีกท่อน ต้องทำงานก่อน….