อายุมันมีน้อย รีบๆทำความดี

อายุมันมีน้อย รีบๆทำความดี

617
0
แบ่งปัน

>>ลูกศิษย์ : ขอถามพระอาจารย์ครับ เรื่องอายุของเราในช่วงนี้ทำไมมีแค่ 100 เดียวเองครับ ยุคอื่นเค้ามีกันเป็นหลักหมื่นเลยสงสัยอ่ะครับทำไมต่างกันเยอะจัง

<<พระอาจารย์ : เรื่องอายุขัยของคนเรานี้ มันมีหลายเหตุอยู่น่ะ พล คนบ้า กลางเมือง

หากจะให้อธิบาย ก็ไม่รู้ว่าจะมีเวลารึเปล่า เพราะกำลังพักจากการดัดเหล็กทำฐานพระอยู่

แต่ก็จะโม้ให้ฟังพอสังเขป…

จากเรื่องที่นำเอามาลงให้เห็นนี้ จะเห็นว่า ในแต่ละช่วง มันจะมี 1 รอบอสงไขยปี

คือ จำนวนรอบของ วิถีเรียกว่า 1 อัตรกัปป์

1 วิถีแห่งอัตรกัปป์นี้ก็หมายความว่า เป็นช่วงขึ้นลง ของชีวิตของมนุษย์เราด้วย

นี่..มันมีเหตุปัจจัยคล้องกันมาเช่นนี้

ที่ยุคนี้ พลถามว่า ทำไมถึงอายุมีแค่ 100 เดียวเอง ที่จริงมันเป็นช่วงของปลายยุคแล้วน่ะ พล

จากยุคนี้ มนุษย์เรา อายุขัยมันก็จะลดลงไปเรื่อยๆ ๆๆ จนกระทั่ง เหลือแค่ 10 ปีนู่แหละ เขาว่างั้น

สิ่งเหล่านี้ เกิดจากเหตุปัจจัยของวิถีจิตมนุษย์เอง คือ ความโลภ โกรธ หลง ที่ทับถมกันมาเป็นเหตุ

ห่วงโซ่แห่งอาหารเพื่อการสร้างรูปก็เปลี่ยนไป สารเคมีมีมากมายขึ้น เวลาที่จะมีสมาธิน้อยลง อาหารก็หยาบมากขึ้น ไม่ได้มีคุณต่อการครองร่างให้อายุยืนๆ ซักเท่าไหร่

ทั้งหมดนี้เกิดจากจิตใจเป็นหลัก มีแต่ความเร่งรีบให้ได้ดั่งใจ…

ต่อไปเราก็จะทานอาหารเม็ดกัน สังเคราะห์แค่สารอาหารออกมา กินกันแค่พออยู่ได้

บางคนแค่มาม่าๆ ทั้งปี มันก็อยู่ของมันได้

เมื่ออาหารไม่ดี มันก็ไปลดทอนร่างกายและอายุ กายก็เล็กลงๆๆ เพื่อให้เกิดความสมดุลกับอาหาร

ต่อไปก็จะเล็กลง อย่างโบราณว่า คือ คงต้องสอยมะเขือไปกินนั่นแหละ แต่ยุคนั้น มะเขือคงไม่มีแล้ว

เรื่องพวกนี้ ว่างแล้วค่อยโม้ให้เด็กๆ ฟัง

ทีนี้… เมื่อถึงที่สุดของผลมัน มนุษย์ก็จะทำสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เกิดเป็น มิกสัญญีฆ่ากันไม่สนใจว่าใครจะเป็นพ่อเป็นแม่เป็นพี่เป็นญาติ

ใจคอมันโหดร้ายเหมือนสัตว์ เข่นฆ่ากันเหมือนตบยุงเล่น ใจมันไร้ความเมตตาปราณี..

ทีนี้… เมื่อใครมาเกิดในยุคนี้ ก็ซวยหลายๆ เด้ง เพราะมีแต่สงครามการล้างเผ่าพันธุ์กันนาน จนมนุษย์แทบสิ้นโลก..

เมื่อเกิดภัยพิบัติพวกตัวแสบๆ ทั้งหลาย โดนฆ่าตายไป ความเงียบเฉียบก็เข้าปกคลุมไปทั้งโลก

พวกที่รอดตาย ก็รู้สึกได้ถึงการตื่นกลัว เกิดมีสติระลึกได้ ว่า แม้ตัวเราเองก็รักตัวกลัวตาย จึงเกิดการไว้วางใจในแต่ละฝ่ายกันมากขึ้น เพื่อไม่ให้เขานั้น มาฆ่าเรา

แต่ก็ใช้เวลานาน กว่าจะไว้ใจกันได้ เมื่อส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางการให้อภัยต่อกัน เหล่าบุตรหลานที่เกิดจากความรัก อายุก็เพิ่มมากขึ้น

และรุ่นต่อรุ่นเพิ่มไปเรื่อยๆ จนอายุขัยของมนุษย์ เอาเลข 1 ตั้ง ตามด้วยเลข 0 140 ลูก และร่างกายก็เจริญเติบโตไปตามกาลเวลาอันยาวนาน

นี่..อายุขัยที่ยาวนานเท่ากับอายุแห่งพรหม ทำให้มนุษย์เกิดความประมาท คิดว่าตนเองนั้นไม่ตาย และนี่คือ ความหมายที่เรียกว่า “.. เป็นผู้มีชีวิตแห่งอมตะนิรันกาล ..”

ใจพวกเขา ก็เกิดการทุศีลเบียดเบียนซึ่งกันและกันอีก ..

เมื่อจิตใจเริ่มหยาบช้า มันก็เกิดการเอาเปรียบ ทำให้พฤติกรรมแห่งห่วงโซ่รอบข้างเปลี่ยนไป

อายุขัยของมนุษย์ก็ลดลงมา ทีละครึ่ง ๆๆๆๆ

ที่สุด … ก็จะลดลงมาเหลือ 100,000 ปี นี่..คืออายุขัยแห่งความเลวร้ายที่มันกำลังโดนภัยคุกคาม

ในระหว่างแสนปี ลงมานี้ หากยุคใดที่โชคดี ก็จะมีพระพุทธเจ้าลงมาจุติ บังเกิดขึ้นในโลกมนุษย์

เพื่อชี้นำคำสั่งสอน ให้มนุษย์ ล่วงก้าวพ้นทุกข์แห่งการที่จะต้องมาเกิดกำเนิดมา

แต่หากตอนแสนปี ไม่มี ก็จะถอยร่นลงมาเรื่อยๆ จนถึงที่สุดคือ เหลือ 100 ปี

หาก 100 ปียังไม่มีพระพุทธเจ้าลงมาโปรด รอบนั้นแห่งอสงไขยปี ก็จะเป็น รอบ สูญอัตรกัปป์ คือเป็น อัตรกัปป์ที่ไม่มีพระพุทธเจ้าอีกแล้ว

และมนุษย์ก็จะมีอายุขัยลดลงไปเรื่อยๆ จนถึง 10 ปี และจะวนเวียนเช่นนี้กันต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด เรียกว่า “.. วัฏฏะ ..”

และเราก็หลงวัฏฏะอยู่อย่างนี้มานานแสนนาน หนึ่งรอบแห่งการเวียนวนนี้แหละ เรียกว่า 1 รอบ อสงไขยปี

และ 1 รอยอสงไขยปีนี้ เรียกว่า 1 อัตรกัปป์

ชิบหายแล้ว บ่ายโมงครึ่ง มันคงด่าข้าเปิงแล้ว มันรอข้าให้ขนาดเหล็กอยู่ ไปแล้วโว๊ยย

ค่อยมาโม้ใหม่..!!

******************************************

พระธรรมเทศนา จากบทธรรม เรื่อง จำนวนปีแห่งกาล…..ถามตอบ

ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557

โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง