ภัย….ยามค่ำคืน ตอนที่ 2

ภัย….ยามค่ำคืน ตอนที่ 2

919
0
แบ่งปัน

…หวัดดี จ้า เมื่อคืนโม้ถึงไหน..

ข้าเองนี้ เคยโดนผีเล่นงานอยู่ บ่อยๆ อย่างข้าน่ะไม่เท่าไหร่ เพราะเผชิญมาเยอะ แต่พวกเราซิ ไม่เคยเผชิญ และเพราะความไม่รู้ จึงคิดว่า ไม่มีอะไรเป็นเหตุ คนที่ไม่รู้อะไร มันก็ไม่กลัว แต่นั่นแหละ พอกระทบแล้วมันจะป่วย เพ้อไปตามแรงปรุงแต่งได้ 

เพราะพลังงาน ยามมาแทรก จะทำให้ธาตุ แปรปรวน ทีนี้ ผีพวกนี้ เขามีอาณาเขตของเขา หากเป็นอาณาเขต ที่พอรับการแผ่บุญที่แผ่ไปให้ได้ มันก็ไม่เป็นไร แต่บางที่ เขาไม่สนใจ และพลังงานแห่งเราที่แผ่ออกไป ดันไปทำลาย และรบกวนใจเขา นี่..ที่เจอมามันเป็นอย่างนี้อีก

ยิ่งถ้าอดีตเคยเป็นศัตรูกัน ยิ่งแล้วใหญ่ พระอริยเจ้า ที่รอดมาได้ เพราะท่าน เต็มใจตาย ท่านไม่ได้ไปรบไปต้าน อะไรกับผีพวกนี้ แต่ใจที่ตั้งมั่น ผีทำอะไรไม่ได้ ไม่ใช่ว่า เป็นพระอริยะเจ้าแล้ว ผีจะไม่หลอกนะ มันเอาเหมือนกัน เผ่นกันป่าราบได้เหมือนกัน

 

ผีที่เป็นอันธพาล ไม่รู้จักพระ ก็มี เต็มไปซะหมด พวกนี้หวงถิ่น และไม่ยอม ยิ่งผีที่กำเนิดเดิม เป็นสัตว์ มามากชาติ พวกนี้ ยิ่งไม่กลัวบาปกรรมอะไรเลย หรือผีที่เฝ้าสมบัติ อายุเกินสามพันปี พวกนี้ ไม่รู้จักพระสงฆ์ เคยเจอเหมือนกัน มันเรียก ไอ้โล้นห่มเหลือง นี่..คือสิ่งที่เราคิดว่า ไม่มี

แค่เราไม่เคยเจอ ไม่เคยเห็น และนำมาพิสูจน์ไม่ได้เท่านั้น แต่มันก็มีของมัน ชาวบ้านชาวป่า ที่เขากลัว และเคยเจอ เราจึงดูว่า พวกเขางมงาย

พลังงานแปลกๆ เหล่านี้น่ะมี แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะมายึดถือนับถือ อย่างชาวบ้าน เพราะชาวบ้าน เขาคิดว่า สิ่งนี้ มีอำนาจ ดลบันดาลอะไรให้เขาได้ เขาจึงพากัน นับถือผี และผีพวกนี้ ก็อาศัยเครื่องเซ่นไหว้จริง

บางพวก ไม่ยอมไปไหน เพราะติดเครื่องเซ่นไหว้ ครบปีเขาจะมารอแล้ว หากไม่เซ่นไหว้ ผีพวกนี้ก็จะแผลงฤทธิ์ ฤทธิ์แห่งผีพวกนี้ มีอานุภาพ สำหรับคนจิตอ่อน ซึ่งเราก็แก้เรื่องจิตอ่อนของคนไม่ได้ซะด้วย มีอะไรนิดหน่อย คนก็พากันกลัวไปซะแล้ว

หากสติตั้งมั่น และไม่กลัวเกรง มั่นใจในความดีที่ได้กระทำ ผีทำอะไรคนเหล่านี้ไม่ได้เลย แค่มีสติและปัญญาอบรมจิต ตามความเป็นจริงหน่อยเดียว อุปาทานแห่งความกลัวผี จะทุเลาเบาบางและจางคลายลงมาสบาย คนที่มีกำลังใจอ่อน จะเป็นทาสแห่งการกลัวผี

หากไปในผืนน้ำกว้างพร้อมข้า ผู้นั้น อาจจะโดนผีเล่นเอา ข้าน่ะ เก่งแค่ด่าแม่ผี คาถงคาถาอะไรไม่มี หากเจอผีเล่นเข้าให้ ข้าก็ไม่รู้จะช่วยยังไง อย่างดี ก็แค่เจรจา และชี้ธรรม หากมันไม่เชื่อ ข้าก็จนใจ ทีนี้ พวกที่คิดว่า แค่ขับเรือออกไป มันจะเป็นไรไป นี่..กลางวันกับกลางคืนน่ะ คนละเรื่องกันเลยทีเดียว

บางครั้งตอนกลางวันมา ไม่เห็นจะมีเกาะ หรือมีต้นไม้ที่โผล่ขึ้นจากน้ำ แต่หากมากลางคืน ดันมีเกาะขึ้นกลางน้ำ บางครั้ง ฉายไฟไปเห็นเกาะ แต่เมื่อดับไฟและฉายซ้ำอีกครั้ง ดันไม่มี

บางครั้ง ไม่แน่ มุมมันเปลี่ยนไป มันอาจจะเป็นมุมที่เรามองไม่เห็นเกาะก็ได้ นี่ก็เป็นไปได้อีก แต่หากมีกำลังจิต แค่กำหนดจิต ว่าเกาะนั้น เป็นเกาะธรรมชาติ หรือดลบันดาล เราก็จะรู้ได้

หากเป็นเกาะธรรมชาติ จะไม่มีผลอะไร ต่อกระแสจิต ที่กำหนดไป แต่หากเป็นเกาะ ดลบันดาล กายเรานี้ จะขนลุกขนพอง เกิดอาการ ขนพองสยองเกล้า เยือกซ่านไปทั้งตัวทีเดียว หากเจอกรณีเช่นนี้ ข้าก็จะหยุด และแผ่เมตตาจิต เกาะเบื้องหน้า ก็จะหายไป

บางครั้ง เราก็จะโดนล้อมโดยกำแพงตอไม้น้ำยืนต้น แทบจะหาทางไปไม่เจอทีเดียว หากเป็นตอธรรมดา ขืนเข้าไป มีหวังใบพัดเครื่องยนต์หัก เพราะมันเป็นดงไม้ แถมอาจจะเป็นเนิน ให้เรือแพติดแหง็กก็ได้ หากส่งไฟออกไป แล้วเจอกำแพงตอไม้ เรียงรายสลอน กำหนดจิตแล้วไม่รู้สึกอะไร เราก็ถอย ไม่ต้องเข้าไป

เพราะนั้นเราอาจหลงเข้าไปในดงไม้แล้ว จะอันตราย ต่อใบพัด แต่ถ้าหากกำหนดจิตแล้ว ขนพองสยองเกล้า ข้าก็จะลุยต่อไป เพราะภาพที่เห็น ย่อมไม่ใช่ของจริง ใครกลัว ข้าไม่กลัว เพราะแผ่นน้ำที่กว้างใหญ่ หากมากลางวัน เราจะเห็นได้ว่า ไม่ค่อยจะมีตอไม้ยืนต้นแต่พอกลางคืน ดันมีตอ ขึ้นมาแน่น เป็นกำแพง

สมัยหนึ่ง ข้าไปกับคนงานพม่า ไปขนไม้สัก ที่เขาตัดขายให้ มาทำกุฏิ ออกไปตอนเย็นๆ ไปถึงปากอ่าวก็มืดค่ำ ออกปากอ่าวไปแล้ว จะเป็นผืนน้ำกว้าง ตอไม้ยืนต้น จะไม่มี แต่คืนนั้น วิ่งๆอยู่ มีตอเต็มไปซะหมด จึงต้องหยุดพักเรือ และหาที่จอดแพนอน

เมื่อได้จอดแพท่ามกลางตอไม้ ข้าก็เข้าสมาธิ เป็นปกติ กว่าจะล้มตัวนอน ก็เกือบๆ ตีสอง ในสมาธิ ก็ได้รับการต้อนรับจากเหล่าผี ที่อยู่แถวๆ นั้น เขาบอกว่า เขาแสนจะดีใจ อยู่ทางนี้ ได้รับกระแสบุญบ่อย แต่ข้ามไปกราบนมัสการ ไม่ได้ มันข้ามเขตกันไม่ได้ แต่ละที่ เขามีเจ้าของเขตรักษา

การที่ข้าได้เดินทางมา ถือเป็นกุศลแก่พวกเขายิ่งนัก เมื่อได้รับการโมทนาบุญ พวกเขาบางกลุ่ม ก็พ้นไปเสียจากภพภูมิตรงนั้น ได้ทันที ผีแถวนั้น ได้เตือนไว้ว่า บางเขต เขาก็เป็นศัตรูกับข้า หากเขาทำอะไรข้าไม่ได้ เขาก็จะทำลาย เหล่าบริวาร อ้าว….ชิบหายเลย นี่ผีเขาว่ามาอย่างนี้

ข้าน่ะไม่เป็นไร กำลังใจมันสูง แต่คนอื่นๆ ละ เพราะไอ้ผีที่เป็นมิตรอยู่กับข้า มันอาจเป็นศัตรู คู่แค้นกับคนที่มา ร่วมกับข้าก็ได้ มันก็เล่นงานได้อีก เพราะข้าเจอมาแล้ว เหตุเพราะเรา ต่างมีสัญญาวิบาก ร่วมกันทั้งนั้น รุ่งเช้า พอมองเห็นผืนน้ำ ตรงที่ข้าต้องจอดเรือแพ เพื่อพักนอน ปรากฏว่า ไม่มีต้นไม้ซักตอ

ที่ผูกแพ ก็เป็นแค่ทุ่นกระป๋อง 5 ลิตร ที่ชาวบ้านเขาถ่วงหินไว้ เพื่อเป็นเสาลงข่าย นี่..มันเคยเจอกันมาแล้ว จึงเอามาโม้ให้ฟังกัน มันก็มีอีกหลายเหตุการณ์

แต่คืนนี้ดึกแล้ว ค่อยๆ ทะยอยโม้ กันต่อไปอีก คืนนี้ แมลงตอมโคตรเยอะ จึงขอลามานะที่นี้ คืนนี้ ขอสวัสดีทุกคน

หากมีเวลา ก็จะโม้ต่อท่อนที่ 3 จะฟังต่อไม๊..

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง