ถาม ตอบ ปัญหาธรรม จากบทธรรมเรื่อง ความสุข…เล็กๆ กับชีวิต

ถาม ตอบ ปัญหาธรรม จากบทธรรมเรื่อง ความสุข…เล็กๆ กับชีวิต

532
0
แบ่งปัน

>> ลูกศิษย์ : พอจ. เกิดแก่เจ็บตายคนเรามีแค่นี้ ตายไปบาปบุญและคุณงามความดีเท่านั้นที่ติดไปใช่ไหมครับ

<< พระอาจารย์ : ถึงคุณงามความดีจะติดตัวไปมากมาย จากการที่เราทำ แต่เมื่อเกิดใหม่ เราจำอะไรที่เป็นเราไม่ได้เลย มันจะมีประโยชน์อะไร กับสิ่งที่ทำ 

มันต้องทำให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ในชาตินี้ซิ ขาดเหลือแค่ไหน เราจึงค่อยปล่อยกันออกไปว่ากันใหม่ ในร่างที่ไม่รู้เป็นใคร ในสมมุติใหม่ เบิร์ด

แต่ละคนปัญญาไม่เท่ากันใช่อยู่ แต่ขอให้ตั้งใจและตั้งมั่นที่ใจเราว่า มีปัญญาแค่ไหน มันก็บรรลุกันได้ทุกระดับปัญญา

เราอยู่ระดับอนุบาล เราก็ขอนิพพานแค่ระดับอนุบาล เรามีปัญญาระดับ ด๊อกเตอร์ เราก็นิพพานระดับด๊อกเตอร์

การนิพพาน ไม่ใช่ว่า ฉันมันโง่ มีปัญญาแค่นี้ จะไปนิพพานได้อย่างไร การคิดเช่นนี้ โง่แท้และโง่หลาย ตามที่คิดที่เป็นจริงๆ

การนิพพาน ไม่ได้ขึ้นอยู่ขนาดของปัญญา อยากขึ้นมา โกรธขึ้นมา ยึดขึ้นมา จะเป็นปัญญาระดับอนุบาลหรือระดับด๊อกเต๊อร์ มันโง่คือกัน

ฉะนั้น หากมีเหตุปัจจัยให้โง่คือกันได้ เราก็จะเห็นชัดว่า มันไม่เกี่ยวกับระดับขั้นปัญญาของแต่ละคน

ชาวนาสมัยก่อน พอฟังธรรมจากพระพุทธองค์ เข้าใจแทงทะลุแจ้งตลอด ก็สามารถอธิบาย กระบวนการแห่งนามรูป ขันธ์ห้า ไตรลักษณ์ อริยสัจได้

นั่นเพราะ เกิดจากความเข้าใจและแจ้งแทงตลอด ความเข้าใจนี้ ทุกคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ เครื่องมือมันก็พร้อมอยู่แล้ว

เพียงแต่เรา เอาตัวตนเข้าไปเป็นเจ้าของและยึดเครื่องมือชิ้นนี้มาเกิน มันเกินพอดี มันจึงนิพพานไม่ได้ หากเรายังขาดความศรัทธาต่อผู้อื่น ที่มีธรรม

ต่อให้ผู้นั้นบรรลุธรรมแท้ๆ เราก็ไม่เชื่อ ที่ไม่เชื่อ เพราะตัวตนมันแรงจัด และแรงโดยไม่รู้ตัว เมื่อตัวตนแรงจัด มันก็ไม่มี ไม่เห็น ไม่ฟังใคร มันจะเอาแต่ใจตนเองเป็นที่ตั้ง

ถูกใจ ก็ชอบไปซะหมด ไม่ถูกใจ ก็ไม่ชอบไปซะหมด ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง ชอบใจบ้าง ไม่ชอบใจบ้าง มีแต่อารมณ์แห่งตัวตน เป็นผู้ตัดสิน ไม่ฟังใคร

เพราะถูกใจ ไม่ถูกใจ และเฉยๆ เป็นเหตุ คนเช่นนี้ ย่อมไม่รับฟังธรรมจากสัตบุรุษ เมื่อไม่ได้รับฟังธรรมจากสัตบุรุษ ก็ย่อมไม่รู้ธรรมตรงตามความเป็นจริง

ผู้ไม่รู้ธรรมตรงตามความเป็นจริง ย่อมไม่เกิดศรัทธาหรือความเชื่อว่า ความจริง จริงๆ แล้วมันเป็นอย่างนั้น มันเป็นอย่างนี้

เมื่อไม่เกิดศรัทธา ก็ย่อมไม่พินิจพิจารณา ตามเหตุตามปัจจัยที่เข้ามาผัสสะ เมื่อขาดการพิจารณา มันก็กระทำโดยการขาดสติ ที่ขาดสติเพราะ มันเอาตัวตนเป็นหลัก ตัดสินใจ

เมื่อไม่มีสติ มันก็ขาดความสำรวม ทางกาย วาจา ใจ คนที่ไม่สำรวมทางกายวาจาใจ ก็คือคน ทุศีล

คนทุศีล ก็คือ คนที่ขาดสติ กำลังใจในการผัสสะมันไม่แน่นอน จิตใจไม่เป็นปกติแห่งความตั้งมั่น ผัสสะกับอะไร ก็มักไหลไปในกระแส ต้านทานไม่ได้ ใจไม่ตั้งมั่น นี่…อาการแห่งคนทุศีล

ไม่ใช่ศีลที่เป็นข้อสมมุติบัญญัติ เมื่อทุศีล ก็ย่อมไหลไปตามอาการแห่งจิต ที่อยู่ในกระแส นิวรณ์ 5 คือ กระแส ตัณหาในกาม ในอารมณ์ ในอาการแห่งจิตที่เกิดกับกา

ความลังเลสงสัยไม่มั่นคง และความฟุ้งซ่านรำคาญใจในผัสสะ เมื่อตกอยู่ในกระแสแห่งนิวรณ์ 5 นั่นแหละ ท่านเป็นทาสแห่งอาการของ อวิชา

อวิชา…เป็นที่มาแห่งเหตุทั้งปวง อวิชา ที่มันมั่นคงครองโลกอยู่ได้ เพราะมันมี ใจที่ตกอยู่ในกระแส นิวรณ์ 5 เป็นอาหาร

  • นิวรณ์ 5 อาศัยการทุศีล ทางกาย วาจา ใจ เป็นอาหาร
  • การทุศีล อาศัย การไม่สำรวมใจ เป็นอาหาร
  • การไม่สำรวมใจ อาศัยการ ไม่มีสติ เป็นอาหาร
  • การไม่มีสติอาศัยการ ไม่พิจารณาโยนิโส เป็นอาหาร
  • การไม่พิจารณา อาศัยการไม่มีความศรัทธาต่อสิ่งใดๆ เป็นอาหาร
  • ความไม่ศรัทธา อาศัย การที่ไม่ได้รับฟังธรรมแห่งมุโตทัย จากสัตบุรุษ เป็นอาหาร
  • การไม่ได้รับฟังธรรมจาก สัตบุรุษ อาศัย การไม่เข้าหา เป็นอาหาร
  • การไม่เข้าหา อาศัย การมีจิตใจ ที่แข็งกระด้าง ไม่ยอมลงไม่ยอมฟังใคร เป็นอาหาร
  • การที่ไม่ยอมฟังใคร เพราะมันอาศัย ตัวตนที่มันคิดและตัดสินเอาเอง เป็นอาหาร
  • การที่เป็นตัวตน คิดและตัดสินใจเอาเอง อาศัย ….อวิชา เป็นอาหาร

กระบวนการแห่งผู้ไม่รู้ธรรม เข้าไม่ถึงธรรม และเข้าใจว่าตัวเองไร้ปัญญา เกิดจากกระบวนการเหล่านี้

และทั้งหมดนี้ ก็ยังอาศัยเหตุปัจจัย อื่นๆ มาเกี่ยวข้องอีก ตามกาลและกำลังของแต่ละคน ฉะนั้น เราจะมาตัดสินแยกย่อยไม่ได้เลยว่า เราต้องใช้ปัญญาแค่ไหน และเท่าไหร่

ตัดสินไม่ได้ ว่าเรานี้ โง่เหลือหลาย คงนิพพานไม่ได้ ขอให้เรา ตั้งมั่น และตั้งใจว่า จะนิพพานหรือไม่นิพพาน เราก็จะนิพพาน

เพราะจะนิพพานหรือไม่นิพพาน ก็ต้องตายห่าคือกัน ไม่พ้นไปจากนี้แน่ เรา..มีชาติเดียวเท่านั้น นับจากนี้ไป ขึ้นชื่อว่าชั่ว เราจะไม่ทำ

พยายาม ตั้งสติ ละอายชั่วกลัวบาปให้ได้ นิพพาน มันเริ่มจากจุดนั้น ไม่ได้ไปเริ่มที่ไหน สร้างฐานสติในการละอายชั่วกลัวบาป ให้ใหญ่และแข็งแกร่ง

เพราะนั่นแหละ คือตัวศีล เรา..สามารถนิพพาน ภายในชาตินี้ ได้ทุกคน เชื่อท่านผู้เฒ่า จงมั่นใจตัวเองแต่ให้ระลึกไว้เสมอว่า

เรา…ยังมีดีไม่พอ เรายังเลวอยู่ เรา จะพยายาม ละอายชั่วกลัวบาป ด้วยสติที่ปัญญาเราจะพึงมี และทำความเข้าใจว่า สรรพสิ่งล้วนสมมุติ

สมมุตินี้ คือ ตัวอวิชา อวิชาเป็นที่มาแห่งเหตุทั้งปวง ให้ทำใจ ยอมรับมัน ให้รู้ว่า ใดๆ ก็เกิดเป็นธรรมดา ใดๆ มันก็ดับเป็นธรรมดา ชลอการเสือกกับใดๆ ลงหน่อย

ทำแค่นี้ นิพพาน กวักมือเรียกให้เดินตาม ในชาตินี้ ตอนกายไร้ลมหายใจ สวัสดียามเที่ยง

ถาม ตอบ ปัญหาธรรม จากบทธรรมเรื่อง ความสุข.. เล็กๆ กับชีวิต ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง