งมงายด้วยการบวงสรวง

งมงายด้วยการบวงสรวง

457
0
แบ่งปัน

******** “งมงายด้วยการบวงสรวง” ********

หวัดดี…

เราจะมาคุยกันถึงเรื่องบวงสรวงหน่อย..

หลายคนยังไม่ค่อยเข้าใจเจตนาในการบวงสรวง นี่..เพราะไปจำคำพูดข้ามาพูด

ว่าการบวงสรวงนี่ เป็นเรื่องเล็กๆ ไม่สำคัญอะไรเท่าไหร่

นี่..ไม่ใช่หมายความว่าอย่างนั่น อย่างที่คนทั้งหลายเข้าใจ

ถ้ามันไม่สำคัญ คนอย่างข้า จะไปจัดทำไม

ในระดับภูมิเรานี่ มันสำคัญ เพราะเรายังแคร์สังคม

ข้านี่มักจะชี้ให้ผู้คน ตื่นจากความงมงาย

การบวงสรวงนี่ มันเป็นเรื่องของนอกศาสนา นี่..เราเข้าใจและชี้กันมาอย่างนี้

เมื่อเป็นเรื่องของนอกศาสนา แล้วเราจะจัดการบวงสรวงกันทำไม..??

ข้าเองนี่ เจตนาแค่ไม่อยากให้มันเป็นพิธีใหญ่โตและสิ้นเปลือง ใช้เงินไปมาก กับสิ่งเหล่านี้

เพราะส่วนใหญ่ เรามักจะให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายในการบวงสรวงอย่างเต็มที่

ความหมายข้า ไม่ต้องการให้ใครสิ้นเปลืองอย่างนั้น

ทีนี้ การบวงสรวงนี่ บางสำนัก เขาดูว่าเป็นเรื่องงมงาย นี่..เป็นการมองมุมเดียวแคบๆ

บางสำนัก ก็บวงสรวงเป็นอาชีพอีก นี่…ก็งมงายเกินไปอีก

ข้าในฐานะ ที่มักจะสื่อกับพลังงานทั้งหลายเป็นปกติ หากมองอย่างโลก บวงสรวงนี่สำคัญ

เพราะเป็นเรื่องของชุมชนสังคม เราอยู่ในสังคมชุมชน ที่เขาเห็นเรื่องพวกนี้ เป็นสิ่งที่ควรทำ

คนจีน เขาก็ไหว้เจ้ากันทุกปี

คนไทยพุทธเรา ที่จุดธูปจุดเทียนหน้าพระนี่ ก็เป็นการบวงสรวง

คนลาว พม่า เขมร เขาก็บวงสรวง

บวงสรวงคือการนอบน้อมต่อสิ่งที่เราเคารพนับถือ

เพียงแต่การบวงสรวง มันเป็นธรรมชาติของคนทั้งหลาย ที่มีพิธีการแตกต่างกันเท่านั้น

ทีนี้ สำหรับที่นี่ เราได้ทำการบวงสรวงกัน ได้เชิญลุงบางมาทำพิธีพราหมณ์บอกกล่าวให้

เพราะเรื่องบวงสรวงนี่เป็นเรื่องของพราหมณ์ ข้าน่ะทำอะไรกับเขาไม่เป็น

ทำไมข้าต้องไปบอกกล่าวบวงสรวง นี่ก็เพราะ นอกจากจะมีมนุษย์เราทั้งหลายแล้ว

มันยังมีเหล่าพลังงาน ที่ไม่เป็นรูปมนุษย์ มันก็มีพลังงานเหล่านี้ เขามีบันทึกสัญญา

และพวกเขาทั้งหลาย อยากให้ข้าจัดพิธีขึ้นมา เขาอยากโมทนาที่ข้าสร้างพระให้แก่แผ่นดิน

เพื่อเป็นการนอบน้อมสักการะคุณ เป็นการเทิดทูลแผ่นดิน ที่พวกเขาต่างเคยเกิดมาอาศัย

การบวงสรวง จะทำให้พวกเขาที่เป็นพลังงาน มีการรวมตัว

พลังงานเหล่านี้ ไม่ได้มากินเครื่องเซ่นไหว้ เขากินของเหล่านี้ไม่ได้

ของเซ่นไหว้เหล่านี้นี่ มันเกิดจากเรา ยัดเยียดให้แก่เขาไป พูดง่ายๆ ว่า เกิดจากเรานึกเอา

เพราะความที่กาลเวลามันผันผ่านเกิดดับมานาน

ความทรงจำในการทำพิธี มันก็ติดภวังค์ไปด้วยซ้ำๆ มาอย่างยาวนาน

เหล่าพลังงาน เขาก็มีความทรงจำในการมาร่วมงาน เพื่อทำการบวงสรวงเช่นกัน

ฉะนั้น..งานบวงสรวงทุกงานทั่วโลก จะเต็มไปด้วยเหล่าพลังงาน

มันเป็นเสมือนสัญลักษณ์ ของการมาร่วมกัน ทั้งฝ่ายมีรูปและไม่มีรูป

ข้าเองนี่ เห็นตรงนี้ชัด องค์พระพุทธะที่เราร่วมสร้างกัน มันกระหึ่มไปทั่วทั้งสามโลก

เพียงแต่พวกมนุษย์มันหูหนาตามัว มันจึงไม่ได้ยินเสียงกระหึ่มแห่งการสาธุการนี้

เมื่อเหล่าพลังงาน ร้องขอมา ข้าก็จัดการให้ ทำกันตามที่โลกเขาว่าเขาจำกันมา

เหล่าพลังงาน เขาไม่ได้ต้องการมากินเครื่องเซ่นไหว้บวงสรวง ขอให้จำเอาไว้

แต่การบวงสรวง พวกเขาจะมีกำลังในการมาร่วมโมทนาและสาธุคุณ

นี่..จุดหมายข้าต้องการแค่นี้

การได้ร่วมโมทนาสาธุคุณ ที่เกิดจากใจเขา มันจะทำให้พวกเขา สุขสงบอยู่ในภพภูมิ

เวลาของเขากับเรามันไม่เท่ากัน การได้มาร่วมสาธุคุณแค่ครั้งเดียว

กับงานบุญ ที่เจตนาบริสุทธิ์ เพื่อแผ่นดิน จะทำให้พวกเขา สุขสงบในปิติจิต ไปจนหมดอายุขัยแห่งพลังงานวิญญาณ

หลายพลังงาน ได้ติดตามลูกหลานและญาติๆ เขามา

พวกเขาได้อาศัยกายหยาบอันเป็นเครื่องมือของลูกหลานเหล่านี้แหละ

ทำการสาธุโมทนาบันทึกไปสู่ภวังค์วิญญาณ ที่เป็นอัตภาพของเขา

เรื่องพวกนี้ มันไม่เป็นสาธารณะ ข้าพูดไป มันก็ไม่มีใครมาเห็นอย่างที่ข้าเห็น

แต่ถ้าได้ฟังธรรมที่ข้าได้ขยายความออกมา

หลายท่านคงประจักษ์ใจ ว่าธรรมทั้งหลายนั้น มันอยู่เหนือปัญญาของท่าน

แต่พวกท่าน ต่างก็เข้าใจได้ด้วยปัญญาของท่านเอง

ส่วนเรื่องวิญญาณนี่ มันไม่สาธารณะ มันมีไม่กี่คน ที่รับรู้และเห็นอย่างที่ข้าเห็น

ตรงนี้ โจรมันก็อาศัยการพล่ามในสิ่งที่ไม่เห็นออกมาได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อสสารมี พลังงานมันก็ย่อมมี นี่เป็นธรรมดาใช่ไหม..??

เมื่อเราเข้าใจเช่นนี้ พลังงานที่ข้ากำลังพูดถึงนี้ มันก็มีของมันเช่นกัน

เพราะความที่มีนี่แหละ ทำให้ข้าต้องใส่ใจพวกเขาด้วย เพราะเราทั้งหลาย ต่างเคยเป็นญาติๆกันมา

การบวงสรวงเป็นอีกหนทาง ที่ทำให้พวกเขา ได้มีกำลังในการที่ได้เข้ามาร่วมกัน โมทนา

ส่วนข้านี้ ก็แค่เป็นสื่อ ในการได้บอกกล่าวและนอบน้อมตามกำลัง

การที่เราจะให้ดอกไม้ในมือเราต่อใครซักช่อ นั่นไม่ได้หมายความว่า…

เราจะยื่นเพื่อให้เขาเอาดอกไม้ไปกิน

แต่เรายื่นดอกไม้ให้ เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ ขอบคุณต่อสรรพสิ่ง ที่ได้มอบความไว้วางใจต่อใจเรา

ให้มีวันที่สวยงาม และสุขใจ ที่ร่วมกันกระทำในสิ่งดีๆ

ดอกไม้หนึ่งช่อ…

มันแทนความหมายจากใจได้หลากหลาย

การบวงสรวง…

เราไม่ได้ให้แค่ดอกไม้ แต่เรามอบให้ความหมาย ที่พวกเราได้จดจำวิธีการต่างๆ ที่สืบทอดกันมา

เราพากันปรุงแต่งความหมายเข้าไป จนกลายเป็นประเพณี ว่าต้องทำต้องจัดอย่างนี้

เพื่อให้สมพระเกียรติ เพื่อให้มันยิ่งใหญ่ ใจจะได้พองโต เมื่อเจ้าของได้ร่วมกระทำลงไป

นี่..การบวงสรวงมันจึงมีสิ่งของมากมายหลากหลาย

มันเป็นความหลากหลาย ไปตามขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ทำสืบๆต่อๆกันมา

พวกเราบางคนที่ดูว่าสมัยใหม่ไปหน่อยเลยไม่ให้ค่า เพราะเห็นว่า ข้าพูดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย

เอาคำพูดของข้ามาตีความหมายให้มันน้อยค่า

ด้วยความเข้าใจว่า…

การบวงสรวง ไม่ใช่สิ่งสำคัญ นี่..ต้องแยกแยะประเด็นและเจตนาอันหลากหลายให้ออกด้วย

ข้าต้องบวงสรวงบอกกล่าวอีกทีต่อสถานที่ เมื่อเริ่มถักและเทองค์พระ

ช่วยไม่ได้จริงๆที่ต้องทำ เพราะเพื่อนข้า มันเป็นผีกันเยอะ

เราบวงสรวงด้วยปัญญาก็มี ด้วยงมงายมันก็มี

มันอยู่ที่เราจะใช้เครื่องมือการบวงสรวงนี้ ในการเดินดำเนินไปในทิศทางใด

บางเรื่องเหมือนกับเรารู้แล้วอย่างชัดเจน ว่าการแทะเสาปูนกันนี่ เป็นเรื่งโว่อย่างบัดซบ

แต่คนฉลาดท่านก็แทะ เพราะท่านอยู่ร่วมกับสังคมที่เขาพากันแทะเสาปูนกัน

แทะเสาปูนด้วยอาการรู้ว่าโง่ กับแทะเสาปูนด้วยความโง่อย่างบริสุทธินี่ ผลและความหมาย มันแตกต่างกันคนละด้าน

รู้ด้านใดด้านหนึ่งเพื่อที่จะยึด มันก็โต่งด้วยอัตตา

รู้แล้วเลือกที่จะยืนอยู่อย่างสง่าตามเหตุปัจจัย นี่..มนุษย์ผู้รู้จักธรรม..

แล้วค่อยเจอกีนอักที บวงสรวงหน้าก็แล้วกัน

วันนี้หวัดดี

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง