ญานและฌาน ที่เกิดกับเรา

ญานและฌาน ที่เกิดกับเรา

283
0
แบ่งปัน

*** “ญานและฌาน ที่เกิดกับเรา” ***

ขอสาธุคุณยามเช้า

บางคนนั้น แค่เห็นหน้า เราก็มีความรู้สึกดีๆให้เขา
มันมาจากส่วนลึกภายใน
นี่เป็นญาณตัวหนึ่ง เพียงแค่ไม่ชัดแจ้ง

บางคน เห็นแล้วไม่ชอบใจ
ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
นี่ก็ญาณตัวหนึ่ง เพียงแค่ไม่ชัดแจ้งเช่นกัน

ญาณที่ชัดแจ้ง เกิดจากอำนาจแห่งสมาธิ
เพื่อส่งออกไปทางเจโตก็มี
เรียกว่า เจโตปริยญาณ

มาทางปัญญาก็มี
เรียกว่า ปัญญาปริยญาณ

ญาณทั้งสอง อาศัยสมาธิเป็นที่ตั้งแห่งจิต
เพื่อเป็นบาทในการดำเนินตามร่องไปสู่ความรู้แจ้ง

ญาณที่รู้แจ้ง จนเกิดความชำนาญในแต่ละเรื่องในแต่ละสาขา เรียกว่า ฌาน

ฌานนี่ เป็นความเคยชิน
เป็นอารมณ์ที่มีความชำนาญ
ที่แสดงออกมาด้วยความตั้งมั่น
และมั่นใจแห่งเจ้าของที่ครอบครอง

ญาณกับฌาน เป็นคนละตัวกัน
แต่เกี่ยวเนื่องกันไปตามเหตุและปัจจัยที่สร้างสมมา

ญาณนั้นเป็นความรู้ ฌานนั้น เป็นความชำนาญ
เมื่อญาณและฌานเกิดประสานกัน
เจ้าของก็จะเข้าถึงภาวะอารมณ์
ที่ละเอียด ปราณีต ชัดแจ้ง
สิ้นสงสัยลงไปตามอำนาจวาสนาและบารมี

ก็ขอให้ทุกท่าน เกิดอารมณ์เหล่านี้
ในการฝึกปฏิบัติ
เพราะสิ่งเหล่านี้
มันมีอยู่ในตัวของทุกๆคน
ที่เกิดมาเป็นมนุษย์
อยู่ที่ว่า ใครสร้างสมมามากน้อยแค่ไหน

คนที่ได้ญาณและฌานขึ้นมาในอัตภาพ
จึงไม่ควรทำตัวเหนือมนุษย์ผู้อื่น

เพราะผู้อื่นเขาก็มีของเขาเช่นกัน
เพียงแต่เขายังไม่ถูกปลุกขึ้นมาให้ตื่นเท่านั้นเอง

สำคัญท่านอย่าหลงในญาณและฌานต่างๆที่เกิด
ด้วยการเอาตัวเข้าไปเป็นเจ้าของ

มันเกิดก็เกิดไป มันยังมีภาวะที่ละเอียดประณีตยิ่งๆขึ้นไปรอทัศนวิสัยที่เห็นเป็นเรื่องธรรมดาๆรออยู่

หากเราติดญาณและฌานที่มันทะลุบังเกิดขึ้นมา
.มันจะกลายเป็นอุปกิเลส

อุปกิเลส มันเป็นตัวขวางมรรคผลที่ละเอียดและปราณีต ไม่ให้เราเข้าไปถึงในส่วนนั้น

ผู้จะเข้าถึงมรรคผล เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่มีปัญญาญาณ

ไม่เกี่ยวจะเป็นพระเป็นโยม
เราต่างเป็นมนุษย์เหมือนๆกัน
เข้าได้เหมือนๆกันไม่แตกต่างกัน

ที่แตกต่าง มันแตกต่างทางด้านเวลาที่ใส่ใจลงไปและกรอบกฎเกณฑ์ที่มนุษย์เราสร้างมันขึ้นมา

เราอยู่ในกรอบและยึดกรอบกฎเกณฑ์อย่างไม่ลืมหูลืมตา

เช่นนี้กรอบและกฎเกณฑ์ต่างๆมันก็เป็นตัวขวางมรรคผลด้วยอัตตาตนด้วยเช่นกัน

ขอสาธุคุณยามสายทุกๆท่าน ขอให้เกิดญาณและฌานกัน ด้วยความสุขและความเจริญตรงตามพุทธวิถี


คำถาม >>> แล้วถึงเมื่อไหร่ที่เราควรจะทิ้งกรอบและกฎเกณฑ์ในเมื่อเรายังอยู่ในสังคม

<<<พระอาจารย์ตอบ เมื่อเข้าใจว่ากรอบและกฎเกณฑ์ของสังคม เป็นแค่สมมุติที่มนุษย์สร้างขึ้นมา มีญาณรู้เด่นชัดในกฎเกณฑ์เหล่านี้ เมื่อนั้นมันจะวางด้วยตัวมันเอง ไม่ใช่เราเข้าไปวางและทิ้งอย่างตรรกะที่เราเข้าใจ

พระธรรมเทศนา วันที่ 8 ตุลาคม 2562

โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง