อยู่ปริวาสกรรมเพื่ออะไร

อยู่ปริวาสกรรมเพื่ออะไร

439
0
แบ่งปัน

****** อยู่ปริวาสกรรมเพื่ออะไร *****

ขอสาธุคุณ

เรามาคุยถึงการอยู่ปริวาสกันต่อซักหน่อย เพื่อความกระจ่างชัดและตรงตามพระธรรมวินัย

การอยู่ปริวาสนี่ เป็นการอยู่เพื่อมาดูใจตนเอง ถึงการเป็นนักบวชต่อไป

ผู้ที่เข้ามาบวช แน่นอน..ความตั้งมั่นไม่พอ มันอาจพ่ายแพ้ได้

การประกาศความผิดอย่างเปิดเผย เพื่อขอแก้ตัว เพื่อการบวชของใจนี้อย่างมีคุณ

การขอเข้าสู่ปริวาสกรรมนี่ เป็นการสมควรเพื่อชำระใจดวงนั้น ที่มันพ่ายแพ้

คนเราย่อมแพ้ได้ เพราะความเผลอสติที่สำรวมได้ไม่พอ

เมื่อเกิดการเผลอสติ การขอโอกาสอีกครั้ง…

เพื่อเป็นการตั้งต้นใหม่ต่อผู้ทรงคุณ

เพื่อขอชำระและมีสติตรึกตรองเฝ้าดูแลจิต จนมั่นใจแล้วว่า จะบวชต่ออย่างผู้ต้องการไปอย่างนิรทุกข์

เช่นนี้ การออกจากปริวาสกรรม ที่ได้เข้ามาชำระจิต น่าโมทนาบุญสำหรับพระผู้ประมาทพลาดพลั้ง ทุศีลหนักลงไปด้วยความพ่ายแพ้

เมื่อมั่นใจว่าใจดวงนี้ จะเฝ้าสำรวม ระวังด้วยสติและสัมปชัญญะอย่างตั้งใจ

การอยู่ต่อครองเพศพรหมจรรย์นั้น ก็ควรอยู่

การอยู่ปริวาสกรรม เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ทุศีลหนัก ท่านได้แก้ตัว

แต่การแก้ตัวนี้ มันมีนัยยะ ใช่ว่า…การอยู่ปริวาสกรรมแล้ว ตนบริสุทธิ์แล้ว

ต้องอาบัติใหม่ หรือไม่รู้ว่าต้อง หรือไม่ต้องอาบัติ ก็เข้ามาอยู่ใหม่ซ้ำๆกัน อย่างที่เข้าใจ

นัยยะนั้นคืออะไร เดี๋ยวมาว่ากัน

ผู้ที่อยู่ปริวาสกรรมไปแล้วครั้งหนึ่งนี่ สำหรับการออกบวช ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอับอาย ขายขี้หน้า ต่อพ่อแม่และวงศ์ตระกูลเลยทีเดียว

การบวช ไม่ใช่มาบวชเพื่อเข้าอยู่ปริวาสกรรม เนื่องด้วยการเป็นกิจของสงฆ์อย่างที่รุ่นเห็บพุทธเขาว่ากัน

การอยู่ปริวาสกรรมนี่…เป็นการอยู่ขอโอกาส เพราะเจ้าของต้องอาบัติหนัก

การต้องอาบัติหนักโดยเจตนา การขอโอกาสมาเข้าปริวาสกรรม…นี่เป็นการสมควรแก่ภิกษุ ผู้พลาดพลั้งไป

เมื่อออกจากการชำระอาบัติด้วยการอยู่ปริวาสกรรมไปแล้ว

หากการบวชกลับต้องอาบัติหนักในข้อสังฆาทิเสสอีก

เช่นนี้ ภิกษุนั้น พึงมาเปิดเผย และขอโอกาสเข้าสู่ปริวาสกรรม เพื่อชำระใจตนเองอีกครั้ง เป็นครั้งที่สอง

การเข้าปริวาสกรรมอีกครั้ง…เป็นครั้งที่สองนี่

เป็นการชำระเพื่อถ่ายโทษต่อใจตนเอง ที่ได้พ่ายแพ้ซ้ำซาก

เมื่ออยู่ปริวาสกรรมเป็นการชำระความพ่ายแพ้แก่ใจดวงนี้เรียบร้อยแล้ว

ภิกษุพึงสึกไปเสีย…อย่าฝืนอยู่ต่อ เพื่อสร้างกรรมทางพุทธศาสนาต่อไปอีกเลย

เพราะมันจะเป็นการอยู่อย่างใจที่เป็น..ปาราชิก

ปาราชิก คือ ใจที่มันอยู่อย่างพ่ายแพ้ต่อกระแสกิเลสตัณหา

เราบวชเข้ามา เพื่อชำระใจที่เชี่ยวกราดด้วยกิเลสตัณหา

เมื่อเราจมลงไปในกระแสแห่งกิเลสตัณหา

บาปทั้งหลายที่เป็นวิบาก เราจะเป็นผู้รับมันอย่างไร้การหลีกเลี่ยง

การสึกออกไป เรายังมีโอกาสฝากใจดวงนี้ไปสู่หนทางแห่งความสว่าง

การอยู่อย่างผู้ห่มฝาด แต่ใจมันปาราชิก มันมีแต่จมดิ่งและมืดทึบหาทางออกสู่แสงสว่างไม่เจอ

การอยู่ปริวาสนั้น เรามีโอกาสแค่สองครั้ง

ครั้งแรก…กระทำผิดโดยเจตนา ที่พ่ายแพ้เพราะขาดสติ

ครั้งที่สอง…กระทำผิดอีกเพราะความพ่ายแพ้

ชำระความผิดเพราะความพ่ายแพ้ แล้วออกมาจากหนทางพ่ายแพ้นั้นซะ

แต่หากเราคิดว่า แม้พ่ายแพ้ก็ขอยู่ต่อ เพราะไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น

ชนเช่นนี้ เป็นพวกปาราชิก ที่มีให้เห็นอยู่กลาดเกลื่อน เราจะเป็นหนึ่งในนั้นหรือ..!!

หากอยู่อาศัยเพศนักบวช เพื่อการเลี้ยงดูกายจนเป็นอาชีพ

หนทางแห่งที่ไปยามกายแตก ย่อมดิ่งลงไปสู่ความมืดมน เราอย่าได้พึงกระทำเลย

ภิกษุมากมาย อยู่ในเพศห่มฝาดด้วยความพ่ายแพ้ แต่ฝืนอยู่ ด้วยความไม่รู้ และรู้ทั้งรู้ก็ยังฝืนอยู่ เพื่อนำปัจจัยมาเลี้ยงชีพ

อาบัติและทุศีลหนัก จนเป็นแผลเวอะไปทั้งตัว

เป็นเพียงแต่แผลเวอะไปทั้งตัวนั้น มันซ่อนรอยเวอะเละไม่มีชิ้นดี ในคราบของภิกษุดี มีราศรีผ่องใสเพราะกินดีอยู่ดี

สำหรับคนตาบอด และดื้อด้าน ย่อมมองไม่เห็นรอยแผลเวอะ แม้รอยด่างแห่งแผลเวอะมันจะกระจ่างชัดอยู่แค่ไหนก็ตามที

นี่..ภิกษุเช่นนี้ มีเพ่นพ่านเดินแทบชนกันตายอยู่ทั่วผืนแผ่นดิน..!!

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558