มองเราก็จะเห็นเขา มองแต่เขา มันจะไม่เห็นเรา

มองเราก็จะเห็นเขา มองแต่เขา มันจะไม่เห็นเรา

108
0
แบ่งปัน

*** “มองเราก็จะเห็นเขา มองแต่เขา มันจะไม่เห็นเรา” ***

หวัดดีๆ

เมื่อวานก็แค่ยกตัวอย่างให้ฟังว่า

คนเข้าวัด เห็นคนมาตกปลา
ตนก็ไปนึกตำหนิติเตียนคนตกปลา
ที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
เป็นคนเลว เป็นคนไม่ดี

ทำไมไม่มาสวดมนต์ เข้าวัดฟังธรรม
ใจจะได้ไม่บาป พรากชีวิตผู้อื่น

ส่วนคนตกปลา
เขามองมายังคนมานั่งสวดมนต์ในวัดกัน

เขาสาธุโมทนา
ที่พวกเขาทั้งหลายได้มีเวลามีโอกาส
ได้เข้าวัดฟังธรรมสวดมนต์กัน

เสียดายที่ชีวิตเขาไม่ค่อยมีโอกาส
ต้องมาทำมาหากินเลี้ยงท้องเลี้ยงชีวิตเลี้ยงครอบครัว

เช่นนี้ สองฝ่ายนี่ใครจะใจสูงกว่ากัน

อีกฝ่ายเข้าวัด
แต่ตำหนิการกระทำของผู้อื่น ที่ไม่ทำแบบตน

อีกฝ่าย ไม่ได้เข้าวัด
แต่โมทนาที่ผู้คนได้มีโอกาสเข้าวัดฟังธรรม

ฉะนั้น..ดีเลวไม่ได้อยู่ที่เข้าวัดหรือการกระทำ
ที่มันแสดงอะไรออกมามากนัก

ดีเลวนี่มันอยู่ที่ใจเจ้าของ
ไม่ใช่อยู่ที่เจ้าของเอาตัวเข้าไปเป็น

คนเรานั้น
อาจมีบางอย่างที่มันอาจขาดหายไปโดยไม่รู้ตัว

ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นความดี

ถ้าเรามองกลับมาที่ตัวเรา

เราอาจมองเห็นส่วนที่ขาดหายเว้าแหว่งออกไป
ไม่เต็มมนุษย์นัก

มองมาที่ใจเรา
ที่เราผลักดันความหมายความรู้สึกออกไป
ให้ใครๆ เขา อย่างที่ใจเราต้องการที่จะเป็น

เหมือนเราอยากเติมเต็ม
ในสิ่งที่เขาขาด เพราะความหวังดี

แต่ตัวเจ้าของ อาจไม่ได้ย้อนดูใจเจ้าของเอง
ว่ามันก็อาจขาดวิ่ว ไม่ได้เต็ม
อย่างที่เราอยากเติมเต็มให้แก่เขา

เติมใจของเรา
ให้มันเต็มด้วยการมองออกไปด้วยทัศนะคติดีๆ

อย่าไปมองใครเขาไม่ดี
เพราะคิดว่าเรามันดีชิบหายวายป่วงแล้ว

คนดี..มองใจตนเอง ให้มันดีๆ
คนอัปรีย์ มองใจผู้อื่นไม่เคยดี
มีแต่อัปรีย์โดยไม่รู้ว่า นั่นคือใจตน

หวัดดียามเช้า

พระธรรมเทศนาโดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

วันที่ 9 ตุลาคม 2561