พระองค์ใหญ่…เมื่อไหร่เสร็จ ท่อน 2 

พระองค์ใหญ่…เมื่อไหร่เสร็จ ท่อน 2 

591
0
แบ่งปัน

1798574เพิ่งโม้ต่อเมื่อตอนก่อนเที่ยง หนูลักษ์รวบรวมมาให้ ก็เลยนำมาลงเลย

ตาลือแกมักจะเป็นทุกข์ เรื่องนั่นเรื่องนี้เสมอ แต่แกไม่ค่อยได้ย้อนกลับไปดูเหตุที่มันเป็น แกจึงไม่ค่อยอยากจะทนกับผลแห่งวิบาก ที่แกต้องเผชิญ

เมื่อข้าชี้ให้เห็นถึงการวางจิตในการทำงาน ว่าข้า วางอย่างไร แกก็รู้สึกทึ่งและเห็นจริง เพราะผลมันแสดงตัวให้แกดูอยู่ เพียงแต่ตัวแก ยังสงสัย ในแง่ของการปฏิบัติ ในตัวข้า

เพราะแกมองไม่เห็น แกคิดว่าข้า เช้าตื่นมา ก็สั่งงานไปบิณฑบาตร กลับมาก็ สั่งงาน พูดไม่เพราะ เสียงดัง ค่ำก็มานั่งพิมพ์ แกดูว่าเล่นเกมส์

พระอะไร ไม่มานั่งกรรมฐาน สวดมนต์ นั่งเล่นเกมส์อยู่ได้ นี่..แกดูแค่นี้ แต่เรื่องอื่นๆ แกทึ่งหมด พูดไม่ออกและ คิดว่า บางเรื่อง เป็นไปไม่ได้ ไม่น่าจะใช่ คนไม่กี่คนทำงานกัน

เสียอย่างเดียว พระอาจารย์ ไม่ทำกรรมฐาน ไม่สวดมนต์ พอว่างแล้วเล่นแต่เกมส์ มันค้างคาใจแกอยู่อย่างนี้ ข้านี่..รู้ดีที่แกเพ่งโทษในบางเรื่อง

แต่นั่นเป็นเรื่องของแก ไม่เกี่ยวกับข้า เมื่อวาน นั่งพักและได้พูดคุยกัน ถึงเวลากลางคืน แล้วข้าไม่ได้พัก หรือได้พักน้อย ทำให้แกได้หยุดฟัง

จึงถามแกไปว่า ตาลือ นั่นภูเขา นั่นน้ำ นั่นฟ้า โน้นดินใช่ไหม แกบอกว่าใช่.. แต่ข้าบอก ไม่ใช่ นั่นไม่ใช่ ภูเขา ไม่ใช่น้ำ ไม่ใช่ฟ้า

แกมองหน้า แล้วถามว่า ไม่ใช่ได้ไง ก็เรามองเห็นกันอยู่ พระอาจารย์จะมาไม้ไหนอีก ข้าจึงบอกว่า ตาลือ … ลำพังความคิดความเห็นแก

มันก็รู้เห็นแค่ ตาเห็น หูฟัง และตัดสินใจออกไปเท่าที่ปัญญาและตัวตน จะยึดว่า เป็นนั่น เป็นนี่ แกดูภูเขานั่นซิ.. ต้นไม้เป็นภูเขาหรือ

ตาลือส่ายหน้า ตอบไม่ แร่เป็นภูเขาหรือ ตาลือส่ายหน้า ดินเป็นภูเขาหรือ แกส่ายหน้า งั้น ก้อนหิน กรวด จอมปลวก ถ้ำ แร่ธาตุต่างๆ เป็นภูเขาหรือ ตาลือส่ายหน้า

แล้วแกชี้และบอกข้าทำไมว่า นั่นคือภูเขา แกมองหน้านิ่ง นั่นต้นไม้ใช่ไหม แกพยักหน้า ใบคือต้นไม้หรือ แกส่ายหน้า งั้น กิ่ง เปลือก กระพี้ แก่น ราก เป็นต้นไม้ แกจ้องนิ่ง และส่ายหน้า

แล้วไหนล่ะ ต้นไม้ของแก ต้นไม้มันอยู่ไหน แกนิ่งทำไมลือ ตาลือบอกว่า พระอาจารย์พูดในสิ่งที่เขาไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน ในอีกมุมหนึ่ง ที่เขามองไม่เห็น

ข้าจึงถามว่า นี่กลางวันใช่ไหม ตาลือบอกว่าใช่ พระอาทิตย์ขึ้นเป็นกลางวัน พระอาทิตย์ตกเป็นกลางคืนใช่ไหม ตาลือบอกว่าใช่

ถ้าข้าบอกว่า ให้แกดูดีๆ พระอาทิตย์ไม่ได้ขึ้น พระอาทิตย์ไม่ได้ตก กลางวันไม่มี กลางคืนไม่มี แกจะเชื่อไหม

ตาลือจ้องหน้านิ่ง แหงนหน้ามองฟ้า ก็นี่…มันกลางวันนะ พระอาจารย์ มันจะไม่มีได้ไงครับ พอพระอาทิตย์ตก ก็เป็นกลางคืน ผมและอาจารย์ก็เห็นๆ กันอยู่ จะไม่มีได้ยังไง

ก็แกมองด้วยปัญญา ของแกได้แค่นี้ ข้าเองก็เห็นเช่นเดียวกับแก แกมองดีๆ ว่ามันเป็นความจริง และมีกลางวัน มีกลางคืน มีพระอาทิตย์ขึ้น มีพระอาทิตย์ตกจริงหรือ

ตาลือจ้องหน้านิ่ง มองท้องฟ้า และใช้ความคิด… ก็มันมีจริงๆ นี่ครับ ผมเองก็เห็นๆ กันอยู่ ไม่มียิ่งไปกว่านี้อีกแล้ว

ตาลือ แกว่าพระอาทิตย์ มันอยู่เฉยๆ แล้วโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์รึเปล่า ?

โลกก็หมุนรอบดวงอาทิตย์ครับพระอาจารย์

ไม่ใช่พระอาทิตย์หมุนรอบโลกหรือ ?

อ๋อ..ไม่ละครับ โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์

ก็แสดงว่า…พระอาทิตย์ ไม่ได้ขึ้น ตรงนั้น และไม่ได้ตก ตรงโน้น แกว่าไหม ?

โอ๊ววว…ใช่ๆ พระอาทิตย์ ไม่ได้ขึ้น ไม่ได้ตก ใช่ๆๆ

ตาลือ…แกเห็นท่อนี่ไหม ด้านนี้รับแสง เราเรียกว่ากลางวันใช่ไหม ด้านนี้หลบแสง เราเรียกว่า กลางคืนใช่ไหม ?

ไม่ใช่ครับพระอาจารย์ นี่โดนแสง ก็สว่างมองเห็น อีกด้านไม่โดนแสง ก็สลัวไปครับ

งั้น..กลางวันก็ไม่มี ที่มีเพราะโลกซีกนี้มันโดยแสง กลางคืนก็ไม่มี เพราะโลกอีกซีก มันไม่โดนแสง แกว่าไหม ?

โอ๊ววว…ใช่ๆ มันไม่ใช่กลางวันไม่ใช่กลางคืน เราหลงคิดกันไปเอง มันแค่โดนแสง กับไม่โดนแสง

ตาลือ…นี่โลกใช่ไหมที่เราอยู่กันนี้ ?

ใช่ครับ..

อะไรคือโลกรู้จักไหม ? ตาลือจ้องหน้านิ่ง.. ภูเขานั่นใช่โลกหรือ ? ไม่ใช่ครับ..

ต้นไม้ ใบหญ้า ผู้คน ดิน หิน กรวด ทราย แม่น้ำ ทะเล เป็นโลกหรือ ตาลือจ้องหน้านิ่ง ส่ายหน้า งั้นสรุปว่า ที่แกรู้มา ตลอด 55 ปี แกไม่รู้อะไรจริงซักอย่าง

สรรพสิ่งที่ข้ากล่าวมา มันไม่มีอะไร มีจริงเลย ทุกอย่างที่แกรู้จัก มันเป็นแค่สมมุติชื่อเรียก และแก ติดและยึดสมมุตินั้น อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

แกยังดู ภูเขา เป็นภูเขา ดูฟ้าเป็นฟ้า ดูน้ำเป็นน้ำ ดูโลกเป็นโลก แกไม่เคยดูอะไรที่เห็นลึกไปกว่าที่แกมองเห็นเลย แกรู้เห็นแค่เปลือก

ธรรมที่แกรู้มา อ่านมา จำมา ที่เที่ยวไปโม้ใครต่อใคร มันก็เป็นแค่เปลือก เป็นแค่ สมมุติเปลือก หาความจริงที่ลึกลงไปละเอียดลงไปซักชั้น สองชั้น ไม่ได้เลย แค่ชั้นเดียว แกก็ไปไม่เป็นแล้ว

ตาลือ..แกก็เหมือน นกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ หนอน มองไม่เห็นขี้ แต่ แกอยู่กับสิ่งเหล่านี้ เพราะมองไม่เห็นความจริงของมัน แล้วแกก็ยังเอาความไม่รู้แห่งตัวตน ตัดสินคนอื่น แกว่าไหม

ตาลือจ้องหน้านิ่ง และข้าก็ พูดต่อเรื่อง ความฝัน ของแก ที่เกี่ยวเนื่องด้วยการทำงานของจิตเป็นอย่างไร แต่เที่ยงนี้ พอแค่นี้ก่อน ข้ามีงานต้องอธิบายคน หวัดดี

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง


 

The Story of Mr.Leu

Mr.Leu always suffer about everything, but he never trace back and find out what the cause of his suffer. So he hardly accept the consequences of his actions.

When I pointed him how to calm my mind when I was working, he seemed quite surprise and agreed because the result can be proved and obviously shown. He was just slightly curious in my mean of working.

Surely, he never saw my routine, he thought when I woke up in the morning, I ordered and assigned daily tasks, then went out for food offering, then came back and ordered with loud voice and moody words. At night, he saw me, I was typing and on-line discussing on my phone but he thought I was playing games. He thought what kind of monk who was always playing games and never meditate? This is what he thoughts about me, but the rest of all, he quite surprises in my minimal working, few men for a big construction is very stunning for him. I knew his mind in what he thought about me, he was looking for my faults.

Then one afternoon I was free and he was just sitting near, so I asked him few questions.
“Mr.Leu, is that the mountain? Is that the water? Is that the sky? Is that the land?
“Yes” he replied.
“For me, it is not the mountain, the water, the sky, the land.
He looked at my face and disputed.
“How could they not? We are now seeing them with our own eyes. What you do mean, master?”

I replied “Mr. Leu, your own wisdom are just base on your perception, your eyes, your ears, your mind. Then you cling and thought in what you believe.” He started to confuse.
I asked “Look at the mountain, the trees are the mountain?”
Mr.Leu shook his head “No”
I asked “The minerals are the mountain?”
Mr.Leu shook his head
I asked “The dirt is the mountain?”
Mr.Leu shook his head
I asked “The dirt moles are the mountain? And for the ores, the caves, the rocks are the mountain?”
Mr.Leu shook his head
“Why were you keep on telling me those are the mountain?”
Mr.Leu sat still. I pointed at a trees and asked him once again.
“Is that the trees?”
“Yes” he replied. I changed the way of questioning.
“The leaves mean the trees?”
Mr.Leu shook his head
“The bark mean the trees?”
Mr.Leu shook his head
“And so for the wood, the branches, the roots, each mean the trees?”
Mr.Leu shook his head and looked at me face.
“So what is your trees? Why you say nothing?”
He replied “I never heard this kind of questions, I never thought about it before”.
Then I started new questions, “Is it day?”
Mr.Leu replied “Yes, the sun is not set”
I asked him “If sun is still rise, it is day, if the sun is set, it is night, am I right?”
He replied “Yes”
I poked his mind “Think carefully, sun is not rise, sun is not set, there is no day nor night, will you believe me?”
He looked at me, straight face, then looked up in the sky.
“It is day, master, how could it not be a day? When the sun is set, it is night, We both clearly see. How could they not be?”
I replied, “Mr.Leu, if you look with your limited wisdom, you will see what your eyes saw. I see the same with you, but with my wisdom, I see the truth. In fact, does it really have day or night or sun rise or sun set?”

Mr.Leu looked up in the sky and wheels in his brain were turning. He could not see more than what he saw. I started to give him some poke.
“Mr.Leu, do you really think the sun is the center and the earth is orbiting around the sun?”
“Yes, master!” he replied.
Then I asked “Does the sun move around the earth?”
“No, master! The earth is move around the sun” he replied.

“So, it is mean that the sun is not set, the sun is not rise, the earth is moving itself”
He slightly thought of something in some ways. He replied “uhm….yes master, sun is not set, sun is not rise”

Then I pointed at a tube of pale blue PVC pipe.
“Mr.Leu, do you see that tube? That side is facing up to the day light, another side is not, it in the shade. The shaded side is the night side and the light side is the day side, right?”
“No, master, when the day light on it, it is brighter, another side is darker. Not a day or a night”

I poked him with reverse induction. “So, for our world, there is no day, it is day because this side was lit by sunlight. And there is no night, it is night because this side was not lit by sunlight.”

The light bulb in his mind was lit. “Oh yes master! There is no day, there is no night. We were all mislead, it is lit by sunlight and it is not lit by sunlight. The brighter side and the darker side!”

I pushed him a little bit “Mr.Leu, this is the world we live in?”
Mr.Leu replied “Yes master!”
“So, what is the world?”
He stunned and looked at my face again. I made my next move.
“Is a mountain mean the world?”
“No master!” he replied
“Is a tree, a leave, a man, a rock, the earth, the sand, the river, the sea, mean the world?”
He stunned and then shook his head. I said “So what you knew in all your life is nothing ha ha!”

“All the thing I said, they are not exist, everything you knew was “Named” or “So-called” by people and you stuck with them. You can’t think beyond your assumption”

“You still look the mountain as it was, look at the sky like you used to do, see the water with the same old point of view. You never go beyond your assumption, you just saw the bark of all things”

“What you have learn from others, they are all the assumption, the outer assumption. You can not find the truth even one step deeper in the matter of all assumption.”

“Mr.Leu, you are just a bird who never saw a sky, fish who never saw the water, an earth worm who never saw the mud. But you stick with it because you can’t see the truth and you judged other people by your self-ignorance, do you agree with me?”

Mr.Leu looked at my face, not a move, and I told him about his dreaming of making this big Buddha which was related to the mentality working. However, I have to stop now as my work are awaiting for me. Goodbye all.

Dhamma demonstration
9 February 2014
Dhammaka Boonyabhalang

แปลโดย | Translator : Toby Pang‎