โอเค..เบตง 5

โอเค..เบตง 5

376
0
แบ่งปัน

***** “โอเค..เบตง 5” *****

หลังจากนำพระเดินบิณฑบาต ที่บ่อน้ำร้อนใน อ.เบตง

ทุกคนได้มาร่วมทานอาหารกันอย่างฉันท์มิตร

พระเรานี่ กินข้าววันละมื้อ หลายท่านไม่รู้ จึงนำอาหารมาถวายก็จวนเจียนจะอิ่มกันหมดแล้ว

ความน้อยใจที่ไม่ได้ทานอาหารที่นำมามันก็เลยเกิด

คนเขาก็อยากเอาของดีๆมาถวายพระอาจารย์นั่นแหละน้อ

พอมาช้าไม่ได้กินนี่ กำลังใจมันเสีย แต่ทุกคนก็ช่วยฟาดกันไม่มีเหลือ

การกินมื้อเดียวนี่ เป็นธรรมชาติของเหล่าพระป่า คนในเมืองไม่ค่อยจะคุ้นเคย

การให้ยืนรับพร การบอกให้อย่ากรวดน้ำพร้อมรับพร ดูว่าพวกเขาไม่คุ้น

คนไทยนั้น การได้รับพรเราถือว่า มันเติมเต็มในส่วนที่เขาได้กระทำไป

บางคนบ้าตำราไป บอกว่าการให้พรผู้มาตักบาตรไม่ได้ รับแล้วเดินจากไป ไม่ต้องให้พร

ต้องเข้าใจก่อนว่า นี่มันวิถีไทยน่ะ.. เขาชินกันมาแบบนี้ตั้งแต่โบราณ

ผู้ใหญ่ให้พรเด็ก พระให้พรโยมศรัทธา มันเป็นเครื่องย้อมใจ ให้เกิดปิติใจ

มันไม่มีอะไรหรอก แค่ขอให้มันเจริญๆ ฟังแล้วคนรับเขาชื่นใจ

อย่าไปอ้างธรรมวินัย อ้างโน่นอ้างนี้อ้างตำรา แต่ตัวเองยังจัญไร ธรรมยังไม่ไปถึงไหน แต่เก่งปริญัติเหลือเกิน

ทางใต้นี่ เขาจะเอาน้ำมาด้วย 1 แก้ว พอตักบาตรเสร็จ เขาจะนั่งกรวดน้ำพร้อมรับพร

นัยว่าการกรวดน้ำพร้อมรับพร จะช่วยส่งให้บุญกุศลนี้ ไปถึงบรรพบุรุษของเขาได้

ข้าจึงบอกให้เขารับพรให้เสร็จซะก่อน แล้วจึงค่อยกรวดน้ำ

และขอให้ยืนขึ้น ไม่ต้องนั่งพนมมือกับพื้น ถ้าป่วยนี่ไม่เป็นไร

พอกล่าวอิทั้งบุญญพลังเสร็จ จึงได้บอกให้เขาไปกรวดน้ำ

การกรวดน้ำนี่ เป็นความเชื่อมาแต่โบราณ

ที่จริงเราจะกรวดน้ำหรือไม่กรวดน้ำ อธิฐานจิตแห้งๆนั้นเลยก็ได้

เราว่าออกกันไปเป็นภาษาไทยนี่แหละ ไม่ต้องไปอิมินา อะไรหรอกเราฟังเราแปลไม่รู้เรื่อง ผีก็คงไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

เอาความในใจปรารถนาในใจเราส่งออกไป อะไรที่ท่องบ่นออกไปไม่รู้เรื่อง มันเป็นความงมงายอย่างหนึ่งน่ะ

ผีนี่ มักมาหาข้าเสมอ ผีก็เป็นสัตว์ประเภทหนึ่งที่เป็นพลังงาน แต่เขาไร้รูป

บางสถานที่ข้าก็กำหนดจิตเอา ผีก็บอกว่าถึง ได้รับกุศลอย่างเยี่ยมยอด

บางสถานที่ข้าก็เอาน้ำจากขวดเทลงดิน แล้วอธิฐานจิตบอกกล่าว ฝากพระแม่ธรณีไป

เราจะส่งเมลส่ง EMS ทางไหนก็ได้ ถึงเหมือนกัน ผู้รับเขายืนยัน ข้าถามผู้รับแล้ว

ที่วัดบ่อน้ำร้อน เราไปถึงกันราวๆเที่ยง เพื่อไปสาธุโมทนาหลวงพ่อทวด ที่พระอาจารย์นราได้ลงแรงสร้างไว้ให้แก่สามชายแดนภาคใต้

กว่าห้าปีแล้ว ที่อาจารย์นรา ท่านมาจากวัดมหาธาตุเดินทางมาชี้มาสอนการเดินจงกลมและนั่งสมาธิที่นี่

และได้ร่วมใจกันสร้างหลวงพ่อทวดไว้ เพื่อความสงบของแผ่นดินในภาคใต้ให้พึงบังเกิด

เป็นคนอื่นคงเลิกลาไปนานแล้ว เพราะโดนกดดันมากมายจากหลายๆปัจจัย

หลวงพ่อทวดนั้นเป็นพลังงานบรรพบุรุษของแผ่นดินชาวใต้

มีอายุมากกว่า 4000 ปี เกิดกำเนิดก่อนพุทธศาสนาเราซะอีก

มีอายุพอๆกับปลัดจ่าง เจ้าพ่อแห่งเขาใหญ่ ทางนี้เขามีอายุราว 3000 ปี เราเคยเผชิญหน้ากันมาสมัยหนึ่ง

นี่เหล่าผีเขาว่ามา จริงเท็จยังไงข้าก็แค่มาบอกให้ฟังตามผีว่า

แต่ยังไงก็เป็นตัวแทนแห่งพระสงฆทางใต้ ที่ทุกคนต่างเคารพบูชา

ข้าเองก็กราบเคารพเหมือนกัน เราจึงได้เดินทางมาเพื่อสาธุคุณโมทนา

ตอนเดินขึ้นไปที่รูปปั้น กลิ่นหมากพลูนี่ฉุนกึ๊ก นี่..ผู้ดูแลหลวงพ่อทวดท่านขอมา

เหมือนกับที่ถ้ำผาพิรุณ จังหวัดกาญจนบุรี ใกล้ๆที่ข้าอยู่นี่

บนเชิงเขาริมผาตรงชง่อนหินที่เหมือนถ้ำ ตอนข้าขึ้นไป กลิ่นหมากพลูก็ฉุนกึ๊กอย่างนี้แหละ

แต่ที่นั่น มีพลังงานเป็นปู่ฤษี สามตนเฝ้าดูแลอยู่

พอข้าไปถึงพลังงานก็ผ่านร่างนอบน้อมดีใจ ผ่านร่างคนของเรานี่แหละ

ทั้งพระทั้งโยม ต่างเป็นฤษีเดินหลังค่อมกุลีกุจอกวาดพื้น หาที่นั่ง บีบนวดให้ข้า

นัยว่าอดีตเราเคยเป็นเพื่อนกัน ดีใจๆๆ ที่เพื่อนคนนี้มาหา

ที่วัดบ่อน้ำร้อนก็เหมือนกัน มีพลังงานดูแลรักษาหลวงพ่อทวด ออกมาต้อนรับดูแล

แต่ไม่ได้ผ่านร่างใคร เป็นเพียงแต่ส่งกลิ่นหมากพลูเข้ามา เพื่อแสดงให้รู้ว่า ที่นี่ มีพลังงานปู่ได้ดูแลอยู่

คนแถวบ่อน้ำพุร้อน ก็จัดหมากพลูไปถวายด้วยนะ แล้วขอหวยเลย เผื่อข้าด้วย

เราออกจากวัดบ่อน้ำพุร้อน ก็ไปชมอุโมงค์ปิยะมิตร

อันเป็นอุโมงค์ขุดมือหลบหนีภัยสมัยคอมมิวนิสต์ ยังอาศัยอยู่

คนบรรยายก็เป็นคนจีน ฟังยากซักหน่อย แต่ก็เห็นความยิ่งใหญ่ ในความอุตสาหะที่มารวมอยู่กัน

พวกเขาทำอาวุธเอง การแพทย์เอง วางแผนอะไรต่างๆกันเองในป่าใหญ่แห่งนี้

ต้นไม้ขนาดใหญ่ๆยืนต้นตะหง่านสูงหลายสิบเมตร บ่งบอกถึงความสมบรูณ์ของป่าใหญ่ ที่พวกเขารวมตัวกันอยู่

ที่นั่นถือเป็นต้นน้ำสำคัญเลยทีเดียว อยากให้ลูกหลานชาวเบตงปกปักรักษาผืนแผ่นดินไว้

ออกจากอุโมงค์ดิน เราก็มาพักคลายร้อนตรงน้ำตก เอ..ชื่ออะไรก็ลืมถามเขา

เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ที่เป็นธารใหลลงมาจากต้นน้ำบนภูเขา ที่มาจากป่าทางอุโมงค์ดินนั่นแหละ

น้ำตกใหลแรงเป็นชั้นๆลงมา มีน้ำตลอดปีไม่เคยแห้ง

พวกลูกลิงมันก็อยากเล่นน้ำ แต่ไม่ค่อยกล้ากัน คงเกรงใจหมู่รวมและไม่ได้เตรียมเสื้อผ้า

ข้าจึงนำเดินลงไปลุยเลย เท่านั้นแหละ เสียงตูมตามวิ่งกันน้ำบาน น้ำใสๆนี่กลายเป็นขุ่นคลัก

ชาวบ้านที่นี่ที่นำเราไป บอกว่าใต้น้ำตกมันเป็นน้ำวน ดูดคนให้จมน้ำตายมาหลายคน

ข้าจึงหลอกให้ตาแสงเดินเข้าไปใต้น้ำตก อยากดูเจ้าแสงโดนน้ำดูดลงไปตาย

มันก็เชื่อเน๊อะ..เดินไปยิ้มไป เข้าไปแรงน้ำมันก็ซัดปลิวออกมา

คนนำมาก็ร้องห้าม บอกว่าอย่าๆๆมันอันตราย ที่นี่เคยมีคนตาย เพราะใต้น้ำมันมีรู

แต่ไอ้แสงมันไม่รู้ มันไม่ได้ยินมันเชื่อข้า มันเดินยิ้มๆลงไป ทั้งๆที่มันเองเป็นคนขี้กลัว อันดับต้นๆของโลก

ทุกคนก็เชียร์ มีแต่เจ๊หงส์คนอธิบายนำทางนี่แหละหน้าซีดกลัวไอ้แสงโดนน้ำดูตาย

ข้าน่ะถามผีแถวนั้นแล้ว ผีบอกว่าไม่มีรูน้ำดูดอะไรหลอก คนเขากลัวกันไปเอง

และจริงๆก็ไม่มีอะไรหรอก มันเป็นแค่แรงน้ำตกที่ยกเราให้ลอย และลึกระดับหน้าอกเท่านั้น

ภายหลังเหล่าพวกลิงลงไปอยู่ในช่องน้ำตกนั้นกันเป็นที่สนุกสนาน

ลบล้างความเชื่อที่ว่า มีหลุมดูดลงไปให้จมอยู่ใต้น้ำ

เราเล่นน้ำกันอยู่จนเย็น ว่าจะเข้าไปชมดอกไม้เมืองหนาว แต่ก็ยกเลิก เพราะเล่นน้ำสนุกกว่า

เลยไม่ได้เข้าไปชมสวนดอกไม้กัน เรายกขบวนกันไปนอนบนยอดเขา ฆูรุงสิรีปัต ในค่ำคืนวันนั้น

เขาฆูรุงสิรีปัตนี่ เป็นยอดเขาสูง สามารถขึ้นไปชมทะเลหมอกได้ทั้งปี

มีครอบครัวของสาวสวยชื่อหลาน เป็นคนดูแล

ที่นั่นผีเยอะแยะอีก รุกขเทวดาเยอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเล่าให้ฟัง

เบตง..ยังมีมนต์ขลัง บริสุทธิ์ สวยงาม ธรรมชาติ ทั้งจิตใจของชาวบ้านและลำเนาไพรขุนเขา

สุดแดนปลายขวานบ้านเรา มีความสวยงามไม่แพ้เมืองนอกที่เขาว่าสวยๆกัน

เราไปเที่ยวไปเยือนกันได้พี่น้อง ที่เบตงปลอดภัย เป็นผืนแผ่นดินของไทย ที่ทุกศาสนาและเชื้อชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

ขอสาธุคุณสวัสดีให้มีแต่ความสุข โอเค..เบตง..

พระธรรมเทศนา โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง วันที่ 16 มิถุนายน 2560