คนดวงตก

คนดวงตก

276
0
แบ่งปัน

****** “คนดวงตก” ******

หวัดดีเด็กๆ

ข้าติดอยู่บนภูเขาที่ฐานพระนู่น มืดตึดตื๋อ เจ้ามหาจง..ไปรับ

ฝนหยุดให้เดินลงมา พอลงมาถึงด้านล่าง มันก็ตกอีก
นี่ยังไม่หยุด

ไอ้เอ๋อ มันหลับหัวทิ่มไปแล้ว เป็นสัตว์นี่ ลำบากเน๊อะ
คงเปียกกันทั้งคืน

เป็นคนน่ะดีแล้ว ผัวเตะปากได้ เวลาปากเสีย

ฝนมันพรำๆ คงตกตลอดคืน หนักเป็นบางช่วง
หินที่ท่าทรายจมน้ำ คงต้องให้สาวๆมาฝายปอดให้

มีพวกเราบางคน ต้องมาเคาะหัวหน่อย เพราะดูท่าทางดวงตก แต่ปล่อยไปเหอะ เรื่องนี้ไข่เหี่ยวไม่ยุ่ง

พวกแกนี่ มันอยากรู้จริงๆเรื่องของคนอื่น แย่จัด เดี๋ยวมันก็มาหาข้าเอง

สมัยก่อน เจ้านายเก่าไอ้ปอก็ดวงตก ข้าเตือนไป มันก็ไม่ฟัง

คนไม่ฟังนี่ เหมือนคนตื่นที่มันแกล้งหลับ
ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ลุกหรอก มันไม่เชื่อหรอก มันยังคิดว่าข้าแช่งเลย

ท่านถึงว่า อย่าไปท้าทายสงฆ์ที่เราไม่เข้าใจ
เกิดท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ เราแย่เลย
แต่เรื่องเหล่านี่ ไข่เหี่ยวไม่ยุ่ง

ข้านี่นั่งอยู่ที่ฐานองค์พระ นั่งตั้งแต่เย็น ฝนมันตก
จึงนั่งสมาธิสงบนิ่งๆ

จิตมันรวมตัว ถ้าฝนตกนี่ จิตข้ามักรวมตัว มันเพลินเสียงสายฝน นิมิตต่างๆมันก็เกิด จึงเห็นชัดว่า

บางคนพวกเราดวงตก คำว่าดวงตกนี่ หมายถึง อกุศลมันเข้าแทรก กำลังแห่งกุศลมันอ่อนลง

ถ้ากำลังใจอ่อนวิบากทางอกุศลมันก็มาให้ผล
เราก็จะพลาดจากสิ่งที่มุ่งหวัง ไม่ได้ดั่งใจ
เพื่อนฝูงญาติมิตร หมางเมินได้ มันอาศัยเหตุปัจจัยลามไปเรื่อย

ข้าเองก็แก้ให้ไม่ได้ มันเป็นวิบากที่ต่างต้องเผชิญ

พวกกำลังใจอ่อน มันก็ต้านสิ่งที่เกิดขึ้นมาไม่ได้ พวกมีปัญญาหน่อย มันก็พอมีสติยอมรับผลของมัน

ยังไงๆมันก็เกิด มันเป็นธรรมชาติของมัน

สำคัญคือ เกิดกับคนสองคน อกุศลมันจะลามไปทั้งกลุ่ม หากกลุ่มนั้นมันขาดปัญญา

อกุศลทางกาย วาจา ใจ มันแผ่เชื้อถึงกันได้ แม้วิบากกรรมจะของใครของมันก็ตาม

ถ้ามีอคติต่อกัน มันก็จะแยกความไว้ใจกันไปเลย

ถ้ามันสัมพันธ์กัน มันก็จะลามไปถึงกัน ด้วยอาการแรกเริ่มคือ เออๆๆ กูก็ว่า..!!

จากนั้นกลุ่มก็จะแตก แยกกันออกไปด้วยความคิดแห่งตน ที่มาทางอกุศลให้ผล

วิธีแก้ก็คือ ทำใจสบายๆ แผ่บุญแผ่กุศลที่เราได้ทำ ออกไปรอบๆ

หากสิ่งใดไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ เราพึงยอมรับมัน
เจ็บก็ต้องเจ็บ เสียก็ต้องเสีย หากยอมรับได้ ไม่เป็นไร
กำลังมันจะอ่อนไม่เกิน 7 วัน

หลังจากนั้น สร้างทานสร้างกุศล สร้างพระเรานี่แหละ ดีที่สุดแล้ว มันตราตรึงและภูมิใจ

เรื่องร้ายๆ มันก็จะเจือจางลง ให้หมั่นนึกถึงกุศลที่เราได้มาทุ่มเท สร้างพระและถวายปัจจัย เอาอารมณ์ยินดีนั้นมาย้อมใส่ในใจตน

อาการป่วยทางวิบากอกุศล มันก็จะทุเลา เบาบาง และจางคลาย

สำคัญมากๆก็คืออย่าปรามาสคุณพระรัตนไตร ผลสะท้อนแห่งคุณ หากท่านบริสุทธิ์ อกุศลจะกดให้วิบากมันให้ผลหนัก

การทำสมาธิ มันให้ผลแค่ขณะที่ทำทางกาย และวาจา

แต่ทางใจ มันก็ว้าวุ่นให้เกิดความสงบไม่ได้ มันขวางมรรคผลทุกเรื่อง

อกุศลเมื่อมาให้ผล เราขวางมันไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะก่อหรือดับเส้นทางที่จะให้เกิดหรือไม่เกิดต่อไปได้

หากเลือกที่จะดับ พึงยอมรับมันด้วยปัญญา พึงตรึกตรองให้ดีมีสติสัมปชัญญะ ว่าสรรพสิ่งทั้งหลาย เกิดเป็นธรรมดา และดับเป็นธรรมดา

เป็นแต่เรานี่แหละ ไม่ยอมดับในสิ่งที่เกิดเอง แม้มันจะดับของมันไปแล้ว

เราพึงหัดยอมรับผลของวิบากมันด้วยปัญญา นี่เป็นทางเดินแห่งมรรค

หากกำลังใจเราอ่อน ใหลไปตามกระแสในสิ่งที่เกิด ไม่มีสติตรึกตรอง ใส่เชื้อลามปามลงไปอีก

เหล่านี้เป็นสมุทัย ผลก็คือทุกข์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด เพราะเป็นการดำเนินใจมาทางก่อ

กุศลและอกุศล มันเป็นวิบากที่เป็นเครื่องอยู่ของใจที่อาศัยกายรูปนี้

แม้ดวงเราจะไม่ดี ก็ขอให้นึกเสียว่า มันเป็นธรรมดาที่เกิดมา ทุกคนต้องเผชิญไม่มีใครหลีกหนีพ้น

เรา..พึงยอมรับมัน เหมือนที่เรายอมรับว่า เราดวงดีจริงๆ..

ขอให้โชคดี และมีความสุข

หวัดดีๆ

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 27 กันยายน 2559 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง