ปลดปล่อยโซ่ตรวนแห่งวิญญาน

ปลดปล่อยโซ่ตรวนแห่งวิญญาน

362
0
แบ่งปัน

***** “ปลดปล่อยโซ่ตรวนแห่งวิญญาน” *****

มาต่อกันจากเมื่อวานซักหน่อยเกี่ยวกับเรื่องผีๆ

ช่วงกลางคืนเรานั่งคุยกันในห้องพักห้องใหญ่ พวกลิงๆทั้งหลายเข้าไปเจี๊ยวจ๊าวกันเต็มห้อง

ทุกคนมารอฟังเรื่องวิญญานของที่นั้นกัน ตอนหนึ่งข้าเล่าถึงวิญญานที่รอคอยและโหยหา

ข้าเล่าว่า นางนั่งก้มหน้าผมยาวสยายดำขลับที่โขดหิน ทุกคนนิ่งกริบสงบหูผึ่งและตั้งใจฟัง

ข้าถามแผ่วๆว่า นางมารอใคร ทำไมถึงมานั่งในที่เปล่าเปลี่ยวอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายเช่นนี้

นางผิวซีดขาวค่อยๆยกหัวที่นั่งก้มหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆ ทุกคนในห้องนั่งเงียบกริบ เกร็งมือเกร็งหน้าจ้องรับฟัง

นางผมยาวค่อยๆผินหน้ามาหาทีละนิดๆๆๆ สายตาเขม็งทุกคู่ภายในห้องเพ่งมาที่ข้ารอฟัง…

ข้าหันควับชี้หน้าร้องเสียงดังๆ ” #รอมึงนั่นแหละ..!!! ” เท่านั่นเอง..ทุกคนในห้องตกใจแทบช็อกขวัญหนีดีฝ่อ ร้องเย้ยยยย..กันลั่น

ฮ่าๆๆ แกล้งคนนี่มันหนุกดี แต่ละคนหูแหกตาเหลือกขวัญหนีดีฝ่อ อุตส่าห์ตั้งใจฟัง โดยเฉพาะใอ้คนที่ข้าแกล้งชี้หน้ามัน น้ำลายมันแทบฟูมปาก

เสียงหัวเราะดังลั่นห้องพักอย่างไม่เกรงใจใคร แต่ละคนตั้งใจ ไม่คิดว่าจะโดนแกล้งเพราะความอยากฟังเรื่องผี

ซักพักเจ้าโน๊ตบอกว่า เชิญพระอาจารย์มาด่วน อีกห้องน้องมันโดนผีเข้า

ข้าบอกให้อุ้มมันลงมาหาข้า หลายคนจึงออกไปอุ้มกันเข้ามา ร่างนั้นคือเจ้าผึ้ง

ซึ่งขานี้ ผีมันเข้าเป็นประจำอยู่แล้ว สงสัยร่างนางเป็นห้างสรรพสินค้า ผีถึงสัญจรเข้าๆออกๆอยู่บ่อยๆ

ทุกคนแหวกทางให้ห้างสรรพสินค้ากองนอนยาวตรงหน้าข้า นางหลับตาพริ้มสลบไสล

นี่ถ้าให้ไอ้โยถอดเสื้อถอดเกงจับนางแก้ผ้าซะ ถอดให้หมดท่ามกลางคนเยอะๆเช่นนี้ ข้าว่าผีคงได้วิ่งออกจากห้าง

ไม่ต้องเสียเวลาปลุกขึ้นมาถามว่ามันต้องการอะไร

นางลืมตาขึ้นมากรี๊ดดดๆๆ แสบแก้วหู แล้วผลอยหลับไปนอนอมยิ้มแก้มตุ่ย

ข้าให้เอาผ้าเย็นๆเช็ดหน้าให้ นางลุกขึ้นมากราบและร้องให้ ก่อนจะร่วงผลอยหลับลงไปอีก

หลายคนเริ่มมีอาการผิดปกติ เจ้าหน่องเริ่มดิ้นและร่วงลงไปอีกราย จึงให้ยกเข้ามาเยียวยา

แต่เจ้าหน่องนี่มีพลังงานกระแสที่แรง ทำเอาข้าขนลุกขนพองไปทั่วร่าง

หลายคนพยายามพยุงให้นางนั่ง เจ้าหน่องดูหมดเรี่ยวแรงตาปรือน้ำมูกน้ำตาไหลเขรอะ

ข้าถามว่าต้องการอะไรชื่ออะไรและมาจากไหน ผีบอกว่า “มาลัย”

คำว่ามาลัยนี่ คือความหมายว่านางต้องการมาลัย

ข้าให้คนไปจัดมาลัยมา และถามว่านางสถิตย์อยู่ที่ไหน นางบอกว่าอยู่ด้านล่าง

โกเอ๋แฟนเจ้าหน่องหันมาบอกแทรกขึ้นมาด้วยความรักเมียว่า ” หลวงพี่ คืนนี้ผมขอนอนด้วยนะครับบ ”

นี่..โกแกกะทิ้งเมียชั่วคราว น่าเสียดายโอกาศทูอินวันเช่นนี้นะข้าว่า ล่อทีเดียวทั้งผีทั้งคนหาประสพการณ์ท่าจะดี ดูซิ..ผีมันจะร้องยังไง

ข้าพาทุกคนแผ่เมตตาและสวดพุทธังให้แก่ผี

ขณะที่กำลังสวด เจ้าหน่องที่นอนไร้เรี่ยวแรงก็ลุกขึ้นมานั่ง ยิ้มหน้าชื่นบานทั้งน้ำตา พยักหน้าส่งเสียง หื้อๆๆๆๆ ขอบคุณๆ

นี่..เสียงสวด พุทธัง ที่เราพากันสวด มันมีผลต่อเหล่าวิญญานมากๆ

ส่วนนางสรรพสินค้ากลับนอนนิ่งเฉยไม่รู้ไม่ชี้ นางนี่ ต้องจับแก้ผ้าแล้วให้เจ้าเมธซั่มซะ จะได้สะอื้น

เราพากันเดินลงมาที่ชั้นล่างของโรงแรม ข้าถามว่านางสถิตย์อยู่ตรงไหน

นางพยายามมองหาแล้วชี้ไปที่มุมหนึ่งอันเป็นสวนเล็กๆข้างกำแพง

ที่นั้น มีต้นกล้วยแพ และต้นตะโกดัดต้นใหญ่ นางบอกว่าอยู่ตรงนี้ ช่วยให้มาลัยนางหน่อย

คำว่ามาลัยนี่ ไม่ใช่ความหมายว่านางต้องการมาลัยหรอกนะ แต่เป็นการขอให้ข้านี่ แผ่เมตตาจิตปลดปล่อยโซ่ตรวนเครื่องพันธนาการให้แก่นาง

เราไปยืนพุทธังกันตรงนั้นอีกครั้ง ข้าเอาน้ำมาเทลงดิน ที่นี่ต้องใช้น้ำสัญญาเขาเป็นแบบนั้น

นางก้มลงกราบและขอบคุณน้ำตานอง เสียงขอบคุณๆปนเสียงสะอื้นดีใจแผ่วลึกเข้ามาในโสตแห่งภวังค์จิตข้า

สถานที่ตรงนี้อันเป็นที่ตั้งของโรงแรม มันเป็นสถานที่กักกันผู้คนทั้งที่เป็นเชลยและทาสที่โดนต้อนกันมาจากหัวเมืองต่างๆในอดีต

การฆ่าและทารุณกายจนใจร่ำร้องโหยหาอิสรภาพ มันมีมาอย่างยาวนาน

เหล่าวิญญานโดนโซ่ตรวนแห่งอุปาทานร้อยรึดรึงตรึงเอาไว้ ไม่ให้จรจากพรากไปไหน

พวกนางอยู่ตรงนี้กันมาอย่างยาวนาน นานเสียจนสะกดคำว่า อิสระภาพแห่งหัวใจไม่เจอ

คืนนั้น ข้ากลับเข้าไปทำกรรมฐานต่ออีกค่อนรุ่ง เรื่องราวต่างๆในนิมิตอันหลากหลายในแต่ละกาล มันผุดขึ้นมาให้ได้เห็น

แต่ข้าจำไม่ได้หรอก มันดำเนินไปตามวิถีภาวะสัญญามันเช่นนั้น มันก็เหมือนนั่งฝัน

แต่ความฝันนั้น ยามเราตื่น ความทรงจำอันยาวนานในฝัน เราเองก็จำไม่ค่อยได้อย่างชัดแจ้ง แต่ขณะที่ฝันอยู่นั้นชัดแจ้ง

ออกจากสมาธิแผ่เมตตาออกไป ขนหัวก็ลุกซู่ชูชัน

ข้าได้เข้าไปปลดโซ่ตรวนด้วยกำลังแห่งพรหมจรรย์ให้แก่ทุกดวงวิญญานที่โดนตราตรึง

แน่นอน มันไม่ใช่มีแค่ดวงวิญญานที่โดนตราตรึงที่เขาเป็นอิสระและโผบิน ด้วยความรื่นเริงใจในอิสระนั้น

ในสถานที่นั้น..ดวงวิญญานอันเป็นพลังงานที่โดนจองจำด้วยความเครียดแค้น กักขระ

รุกรานและควบคุมกักขังด้วยอำนาจแห่งตนต่อดวงวิญญานอื่น ไม่ให้หน่วงหนีพรากไปจากตน มันก็ยังมี

และไอ้ดวงวิญญาพวกนี้นี่แหละ ความหิวโหย สันดานหยาบ อันเป็นประจำตัวของจิตวิญญานมัน

มันกระโจนเข้าเกาะกินทุกคนด้วยพันธสัญญาแห่งวิบาก ที่แต่ละคนเคยผูกพัน

หลายคนหลังจากวิญญานได้รับการปลดปล่อย ขี้แตก คลื่นไส้ อาเจียน หมดแรงกันเป็นแถว

บางคนอ้วกออกมาเป็นเส้นผม บางคนท้องร่วงและอาเจียนทั้งวัน หลายคนหมดเรี่ยวแรง

อาการเหล่านี้ เมื่อได้รับน้ำพุทธมนต์ มันจะค่อยๆทุเลาเบาบางจางคลายลงไป

บางคนก็หายเป็นปลิดทิ้ง บางคนคิดว่า อาหารเป็นพิษ บางคนคิดว่าโดนเชื้อที่เราไม่คุ้นเคย

ที่นี่นั้นสิ่งที่เราไม่รู้ก็คือ บางเคสหมอยอมรับว่าอาการบางอย่างเขารักษาไม่ได้ อาจตายสถานเดียว

มันมีโรคทางพลังงาน ที่พวกเขาจนใจในการรักษา

เหล่าวิญญานที่มันคลั่งแค้นที่ข้าไปปลดปล่อยวิญญานทาสที่มันกักขังจองจำไว้

พวกมันทั้งหลาย จึงโหมมาเล่นงานข้า แต่มันทำอะไรข้าไม่ได้

เด็กๆที่ติดตามข้ามาเป็นกลุ่มใหญ่ หลายคนจึงโดนเภทภัยแห่งความคับแค้นและสันดานเสียแห่งความโหยหิวนี้ เข้ากระทำชำเรา

แต่เราแก้ได้ ไม่ต้องกลัว แล้วข้าจะบอกวิธีแก้สิ่งเหล่านี้ซึ่งเหตุปัจจัยที่มีของแต่ละคน มันไม่เท่ากัน

ค่อยว่ากันวันหน้า วันนี้พอแค่นี้ หวัดดีวันศุกร์แล้วต้องกลับเกาะกันซะที หวัดดีๆ..!!

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2559 โดยพระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง