ตายไปวิญญานก็ยังมี พึงทำดี อย่าได้ทำชั่ว

ตายไปวิญญานก็ยังมี พึงทำดี อย่าได้ทำชั่ว

199
0
แบ่งปัน

***** “ตายไปวิญญานก็ยังมี พึงทำดี อย่าได้ทำชั่ว” *****

เมื่อเสาร์อาทิตย์นู้นที่ผ่านมานี่..

ทางใต้เขาถือว่าเป็นวันทำบุญให้ตายาย

นี่..ป้ายีสที่เดินทางมาจากสุราษฏร์แกบอกมา

ทางใต้ก็จะทำขนมลา ขนมอะไรต่ออะไรเยอะแยะ เพื่อทำบุญไปให้

ทีนี้ เมื่อปีที่แล้ว คณะนี้เขาก็ยกพลกันมาที่นี่

ตอนมานี่ ได้เอ่ยปากบอกกล่าวชักชวนผีตายายญาติสนิทที่ได้ ชึ้งหน่องกุ๊กไปแล้ว

บอกว่า มาหาข้าที่นี่ด้วย มาทำบุญที่นี่ด้วยกัน

บอกเสร็จแล้วก็ยกพลกำลังกันมาจากชุมพร จากสุราษฏร์โน่น

มาแล้วทำบุญสร้างพระแล้วก็กลับ ตอนกลับนี่ ไม่ได้บอกกล่าวว่าให้กลับไปด้วย

ผีเหล่านี้ จึงอาศัยอยู่ที่นี่ ไม่ได้กลับไปด้วย

นี่..ครบปี พวกป้าเขามาอีก จึงบอกให้เอากลับไป

เรื่องพลังงานนี่ มันมีสัญญากันอยู่ เรามันเข้าไปไม่ถึง จึงอาจไม่เข้าใจ

เจตนานี่มันเป็นกรรมกรรมเป็นการกระทำอันเกิดจากเจตนา

เมื่อสร้างเจตนาแล้ว มันมีกรรมเกิดขึ้นเมื่อมีกรรม ก็ย่อมมีผลแห่งวิบาก

เป็นเพียงแต่วิบากนั้น เราดันไม่รู้ไม่เห็น และไม่เป็นผลอะไรกับเราในบางอย่าง

เราก็เลยไม่รู้สึกรู้สาในเจตนาที่ได้กระทำและเล็งผล

พลังงานเหล่านี้ มาอยู่กะข้าปีนึงพวกญาติทางใต้เขาทั้งนั้นแหละ

ทีนี่ พอครบรอบปี พลังงานเหล่านี้ ก็สกิดข้าล่ะ

ช่วงตีสองของวันพระที่ผ่านมา หมายถึงก่อนเช้าวันพระ

เหล่าญาติป้าๆ เขาสะกิดให้ข้านี่ ตื่นมาและรู้สึกหิว อยากกินอาหารแบบไม่เคยเป็น

ข้านี่ กินข้าวครั้งเดียว ไม่เคยหิวตลอดวันตลอดคืน

แต่ครั้งนี้ ตื่นขึ้นมาด้วยความหิว จึงเข้ากรรมฐานพิจารณา ว่าทำไมถึงหิวนัก

เห็นชัดว่า…ผีพวกป้าเขามาขอส่วนบุญ

ที่มาขอส่วนบุญ เป็นเพราะรอบวันได้หมุนเวียนมาครบรอบ 1 ปี

นี่..สัญญาทางพลังงานเขาก็มี เขามีเพราะเกิดการย้อมกระทำให้โดยมนุษย์

ทางใต้นี่ เขาถือวันพระเดือนสิบเป็นวันทำบุญแผ่กุศลไปยังเหล่าญาติที่เป็นเปรต

ทีนี้ พอครบวันหมุนเวียน เหล่าผีตายายที่ป้าเขาทิ้งไว้ที่นี่ เขาก็มาทวง

คงไม่รู้จะบอกใครดี พวกเขาก็เลยมาสะกิดข้า ตื่นขึ้นมาเขาก็ส่งโปรแกรมหิวมาให้ข้ารู้สึกได้

ว่าวันนี้ เป็นวันที่ต้องทำบุญส่งไปให้พวกเขาแล้วนะ

นี่..สัญญาต่างๆแม้จะเป็นพลังงานเขาก็มี

การบวงสรวงเซ่นไหว้ สาทจีน ไหว้ผี ไหว้บรรพบุรุษอะไรของจีนเขา

ก็คงเกิดมาจากสาเหตุราวๆนี้ กับใครซักคน เพื่อให้ลูกหลาน ได้ทำทานแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลไปให้

ประเพณีไหว้ผีของไทยและจีน จึงมีกันมาเป็นเวลาช้านาน เพราะเชื่อว่า พวกเขาคงหิว

การเซ่นไหว้ทำบุญส่งไปให้พวกเขา มนุษย์เรา จึงทำกันเป็นประเพณีกันเลยทีเดียว

เรื่องพวกนี้ เราก็ยังคงต้องอธิบายขยายกว้างออกไปอีก…


ข้าเองร่างกายคงแย่

วันที่นอนบ้านเจ้าทราย

เจ้าวุธมานวดขาให้

ข้าเองนี่รู้สึกสบาย

นอนบนเก้าอี้ให้นวด

นวดเสร็จเจ้าวุธก็กลับ

กลับราวตีหนึ่ง คนมาเยี่ยมกันเยอะ

ข้าก็นอนบนนั้นเลย

มีสติและหลับตาลง

ระลึกถึงได้ว่า

ขาข้าที่เจ้าวุธห่อผ้าไว้

มีบางอย่างดันไปดันมาเคลื่อนไหวอยู่

ข้าเข้าใจว่า

เก้าอี้ที่ข้าเอนนอนนั้น

มันเป็นเก้าอี้นวดไฟฟ้า

เก้าอี้คงกำลังนวดข้า

เจ้าทรายอาจเปิดให้มันนวดข้า

แต่มานึกอีกที

เก้าอี้นี้ไม่มีสายไฟอะไรเลย

แต่ข้าง่วงแล้ว อยากนวดก็ปล่อยให้นวดไป

อาการที่เกิด

มันเหมือนมีอะไรบางอย่าง

กระดุกกระดิกพันขาข้า

มันเคลื่อนไหวอยู่เช่นนั้น

เป็นเพียงแต่ข้าไม่สนใจ

เรื่องอย่างนี้หากเกิดกับใคร

ข้าว่าอาจมีการวิ่งกันน้ำบาน

หากกายดีคงไม่มีใครมานวดให้

นี่แสดงว่ากายในอาจแย่หน่อย ข้าจึงมีบางสิ่ง มาจัดการนวดให้

แต่ก็ดีหลับสบายใครอยากโดนนวดมั่งก็ขอเชิญ

หวัดดี


เรื่องเหล่านี้ จริงๆแล้ว หากพวกเราได้เจออย่างข้าเจอ

พวกเราก็จะไม่กล้าทำชั่ว

เพราะความชั่วที่เรา คิด พูด ทำ

มันจะทำให้เรา เกิดความละอายใจ

ที่ละอาย

เพราะเราเป็นที่รักที่นอบน้อมต่อวิญญาณและมนุษย์ทั้งหลาย

เพราะเหตุนี้ เราจึงพึงเฝ้าระวังใจ ไม่ให้ใจดวงนี้ ฝักใฝ่มาทางชั่ว ที่โลกมนุษย์และวิญญาณ เขาผิดหวังในตัวเรา

นี่..เป็นกำลังในการทำความดีจากใจข้า

หากเชื่อข้า

อย่าพึง คิด พูด ทำชั่วใดๆ

เพราะมันจะเป็นคนที่น่าอาย

ต่อสิ่งที่เรามองไม่เห็น

และคิดว่ามันไม่มี

ข้าได้ดี เพราะมีสิ่งเหล่านี้นี่แหละ เขาคอยสอดส่องดูแลตัวข้า

เพราะเหตุนี้ ความชั่วทั้งหลาย ข้าจึงไม่กล้า

ที่ไม่กล้า เพราะข้าอายสิ่งเหล่านี้ ที่มันยืนยันและประจักษ์ใจข้า

ว่าพวกเขา กำลังเฝ้า และมองดูการกระทำ คิด พูด ทางกาย วาจา ใจ จากข้าอยู่

คนที้ทำชั่ว คิดชั่ว นี่..เป็นเพราะไม่คิดว่ามีคนอื่นรู้

เมื่อไม่มีใครรู้ ความละอายใจมันก็เลยไม่เกิด

คนไม่มีความละอายใจเป็นจิตสำนึกนี่ ศีลไม่มี

คนไม่มีศีล จะเป็นผู้อับจน สิ้นไร้หนทางแม้จะเป็นคนร่ำรวยเงินทองและเกียรติยศมากมายก็ตามเถอะ

กายแตกเมื่อไหร่ มืดบอดและโดนย่ำยีจากเหล่าวิญญานด้วยกันอย่างไม่มีความสุข

โดยเฉพาะพวกพระ…ทุศีลมากที่สุดขอให้ระวังไว้..!!

โอเคนะ

พระธรรมเทศนา วันที่ 13 ตุลาคม 2559 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง