หวัดดี ยามค่ำน้องๆ ทั้งหลาย วันนี้โม้อะไรดีหนอ ต่อจากคืนนั้นก็แล้วกัน เรื่องเมืองลับแล..
เมื่อข้าลงมาถึงพื้นล่าง รอบๆ ตัวข้า ก็มีกองไฟ โผล่ฟึ่บขึ้นมาจากดิน ตรงนั้นกอง ตรงนี้กอง จิตข้านี้รู้เลย ว่าภายใต้กองไฟเหล่านั่น ใต้ดินมีทองคำฝังอยู่ เพียงแต่ในภาวะนั้น มันไม่มีกระจิตกระใจ ใดๆ เหลืออยู่ ที่จะไปสนใจ
โบราณว่าไว้ว่า.. ตรงไหนที่มีไฟลุกขึ้นมาจากด
ที่จริงมันเป็นเรื่องของเหล
แต่สิ่งที่น่าสนใจ นู่น…กองไฟที่ลุกโชนบิดไป
เมื่อข้าเดินเข้าไปใกล้ จึงเห็นได้ชัดว่า ภายในกองไฟมันเป็นอสูรกายคร
พะเนียงไฟที่แตกเพี๊ยะๆ ตามผิวของกระดูกที่เป็นกระโ
หรือว่าข้าหล่นตกจากหน้าผา ตายไปแล้ว แต่ไม่รู้ตัวว่าตาย ที่ยืนอยู่นี่ มันเป็นแค่วิญญาณรึเปล่า มันช่างน่าสับสน อสูรกายในเปลวเพลิง ร้องบอกออกมาว่า “ช่วยยยข้าด้วยย”
ข้าเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไง ถ้ามีแรงกูคงวิ่งน้ำบานหายห
มือที่ถือไม้เท้า จู่ๆ ก็ วางไม้เท้าลง ปล่อยมีดทิ้ง ข้ามองดูตาม มันทำของมันเอง เฮ่อ…แต่ละอย่างนี่ มึนกับมันจริงๆ ใครหนอมาบังคับแขนบังคับมือ
มันเหมือนมือเป็นเหมือนหุ่น
มือนั้นมันสั่นเหง็กๆๆๆ เอาฝ่ามือไปทาบเส้นประคำพระ
ที่สุด..ข้าก็นั่งคุกเข่า มันคุกของมันเอง แล้วข้าก็กำหนดจิตแผ่เมตตา พร้อมท่องบท อิมินาที่เราใช้กรวดน้ำกันน
เมื่อสิ้นเสียง และการบอกกล่าวขอขมา กระดูกที่เป็นกะโหลกนั้น ก็นิ่งสนิท หยุดบิดตัวเร่าร้อนด้วยความ
ทุกอย่างเงียบ นี่ถ้ามีดนตรีเพลงประกอบ ก็คงจะเข้ากับบรรยากาศ ข้าลุกขึ้นเดินถอยกลับออกมา
มีเสียงก้องๆ แผ่วๆ จากแดนไกลๆ ว่า ให้นั่งลงทำกรรมฐานตรงนี้ ข้าหล่นตุ๊บลงไปนั่ง ดากเดิกคงพังชิบหายวายป่วงไ
แค่ผ่อนลมหายใจออก จิตก็สงบหมดแล้ว แต่มโนจิตแจ่มชัดมาก เหล่าหลวงปู่หลวงพ่อ แห่กันมาทางมโนเลยทีเดียว หลวงปู่ศุกร์ หลวงปู่ฤษีลิงดำ หลวงปู่รอดเสือ หลวงปู่ปานหลวงปู่อะไรต่ออะ
พอน้อมไปดูพระหลวงปู่ทั้งสอ
นึกจะไปสวรรค์ มันก็พรวดๆๆๆ เป็นสวรรค์แล้ว จะทำให้กายเล็กและใหญ่เท่าก
ข้าถามพรหมท่านหนึ่งว่า นี่ข้าตายรึยัง ทำไมจิตมันคล่องอย่างนี้ ท่านยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร แค่พูดสั้นๆ ว่า ผ่าน พอนึกถึงตนเอง ข้าก็มองเห็นร่างที่ขมุกขมอ
ไม่อยากกลับมาเป็นร่างนั้นอ
แค่คิดเท่านั้น ความรู้สึกแห่งกายอันหนักอึ้งทั้งหลาย มันก็เริ่มทำงานอีก ข้าลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ มีกำลังทางกายอย่างประหลาด
แต่แค่เผยตายังไม่ทันสังเก
มันทำเอากายข้าหนาวเยือก ขนลุกขนพอง และสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง จึงต้องปิดเปลือกตาลงและกำห
รอบๆ ร่าง และมองออกไปสุดลูกหูลูกตา มันมีแต่เหล่าผี ที่ต่างพากันแย่งที่จะพุ่งเ
หากไม่กำหนดเพ่งร่าง เหล่ามวลพลังงานที่เรียกว่า
ข้ายืนมองอย่างสงบ จนหลวงปู่ท่านหนึ่งบอกว่า ไปเถอะ ยังต้องชดใช้อีกเยอะ แค่ทำความรู้สึก ความหนักอึ้งแห่งเรือนร่างก
แต่ครั้งนี้ อาศัยร่างแผ่เมตตา แผ่ออกไปทุกทิศทุกทาง แผ่ออกไปรอบๆ ตัว แล้วแหกปากลั่นก้องทั้งขุนเ
แต่ได้ผล กายหายเยือกหนาวสั่นและขนลุ
ข้าค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก มันไม่เหมือนกับกายที่ถอดออ
ข้าเดินโซเซไปตามทางที่พอเด
ข้านึกขึ้นมาได้ว่า โบราณบอกว่า ทางไปนรกนั้น จะสบาย หากเป็นทางไปสวรรค์ มันจะลำบาก นี่ถ้าทางมืดนี่ไปสวรรค์ ข้าก็ต้องฝ่าความมืดเข้าไปอ
ทางขวาสว่าง สงสัยไปนรกอย่างคนโบราณเขาว
แต่คืนนี้ดึกแล้ว ค่อยไปโม้ต่อในวันหน้า วันนี้ขี้ข้าอย่างข้าของพวก
พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2557 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง