(ข้าจะเล่าเรื่องเมื่อเผชิญก
สมัยก่อนตอนฝึกสมาธิ ข้าเคยฝึกอยู่ที่วัดประดู่ท
ที่นั่นสมัยที่ข้าฝึกมันน่า
แต่เมื่ออยู่ไปฝึกไป ความกลัวผีก็หายมันหายตอนไห
เคยทราบข่าวมาว่า สมัยโบราณ เหล่าพระที่จะออกธุดงค์ จะต้องมาฝึกจิตในพระอุโบสกก
นั่งห้อยเท้าบนขื่อเพดาน หัวมันจะยืดยาวลงมาและหลุด.
หัวผีกลิ้งไม่กลิ้งเปล่า ลิ้นมันแลบออกมาด้วยยาวเหยี
สมัยนั้น หลวงพ่อเสือ ท่านเป็นเจ้าอาวาส และองค์ท่านเป็นอาจารย์ฝึกก
ส่วนพระรูปใดมีสภาวะจิตตั้ง
สมัยนั้นวัดประดู่ช่างน่ากล
จึงแอบเข้าไปนั่งตอนดึกๆ เข้าใจว่าผีคงทานข้าวเสร็จ ดูทีวีเสร็จ เดี๋ยวมันคงออกมา
ในนั้นมืดสนิท และดูน่ากลัว มันวังเวงทะมึนและเย็นยะเยื
ยังคิดในใจเลยว่า รู้งี้กูน่าชวนพี่ดำเข้ามาร
สะกดใจก้มลงกราบองค์พระในอุ
ข้างี้นั่งรอจนเมื่อย มันก็ไม่หล่นลงมาซักที จนดึกโข ก็ขับรถกลับบ้าน รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก ตอนเช้าได้คุยกับพี่ดำ เล่าให้แกฟังแกบอกว่าในวิหา
หลวงตาเหลียง ยังโดนถีบออกมาสติเกือบบ้า อีกคนเอาลูกประคำไปนับนั่งท
นี่ใจที่ฝึกกรรมฐาน เมื่อถึงจุดหนึ่ง ใจมันห้าวหาญ ตั้งมั่นไม่หวั่นไหว แม้สัญญาความกลัวจะมีอยู่ก็
พอผ่านตรงนั้นได้โดยไม่มีอะ
แล้วก็มาถึงคืนวันหนึ่ง เป็นคืนที่มีหลายท่านซึ่งเป
มันเย็นยะเยือกเข้าไปถึงไขส
มีความรู้สึกเหมือนมีพลังงา
พลังที่ส่งเสียงกรี๊ดออกมา มันแผ่ซ่ากระทบกับภวังค์ภาย
แล้วเสียงร้องของผู้ชาย อ๊ากกกก….!!ดังลั่นขึ้นมา
มันอยากลืมตาขึ้นมาดู มารับรู้ แต่กลัวกรรมฐานแตก เพราะรุ่นพี่ เขาได้เคยขู่เอาไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ให้นั่งนิ่งๆ แล้วเสียงหัวเราะห้าวๆก้องๆ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสียงของมันฟังดูสนั่นโสตปร
มีเสียงพูดดังขึ้นว่า ฮ่าๆๆ พวกมึงมีอยู่กันแค่นี้เองรึ
รุ่นพี่ชื่อกมน เล่าให้ฟังในช่วงขณะนั้นว่า
แกแปลงร่างเป็นผู้ชายร่างให
ข้านี้มัวกลัวกรรมฐานแตก เขาพากันวิ่งน้ำบานกันหมดแล
ชายผู้แปลงร่างมาหันไปรอบๆ แล้วพยักหน้า บอกเสียงห้าวๆหนักๆว่า มีกันเพียงแค่นี้รึ เสียงพูดของมัน ทำเอาเราสะท้านไปทั้งร่าง
พี่สุรัตน์ อาจารย์ขึ้นกรรมฐาน ได้อัญเชิญ หลวงปู่รอดเสือ ประทับร่าง และได้พูดคุยกัน หลวงปู่ถามว่า “ท่านเป็นใครรึ” เสียงหลวงปู่เบา ละเอียด น่าฟังมาก
ร่างนั้นหัวเราะแล้วตอบว่า ” ฮ่าๆๆนี่ท่านจำเราไม่ได้รึ”
เสียงมันตอบว่า ” ข้ามาจาก อโยธยา ข้ามาตามฆ่ามัน.!,” แล้วหันชี้มาทางข้า กมนเล่า.”มันทำให้ข้าแค้นนน
แล้วมันกับหลวงปู่ก็นั่งตกล
มันหล่นตุ๊บลงไปกองที่พื้น แล้วร่างค่อยๆหดมาเป็นอาจาร
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ครู่ใหญ่ๆ ข้าก็แผ่เมตตาจิต ถอนกลับมานั่งลืมตาเฉยๆ ในความมืด ในห้องกรรมฐานไม่มี ใครซักคน
ทุกคนย่องออกไปคุยซุบซิบอยู
สามารถต้านทานพลังงาน จากดวงวิญญาณแรงๆได้ จริงๆแล้วข้าไม่รู้เรื่องเล
ต่อจากนั้น ข้าเองต้องเผชิญความปั่นป่ว