อาการจิตในสมาธิ
>> ลูกศิษย์ : พอจ.ครับ 2 วันก่อนผมนั้งเกิดมีแสงสว่า
<< พระอาจาย์ : มันเป็นโอภาศอย่าหนึ่ง คนที่นั่งจิตเข้าถึงความสว่
แสงสว่างนี้เป็นของดี แต่ถ้าพอใจแค่นี้ ก็จะเป็นอุปกิเลสตัวหนึ่ง การที่จิตเข้าถึงแสงสว่าง เป็นหนทางที่จะเข้าถึงความเ
แต่ถ้าติดตรงทิพย์จักษุญาณ มันก็กลายเป็น อุปกิเลสอีก ผู้ที่ฝึกมาทางจิต มันต้องมีครูบาอาจารย์คอยชี
เรื่องการทำให้เกิดทิพย์จัก
ความสว่างแห่งจิตนี้ มันก็อยู่ในขั้น อุปจารสมาธิ จิตมันตัดผัสสะแห่งรูป-นาม เข้าสู่ภวังค์จิต แสงสว่างนี้เป็นการปรุงแต่ง
มันอาจจะเกิดจากสัญญาใน อาโลกสิณ หรือเพ่งแสงสว่าง มาก่อนในอดีตชาติ มันก็ปรุงขึ้นมาได้เหมือนกั
วิธีแก้.. ตั้งสติและเพ่งแสงอย่างสงบต
สว่างนี้ เป็นอาการปิติทางภวังค์จิตที่ไม่เกี่ยวกับกาย หากเรากำหนดถอยออกมา ความสว่างนั้น อาจเป็นแค่ จุดเล็กท่ามกลางความมืดในสม
ตั้งสติแล้วกำหนดถอย หากถอยแล้วยังอยู่ในความสว่
เพียงแค่ ตั้งสติให้ดี ความมหัศจรรย์แห่งจิต อาจจะเกิดกับใจเรา..ต่างคนต
>> ลูกศิษย์ : นั่งสมาธิ ความรู้สึกเหมือนจิตนิ่ง ว่างเปล่า ไม่ได้ยินเสียงอะไร แต่เหมือนความรู้โลกหมุนติ้
<< พระอาจาย์ : เป็นอาการในปฐมฌาณขั้น ปิติ ครับ โอโรโน อาการแบบนี้เป็นอาการทางจิต
วิธีแก้ ให้ตั้งมั่นด้วยสติ หรือตั้งมั่นด้วยคำบริกรรม ต้องหาหลักยึดให้เจอ แล้วปล่อยให้มันเกิดไป ทำความรู้สึก เฝ้าดูอาการเฉยๆ มันเป็นอาการของจิตอย่างหนึ
อาการพวกนี้ เราจะไม่มีความสงสัยเลย ไม่ต้องกลัว ทำดีแล้ว มันเริ่มออกเดินทาง ความโคลงเคลงก็ย่อมมี หุหุหุ เดินทางต่อเหอะเพื่อน..ไม่ม
>> ลูกศิษย์ : จิตออกเดินทาง ความหมายคือจิตหลุดลอยท่องเ
<< พระอาจารย์ : ยังๆ ไม่ใช่จิตจะหลุดออกไปเช่นนั
>> ลูกศิษย์ : เวลานั่งสมาธิพอเริ่มนิ่ง จะมีความรู้สึกว่าตัวเราโยก
<< พระอาจารย์ : อาการทั้งหลายที่เกิดนี้ เป็นอาการแห่งจิตที่เขาเรีย
การโยกหน้าโยกหลัง ตัวหมุน ตัวลอย ขนลุกขนพอง น้ำตาไหล ตัวใหญ่โต ตัวพอง แขนโต เท้าโต หัวทิ่มตัวเอียง และอีกเยอะแยะ เป็นอาการปรุงแต่งทางจิตในร
ไม่มีอะไร..!! ตั้งสติทำต่อไป ถ้าวางใจไม่ใส่ใจได้ ให้อยู่ในองค์บริกรรม ตั้งมั่นในสติ สิ่งเหล่านี้ ก็จะทุเลา เบาบาง จางคลายไปเอง พอหายไป เดี๋ยวก็อยากเป็นกันอีก
เมื่อผ่านได้แล้ว ความสงบมันซ่อนตัวอยู่ในปิต
เราเรียกอาการขั้นนี้ว่า ปฐมฌาณ มีอารมณ์หนึ่งเดียวที่รู้ตั
>> ลูกศิษย์ : วางที่ใจแก้ที่ใจเราอย่าส่ง
<< พระอาจารย์ : การวางที่ใจ การแก้ที่ใจ เราฟังกันมานานแล้ว แล้วเราจะวางจะแก้กันอย่างไ
ถ้าไม่รู้จักและจับตัวมันไม
ความคิด มันไม่ใช่เป็นใจหนู มันเป็นแค่อาการแห่งใจ แล้วอะไรคือใจล่ะ เห็นเขาพูดกันจัง รู้จักใจไหม หรือที่ผ่านมา รู้แบบมั่วๆ เอา ใจมันอยู่ตรงไหน..?? คึคึคึ
>> ลูกศิษย์ : คำว่าจิต..กับ..ใจ..มันใช่ต
<< พระอาจารย์ : คือเราพูดๆ กันและเข้าใจกันอยู่นี่แหละ
และหากเราเข้าใจ ว่าอะไร คือจิต อะไรคือใจ เราก็สามารถรู้ได้อีกว่า ผู้แสดงธรรม มั่วหรือไม่มั่ว เพราะมันจะแสดงภูมิออกมาให้
และที่พรบอกว่า เหตุแห่งทุกข์เพราะอะไร ให้แก้ตรงนั้น เราก็ต้องแก้กันจนวันตาย ก็ไม่หายทุกข์..
ทางวิถีพุทธ ไม่ได้บอกให้ไปแก้ การแก้ทุกข์นี้เป็นเรื่องขอ
ศาสนานี้ ไม่ใช่ศาสนาแห่งความเป็นทุก
พุทธศาสนา ไม่ใด้ดำเนินมาทางนั้นดั่งท
ความทุกข์ในมวลมนุษย์ ท่านชี้ให้รู้จักมันไว้ ว่าเกิดมาแล้ว มันเป็นทุกข์อย่างนี้ ความพรากที่เรายึด มันสุขหรือทุกข์ ความไม่ได้ดั่งใจมันสุขหรือ
ท่านให้กำหนดรู้ และชี้ให้เห็นสภาพของปกติ ที่เราเป็นๆ กัน ท่านไม่ได้บอกให้เราไปแก้ทุ
กข์ ความทุกข์มันแก้ไม่ได้ ท่านให้เรากำหนดเตือนใจไว้ นี่คือผลของการเกิดมา..
ท่านชี้ไปที่เหตุ ของผลเหล่านี้ ว่าเกิดมาจากอะไร เหตุแห่งทุกข์ทั้งหลาย เกิดจากใจที่มีตัณหาผุดขึ้น
พระธรรมเทศนา จากบทธรรม เรื่อง อนัตตา ณ วันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2556 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง