ศีล…แห่งพุทธะ ท่อนที่ 2
…. คนโง่คนเขลา เขาเข้าใจว่า การจะเป็นคนมีศีลต้องมานั่ง
เป็นคนมีศีล ศีลหลอกๆอย่างนี้ กุลบุตรแห่งพระชิโนรสเจ้า ท่านไม่ได้สอน ท่านสอนให้เห็นจริงและมีปัญ
พวกเราหลอกตัวเองว่าเป็นคนม
ศาสนานี้ถ้าคิดกันได้แค่นี้
กาลเวลามันผ่านมายาวนานเหลื
อยู่นานลูกศิษย์ลูกหาเยอะ ก็ถ่ายทอดกันออกมาด้วยความร
เพราะโลกและตำราเขาว่ากันเช
ศีล 5 ข้อนี้ เรายกตัวอย่างบางข้อของพราห
แต่เป็นศีลกลางๆของมวลมนุษย
บางลัทธิ เขามีข้อวัตรปฏิบัติเลยว่า ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามขโมย ห้ามพูดอันเป็นเท็จ ห้ามเป็นชู้ ห้ามฯลฯ มีแต่ข้อห้าม
นี่คือศีลอย่างโลกๆเขา ศีลเหล่านี้มีกันทุกๆศาสนา เพราะเป็นข้อการวางกาย วาจา ใจ อันเป็นพื้นฐานของจริยธรรม
แห่งมวลมนุษย์ชาติ ทุกๆศาสนา ต่างปฏิบัติมาในแนวข้อห้ามอ
แต่ทางพุทธศาสนาไม่ได้ห้าม.
ศีลทางพุทธศาสนา ไม่ได้ว่ากันเป็นข้อๆ อย่างที่เราเข้าใจกัน
พวกเราพากันเข้าใจอย่างโลกเ
มันเป็นศีลที่มีอุปาทานมาทา
เอาข้อศีลที่ตัวเองรู้และคิ
ที่ตัวเองคิดว่า เขากระทำการผิดศีล ดูว่าคนอื่นๆเขาผิดศีล เป็นคนเลวในสายตา และความรู้เรื่องศีลของตัวเ
ศีลในทางพุทธศาสนา ไม่ได้มีไว้คอยทิ่มแทงใคร ท่านชี้ไว้เพื่อคอยทิ่มแทงใ
ในสมัยโบราณ พระพุทธองค์ท่านชี้ทางให้เห
ศีลทางพุทธศาสนาท่านชี้ให้เ
สมัยก่อนคนเขาต่างก็มีศีล มีศีลข้อห้ามกันเป็นข้อๆ แต่เมื่อมาพบเจอพระพุทธองค์
จึงได้รู้ประจักษ์ใจโดยแท้ว่า
มันก็เหมือนกับเดี๋ยวนี้นั่
ยังเป็นศีลที่โต่งและเข้าใจ
เป็นศีลของพวกนอกศาสนา โบราณท่านเรียกเป็นศีลของพว
พวกเดียรถีย์ คือคนพวกนอกศาสนา แม้จะบวชอยู่ในพุทธศาสนา ก็ถือว่าเป็นพวกนอกศาสนาอยู
่ดี.
เพราะคนพวกนี้ยังไม่มีศีลอั
เป็นใจที่มีศีลเอาตัวไม่รอด
บาลีกล่าวว่ายังเป็น สีลัพพตปรามาส คือยังแค่ลูบคลำศีล ง่ายๆก็คือ ยังเป็นศีลแห่งความงมงายอยู
ไม่ใช่ใจที่มั่นคงเป็นปกติเ
และเอาตัวเข้าไปคิดเข้าไปเป
ศีลในทางพุทธศาสนา ไม่มีข้อห้าม พระพุทธองค์ท่าน นำข้อวัตรปฏิบัติที่มีอยู่เ
และยกตัวอย่างมาใช้กับคนทั่
พระพุทธองค์ ไม่ได้ทรงห้ามอะไรเลย อย่างพวกนอกศาสนาเขาพากันห้
คำว่าผู้มีศีลในทางพุทธศาสน
ที่เมืองๆหนึ่งพระพุทธองค์ท
ถ้าเขามาทำร้ายเรา… มาขโมยของๆเรา….. มาโกหกเรา…… มาเป็นชู้กับคนของเรา…. เราชอบหรือไม่ชอบ..?ชาวบ้านต่างเห็นชัดตรงตามคว
ามเป็นจริง จึงพากันตอบว่า…. ไม่ชอบพระเจ้าข้า..!!!
แล้วถ้าเราไปทำร้ายเขา… ไปขโมยของๆเขา… (ต่อท่อนที่ 3)