**** ” รู้ธรรมจริง …..ไม่จำเป็นต้องท่องจำ คำบาลี ” ******
>> ศิษย์ถาม : ที่ผมไม่อยากจะคุยกับคนอื่นก็แบบนี้ละครับ.. .พอเขาจี้มาแล้วถ้าตอบไม่ได้เขาจะว่าเอา….ผมไม่เคยเห็นพระอาจารย์จี้ใครเลย….แง้ๆๆๆ..ฮ่าๆๆ จริงอย่างที่พระอาจารย์ว่าคือที่ผมกล่าวมาคือผลของอวิชา… .
เพราะยึดในความเป็นตัวเองอยู่…แหม..ทันไปหมดเลยนะครับ.. .และขอแย้งว่าธรรมที่ผมรู้นั้นผมไม่เคยลอกใครหรือจำใครมา..ครับ..เพราะสภาวะธรรมนี้ไม่เคยคุยกับใคร..(เพราะต่างคนต่างจะอวด)..เลยหาคนคุยด้วยไม่ได้ครับ..
เพราะผมเก็บขยะทั้งปี..ในหั
….ด้วยปัญญาที่ร
ท่านเกิดเป็นหนอน..ท่านก็มี
และทุกสรรพสิ่งบนโ
ผิดถูกมันก็เป็นแค่ความคิดค
โม้ยาวเลย…..ผมไม่ได้คาดห
<< พระอาจารย์ : ข้าเองนี่..ชอบคนอย่างสุเทพ
อันว่าธรรมนั้น มันมาจากใจเรานี่แหละ อย่าไปสนใจภาษาในหนังสือเลย
ธรรมในตำราเป็นธรรมใส่ซองอบ
ทุกคนสามารถเข้าถึงสภาวะธรร
แต่การเอาตำนามาเทียบเคียง เพื่อให้เห็นชัดขึ้นในธรรม มันยิ่งเป็นการขยายและยืนยั
และตำรา เป็นผู้ยืนยันธรรมที่เราเข้
มันเป็นชัดของผู้ที่ละเอียด
นี่เป็นธรรมดา แต่เมื่อได้รับการชี้ ภูมิแห่งปัญญาก็จะขยายภาชนะ
การแสดงธรรม เราแสดงไปตามปัญญาเรานี่เป็
การสาธยาธรรม ตามภาษาเข้าใจ นี่..เป็นคนมีปัญญา มันดีกว่าธรรมที่ลอกเขามา ก๊อบมา แล้วนำมาฟาดฟันกัน ด้วยเหตุด้วยผลแห่งธรรม ที่มีตัวตนเป็นเจ้าของ
ภูมิแห่งธรรมที่แสดง ย่อมประกาศชัดแจ้ง ในตัวของมัน แต่สิ่งที่ประกาศ มันก็ต้องเจอและเผชิญการทดส
บางคนดูภูมิธรรมสูง โดนแตะหน่อย สะดุ้งเป็นฟืนเป็นไฟ อักษรธรรมนี่ เรายังเชื่อไม่ได้ อย่าเพิ่งไปปักใจ ว่าธรรมทั้งหลาย ออกจากใจของผู้รู้จริง
การยอมรับในภูมิตน ว่ายังมีผู้มีภูมิสูงกว่า นี่เป็นผู้มีปัญญา ธรรมชาติของผู้มีปัญญา มันต้องต้อนให้เข้ามุม แล้วถลุงไม่ต้องเลี้ยง
ถลุงแล้ว เขารับได้ตอบได้โต้ได้ เราจึงจะยอมเขาได้ หากต่อยไปโป้งเดียวจอด ตอบไม่ได้ ไปไม่เป็น อย่าไปนับถือเป็นอาจารย์ตน อาจารย์คน ย่อมคงทนต่อการซักฟอก
แต่ก็ต้องดูที่ปัญญาเราด้วย
เช้านี้..สวัสดีครับ
วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 โดยพระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง