ตำรวจให้ความเป็นธรรม ยังไม่รับแจ้งดำเนินคดี ข้อหาบุกรุกที่อุทยานกล่าวหา
การยกกำลังพลเข้ามาแจ้งจับ กล่าวหาว่าบุกรุกอุทยาน นับจากวันที่ 24 มีนาคม 2561
มาจนถึงบัดนี้วันที่ 29 มีนาคม 2561 แล้ว วัดป่าบุญญพลัง ยังไม่ได้เป็นผู้ต้องหาอะไรเลย
Table Of Content
- การยกกำลังพลเข้ามาแจ้งจับ กล่าวหาว่าบุกรุกอุทยาน นับจากวันที่ 24 มีนาคม 2561
- แต่นาย ฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานที่นี่ กลับให้ข่าว
- ด้วยการนำนักข่าวหิวโหย เพื่อให้ไปทำข่าวให้แก่ผลงานตน
- นำข่าวอันเป็นเท็จ และอ้างคำสั่งจากกรมเข้าบุกยึดจับกุม ด้วยข้อหาบุกรุก
- ผิดด้วยข้อกล่าวหาว่า บุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์
- นี่เป็นการแสดงว่า เจ้าหน้าที่บางคนมีการอมเงินโครงการพุทธอุทยาน
- ทำเรื่องเบิกตังค์ แต่ไม่ยอมทำงานหรือเปล่า (กูแค่สงสัย?!?!?!?!)
- เพราะเราปลูกเองกันทุกปี ปลูกกันมาเป็นหมื่นๆต้นแล้ว
- นาย ฐิติ โสมภร์ ให้การกับเจ้าหน้าที่เองว่า
เพราะทางตำรวจยังไม่รับแจ้งความดำเนินคดี
ยังไม่มีการเรียกพระนธี ตามที่นาย ฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าพื้นที่ผู้นำเข้าจับกุม แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก
ผู้กำกับด่านแม่แฉลบ พ.ต.อ. สราวุธ ศรีชัย ท่านบอกว่า ต้องให้ความเป็นธรรม ตามความเป็นจริง
วัดเขาผิดอะไร ทำไมไม่ให้ความเป็นธรรม
นี่..ตำรวจที่มีความยุติธรรม ให้ความเป็นธรรมในเมืองไทยยังมีอยู่ที่นี่
ทางตำรวจยังไม่รับแจ้งความ ยังต้องตรวจสอบความจริงของการกล่าวหากันเสียก่อน
ไม่ใช่เอะอะรับแจ้งความกันแต่เพียงฝ่ายเดียวให้เป็นคดี
แต่นาย ฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานที่นี่ กลับให้ข่าว
ด้วยการนำนักข่าวหิวโหย เพื่อให้ไปทำข่าวให้แก่ผลงานตน
นำข่าวอันเป็นเท็จ และอ้างคำสั่งจากกรมเข้าบุกยึดจับกุม ด้วยข้อหาบุกรุก

แผนที่ดั้งเดิม แน่ชัดว่า วัดป่าบุญญพลัง ไม่ได้อยู่ในแนวเขตของอุทยา
นักข่าวก็แสนเฮงซวย ไม่ไต่ถามข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมก่อนออกข่าว
ทั้งๆที่ตนเองก็เข้ามาถึงพื้นที่ อยู่ในพื้นที่ นั่งอยู่ในเหตุการณ์นั่นแหละ
แต่ทำงานเป็นหมารับใช้ เป็นเครืองมือให้แก่ หน่วยงาน
และเป็นตัวกระจายข่าวออกไป ทั้งช่อง 3 ช่อง 7 มติชน ออนไลน์ต่างๆ
ออกข่าวกันไปโดยไม่มีข้อเท็จจริงที่มีเหตุผลทั้งสองฝ่าย
พากันไปเต้าข่าว เขียนข่าวยำคลุกเคล้ากันไป ด้วยภาพเก่าๆ ที่คดีถึงที่สุดว่าไม่มีความผิด
ตำรวจยกฟ้อง อัยการยกฟ้อง กองบัญชาการภาค 7 ก็เซ็นเห็นชอบในการยกฟ้อง
ด้วยคดีกล่าวหาและจับกุม ไม่มีมูลความผิดตามหลักฐานที่ได้มีการตรวจสอบ
ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่บางคนสร้างคดีใหม่ให้แก่เราอีก ด้วยข้อหาบุกรุก
ออกข่าวทำลายและโจมตีด้วยสื่อ ทำตัวเป็นหางเสือเลียตูดรับใช้เจ้าหน้าที่ ว่าวัดป่าบุญญพลังผิด
ผิดด้วยข้อกล่าวหาว่า บุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์
เอาคำอ้างป่าอนุรักษ์ โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ทั้งๆที่เป็นหัวหน้าอุทยานเอง
ไม่ศึกษาพื้นที่ ไม่ศึกษาความเป็นมาในพื้นที่ รังแกแต่ชาวบ้านที่ไร้ทางสู้ ด้วยการลุแก่อำนาจ
อ้างหน้าที่ อ้างนายสั่ง ไม่มีวิจารณญานในการปกครอง ไม่รอมชอมกับราษฎร
การเป็นพุทธอุทยานนั้น จะมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง
เพราะเป็นโครงการรัฐ ให้ที่พักสงฆ์ช่วยงานและรักษาป่าไม้
เอาแค่เรื่องโครงการ ไม่ต้องขุดไปถึงที่ตั้งแห่งพื้นที่ดั้งเดิมที่ไม่ใช่พื้นที่อุทยาน

เปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่
เมื่อมีโครงการพุทธอุทยาน เจ้าหน้าที่ก็ต้องมีการเบิกงบประมาณแผ่นดินออกมาทำโครงการกันล่ะ
เมื่อออกมาทำโครงการ เจ้าหน้าที่จะไม่รู้อะไรเชียวหรือ
ว่าที่วัดป่านี้ เขามีการสร้างพระกันมาและลงนามเรียบร้อยว่าถูกต้อง
อยู่กันมานาน อยู่ก่อนเป็นพุทธอุทยาน ไม่ใช่ผู้บุกรุก
สัตว์ที่เลี้ยงก็เป็นสัตว์ฟาร์มไม่ใช่สัตว์ป่า
แผ่นไม้ที่หาเรื่องจับคราวก่อน ที่ใช้รองนอนของเหล่าพระที่ชาวบ้านนำมาถวายนั้น มันก็ตั้งอยู่อย่างนั้น
ไม่ได้ปกปิด ทุกอย่างเปิดเผยชัดเจน เจ้าหน้าที่ไม่แหกตาดูกันบ้างหรือ
หรือรับเงินโครงการแล้ว ไม่เคยเข้ามาดูแลเลย จึงไม่รู้เรื่องห่าเหวอะไร
นี่เป็นการแสดงว่า เจ้าหน้าที่บางคนมีการอมเงินโครงการพุทธอุทยาน
ทำเรื่องเบิกตังค์ แต่ไม่ยอมทำงานหรือเปล่า (กูแค่สงสัย?!?!?!?!)
ตลอดสองปีตั้งแต่ปี 2558 – 2560 มีเจ้าหน้าที่ระดับล่าง เอาต้นไม้เข้ามาปลูกเพื่อถ่ายรูป 3 ต้น
เราเป็นคนขุด เขาเป็นคนถ่าย บอกว่าเอารูปไปยืนยันนาย ว่าทำงานแล้ว
ครั้งเดียวเท่านั้น เดือนเมษาร้อนและแห้งแล้งตายชักซะด้วย
ผลงานอันยิ่งใหญ่ของการเบิกงบโครงการของหน่วยงานอุทยาน
คือปลูกต้นไม้เพื่อถ่ายรูปส่งนาย 3 ต้น และต้นไม้ตายห่าไปนานแล้ว ไม่เคยมาดู
แต่ไม่เป็นไร ทางวัดป่าบุญญพลัง เอาต้นใหม่มาเปลี่ยนให้แล้ว
เพราะเราปลูกเองกันทุกปี ปลูกกันมาเป็นหมื่นๆต้นแล้ว
ต้นกล้าก็ต้องไปหามาเอง ขอตามหน่วยงาน ระดมเด็กๆในหมู่บ้านพุน้ำเปรี้ยวมาช่วยกันปลูก
แต่สิ่งเหล่านี้ เจ้าหน้าที่บางคนไม่สนใจ แต่เบิกงบโครงการมาปลูก 3 ต้นนั่นแสนยิ่งใหญ่

ช่วยกันปลูกเพื่อให้เป็นป่า

ช่วยกันปลูกเพื่อให้เป็นป่า

เหล่าพระก็พากันช่วยกันดูแล

กล้าไม้นำมาจากหน่วยงานต่าง
#ไอ้ห่า..หน่วยงานราชการไทยจงเจริญ
ที่ตรงนี้เป็นป่าเสื่อมโทรมไม่ใช่ผืนป่าอนุรักษ์
เราตรวจสอบแน่ชัด ถึงได้เข้ามาเป็นที่อยู่ปฏิบัติธรรม
การเบียงแบนแผนที่จากเจ้าหน้าที่บางคนที่นี่ เขาบอกว่า ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
แต่วัดป่าเดือดร้อนเพราะพวกงี่เง่ามาขับไล่ ด้วยความไร้เหตุผลนี่แหละ
ที่อื่นเขาอมเงินโครงการคนจน ฟินเวอร์ไปทั่วประเทศ
แต่ที่นี่ อาจจะมีการอมเงินโครงการพุทธอุทยาน เบิกเงินทุกปีแต่ไม่ทำงานหรือเปล่า
ถ้าทำงาน การหาเรื่องใส่ความวัดป่าบุญญพลังก็จะไม่มี
ที่สำคัญ ในใบให้การ การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เขตสามบ้านโป่ง
นาย ฐิติ โสมภร์ ให้การกับเจ้าหน้าที่เองว่า
ตลอดสองปี ตนไม่เคยเข้ามา เพราะถือว่าเป็นสถานที่ไม่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำความผิด
ไม่สุ่มเสี่ยง ไม่เข้ามา แต่มีการเบิกงบโครงการออกมา
เงินโครงการที่เบิกออกมา เมื่อไม่เข้ามา แล้วเบิกเอาออกมาใช้ทำอะไร
ถ้าเอามาใช้กับโครงการจริง เราก็จะไม่โดนการกล่าวหาว่าบุกรุก
เมื่อไม่สุ่มเสี่ยง ไม่บุกรุกแล้วมาขับไล่ทำไมกันว่ะ..!!