ตัวรู้…มันอยู่ตรงไหน
ศิษย์ถาม : แล้วไอ้ตัวรู้ ที่รู้ทั้งหมด ตามท่านว่ามานั้นตัวนี้เรีย
รู้ว่านี้สติ นี้วิญญาณ นี้ปัญญา นี้ตัวรู้ นี้ตัวจิต
ตัวรู้ที่รู้สิ่งเหล่านี้ เรียกว่าอะไรเหรอครับ
มีความเป็นอัตตาตัวตนหรือไม
_/\_ กราบขอความกระจ่างด้วยครับ
พระอาจารย์ตอบ : ท่านปล่อย รู้…
ตัวรู้นี้เป็นบัญญัติสมมุติ
เป็นอัตตาและอนัตตาในตัวเดี
ตัวรู้นี้ เป็นคำรวมของวิญญาน ที่มีจิตสังขาร ปรุงแต่งมาจากอวิชา มันรู้กันเป็นชั้นๆกันขึ้นไ
เหมือนทุกอย่างก้าวที่คนเดิ
มันก็เหมือนกับมีคนหนึ่งดูห
ก็เรียกว่าผู้รู้ หรือไอ้ตัวรู้ก็ได้
หากถอยลึกเข้าไปอีก มีผู้เฝ้าดู อาการที่ผู้รู้แสดงออกในการ
และเขาก็รู้ทุกอาการของผู้ร
แต่ผู้ดูหนังนั้นย่อมไม่รู้
ถอยลึกลงไปอีก ก็ยังมีผู้เฝ้าดู กำลังเฝ้าดู ผู้เฝ้าดู ผู้ที่ดูหนัง และเป็นผู้รู้ทุกอาการ ในสิ่งที่กำลังเฝ้าดู
ถอยลึกลงไปอีก ก็จะพบเจอ ผู้รู้และเฝ้าดู ผู้แสดงตัวในความเป็นผู้รู้
ฉะนั้น เมื่อเรามองไปเห็นภาพ ได้ยินเสียง ได้กลิ่น ได้รับรส ได้ผัสสะ
หากเป็นผู้แสดง ก็ย่อมมองตนเองไม่รู้ และจะเข้าใจ ว่าตนเป็นผู้รู้ นี่ เรียกว่าผู้รู้เหมือนกัน เป็นเพียงแต่รู้ผลที่ปรากฏ
เมื่อถอยออกมามองลึกเข้าไป เป็นผู้เฝ้าดูตัวตนแสดง ก็จะเห็นว่า เรานี้ ไม่ใช่ผู้รู้ เพราะตัวเรานี้ เป็นผู้ถูกรู้ โดยผู้รู้ที่อยู่ลึกกว่า
มันมองเห็นกายที่คิดว่าเป็น
เมื่อถอยลึกลงไป ตามกระบวนการ แม้แต่สติ ก็กลายเป็นผู้ถูกรู้ ไม่ใช่ตัวรู้ เพราะสติเป็นผู้โดนถูกรู้ ที่รู้ว่านี่คือสติ
แม้แต่วิญญาน ปัญญา ไปยันจิต ก็เป็นอาการเดียวกัน ล้วนเป็นผู้ถูกรู้ทั้งสิ้น
ผู้ถูกรู้ย่อมไม่ใช่ตัวผู้ร
พวกเรา มันแค่รู้จากหนังสือ จากจด จากจำ จากฟัง จากการตรึกนึกคิดไปตามภาวะก
ย่อมไม่เข้าใจ อธิบายก็ไม่เข้าใจ เดี๋ยวจะมาด่าว่าข้าพูดไม่ร
สิ่งเหล่านี้ตื้น สำหรับผู้เข้าใจ แต่ลึกหลายๆ กับเด็กน้อยๆที่ยังกินหนม
ผู้ที่ยึดผล ย่อมไม่รู้เหตุ ก็เป็นได้แค่ผู้รู้ที่เป็นผ
ผู้สาวผลไปหาเหตุ ย่อมรู้ความจริงว่าเพราะเหต
แต่เหตุนั้นแม้จะเป็นผู้รู้
นี่..ผลนี้ ก็คือตัวรู้ เหตุก็คือตัวรู้ผล เหตุที่รู้ผล ก็เป็นผลของเหตุที่ลึกลงไปอ
โลกนี้ จึงเป็นเรื่องของ เหตุและผล เป็นปัจจัย เรียกว่า กฏ อิธทัปปัจจยตา
มันคล้องจองอาศัยกันมา เมื่อครบกาล กลายเป็นวงล้อแห่ง ปฏิจจสมุปบาท
ไอ้ตัวรู้นี้ มันมีไม่รู้จบ ตัวรู้มีอยู่ที่ไหน ภพย่อมอาศัยอยู่ที่นั่น
การถอดถอนตัวรู้นี้ มันได้แค่โม้เอา เพราะรู้นี้ มันอาศัยเหตุปัจจัยเกิด
ถามมาลึก ก็ใช้ปัญญาหยั่งลงมาให้ถึงก
จึงเกิดความสงสัยไม่รู้จบ ความจริงเหล่านี้ อยู่ฟากตาย คิดอย่างสบายๆ ก็จะได้แต่คิด ที่สำคัญ ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย
เรามักจะรู้กันเฉพาะเบื้องห
และเมื่อถอยลงไปหาผู้รู้ มันก็จะเจอแต่ กูรู้ ทุกย่างก้าวที่ถอยร่นลึกลงไ
ที่สุด ก็วางรู้ แต่ที่วางนั้น กูดันไม่รู้ว่า….กูวาง
อ่านๆฟังๆไป เดี๋ยวก็จะเข้าใจ ว่าไอ้ตัวรู้ทั้งหลายที่สงส
ถาม-ตอบในคอมเม้นท์ : พระธรรมเทศนา เรื่อง ธรรมแห่งความหลุดพ้น…ธาตุ
โดย พระอาจารย์ธรรมกะ ภิกขุ ณ พุทธสถานบุญญพลัง จ.กาญจนบุรี 21 สิงหาคม 2557