นี่..มาอีกแล้ว คำถามที่ค้างคา โม้ไปเมื่อวาน ที่บุญพลังนี่ ธรรมะเยอะจริงๆ มีเป็นร้อยๆเรื่อง แค่สามสี่เดือน ที่เริ่มแผ่ทางเฟส มาฟังคำถามตอบกัน ท่านผู้เฒ่าจะตอบให้
>> ลูกศิษย์ 1 : กราบนมัสการหลวงพี่ค่ะ หนูมีเรื่องกราบเรียนขอคำชี้แนะ คงเพราะเมื่อคืนเราคุยกันถึงเรื่องสร้างพระ เช้านี้ก่อนลุกจากที่นอน หนูเลยลองนึกถึงกุศล ที่เคยสร้างมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา น่าแปลกตรงที่ ภาพแรกที่เห็นคือ หนูเห็นตัวเองแบกทราย ขนหิน เดินกลับไปกลับมาที่เกาะ ทั้งๆ ที่กุศลอื่นๆ หนูก็เพียรพยายามสร้าง ทั้งบริจาคทาน กระทั้งภาพสวยๆ ตอนถวายผ้าไตรวีจร หรือ กระทั่งของวิจิตรต่างๆ ทำไมใจมันไม่จำ หรือจะเป็นเพราะใจหนูติดกับการถวายแรงงาน ซึ่งหนูก็เคยขุดดินเพื่อตั้งเสาพระอุโบสถ แต่ภาพนั้นก็ไม่ยักกะนึกถึง อีกทั้งหนูลองตั้งโปรแกรมให้ตัวเองว่า การไปกราบสักการะสถานที่ปรินิพพานคือ สิ่งที่หนูเฝ้าต้องการมาตลอดชีวิต หนูก็ไม่คิดถึงภาพนั้นเลย หนูไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่ก็บริจาคร่างกาย อวัยวะ บริจาคเลือดก็ตั้งหลายหน ทำไมหนูไม่คิดถึงกุศลเหล่านี้เลย หรือเพราะร่างกาย อวัยวะ เลือด มันไม่ใช่ของเรา เราแค่อาศัยเค้าเป็นเครื่องอยู่
คำถามคือ การที่ใจหนูผูก และเห็นแต่ภาพตัวเอง ขนทราย ขนหิน ที่บุญญพลัง นั้นเป็นกุศลที่สูงที่สุดในชีวิตหนูแล้วหรือคะ ยังมีอะไรที่หนูจะทำ หรือได้ทำ แล้วตั้งจิตให้หนูน้อมคิดแต่กุศลนั้นอีกได้มั้ย หรือสิ่งนี้ คือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว สมควรแล้ว หนูควรจะทำยังไงต่อไปคะ แบบนี้.. ใจไปติดกับการถวายแรงในการขนทราย ขนหิน หากหมดสิ้นอัตภาพนี้ไป หนูจะกลับมาเกิดเป็นมดที่บุญญพลังหรือป่าว (อันนี้หนูล่อเล่นค่ะ ^^)
>> ลูกศิษย์ 2 : ของนู๋ สิ่งที่นึกได้ก่อน คือถวายทองหล่อพระ แล้วพวกแบกทรายที่แพ ตักทรายเก็บหินค่อยตาม มา
<< พระอาจารย์ : ของเจ้ายุ้ย ที่หลับตาแล้ว มองเห็นตัวเองขนหินทราย มาร่วมสร้าง เป็นกุศลนิมิต หากตายไป ไปสว่างแน่นอน หากระลึกถึงอยู่เนือง
การใช้กำลังใจทางกาย มันเหนื่อยยากยิ่ง ของโปรแกรมจิต มันเป็นหนึ่งในกำลังใจที่เกิด เรียกว่า บารมี การเกิดนิมิตเช่นนี้ แต่ละคน ไม่เหมือนกัน
บางคนไปนึกระลึกถึง การสละวัตถุที่มีค่า เช่นเจ้าเดีย ระลึกถึงการได้นำทอง มาหล่อพระ บางคน เขาก็นำมาหล่อเหมือนกัน แต่กำลังใจ ที่เข้าไปถึงจิต ไม่เหมือนกัน
ทองบางคน มันอาจโน้มจิตไม่ได้ ในการที่จิตจะไป ยึดเป็นที่ตั้ง อย่างเจ้าปอ เงินแค่บาทเดียว แต่จิตมันมีความภูมิใจ
แม้ตอนเด็กๆ มันจะทำไปงั้นๆ แต่เมื่อได้ฟังคำอธิบาย หน่อเนื้อแห่งเมล็ดบุญกุศล มันก็เจริญเติบโต เพราะมันมีปัญญามากขึ้น มันภูมิใจ ในตอนเป็นเด็ก ที่อดใจสละทำบุญได้
มันมาภูมิใจทีหลัง ที่เข้าใจตนเองมากขึ้นว่า ตัวมัน ก็เป็นคนใจบุญกุศลมาตั้งแต่เด็ก เนื้อเดิม มันเป็นเช่นนั้น เงินหนึ่งบาท ของเด็ก มันเทียบไม่ได้ กับทองคำ หลายบาท ของผู้ใหญ่
สิ่งเหล่านี้ เป็นแค่วัตถุ ที่ตั้งแห่งใจ ไม่ใช่ตัวบุญ แต่ตัวที่เกิดบุญ คือจิตที่ได้ไปเกาะ กับสิ่งที่ทำ ฉะนั้น เราจะไปตัดสิน ด้วยจำนวนสมมุติวัตถุไม่ได้
ความลึกแห่งการจิกของจิต มันผิดกัน ไม่มีใครบุญใหญ่กว่าใคร ด้วยจำนวน และขนาด ของวัตถุ
นิมิตอะไรก็ตาม ที่จิตมันจิกขึ้นมา ล้วนเป็นวิบากแห่งกุศลจิตทั้งสิ้น ของยุ้ย ไม่ได้มีนิมิตถึงทองคำที่ได้หล่อพระหรือสละไป แต่มามีนิมิตแห่งการ ใช้กำลังแห่งการขนหินขนทรายแทน
มันก็เป็นอาการเดียวกัน สมมุตินิมิตเหมือนกัน มันอาศัยกาล และเหตุปัจจัย เข้ามาเป็นองค์ประกอบเกี่ยวเนื่อง กาลต่อไป อาจได้นิมิตที่ทำอะไรแค่เล็กน้อย แต่เกิดนิมิตติดตาติดใจ ขึ้นมาแทนก็ได้
แม้แค่ให้อาหารสัตว์ ก็เกิดเป็นนิมิตได้ นิมิตแห่งการเห็นตัวเองขนทราย เพื่อทำกุศล อาจเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นอีกก็ได้ มันไม่แน่นอน
แต่นิมิตทั้งหลาย ล้วนเกิดจาก กุศลกรรม ถือเป็นกุศลทั้งสิ้น เพราะเป็นช่องทางแห่งการดำเนิน วิถีมรรค คือสัมมา อาชีโว
เป็นภาวะจิตที่ดำเนินหล่อเลี้ยงน้ำจิต ด้วยยางแห่งกุศลกรรม ต้นบุญก็เจริญเติบโต วันใดที่กายแตก นิมิตใดนิมิตหนึ่ง ก็จะเข้ามายังผลให้จิตเกาะ
เพราะเป็นจิตที่ร่ำรวยกุศล กุศลอันหลากหลายมีมากมาย ให้ผลกับการเกาะของจิต จิตเช่นนี้ ไม่ว่ากายจะแตกเช่นไร จะมีสติหรือไม่มีสติ จิตดำเนินไปทางสว่างด้วยผลแห่งเหตุ
เขาเรียกว่า ผู้ร่ำรวยธรรมอันเป็นกุศล เพราะเรายืนอยู่บนทางสายธรรม มีผู้ชี้นำที่มีธรรมแห่งมุตโตทัย เป็นอันแน่ใจได้ว่า เกิดมา..ชีวิตนี้ ไม่ตกต่ำแน่ๆ
แต่ทั้งนี้ ขึ้นกับตัวเรา และอารมณ์ ที่ตั้งมั่นได้แค่ไหนเป็นหลัก เราเป็นผู้เลือก ในการที่จะเดิน ข้านี้..เป็นแค่ผู้ชี้ ให้ได้เห็นทางกันก็เท่านั้น
เที่ยงนี้ ข้าขอสวัสดี ต้องไปแฉ่งเรื่องงานต่อ
ถาม – ตอบ ปัญหาธรรม ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง