เรื่องนี้เพิ่งเทศน์ไปเมื่อ
วันนี้มันมืดดี ทั้งๆที่พรุ่งนี้เป็นคืนเดื
วันนี้เดินทางมาทั้งวัน ได้ผ่านอะไรมาก็พอได้พิจารณ
ทุกวันนี้.. เราเรียนรู้ธรรมกันมากมายดา
เรามองดูผลไม้หรืออะไรซักอย
เราเห็นและเรารู้จัก ว่ามันคือ คุ๊กกี้ แต่ถ้าหากว่า มีใครมาบอกและมาเรียกและยืน
หากอีกฝ่ายส่ายหน้า บอกว่า นี่แหละๆๆ เขาเรียกว่า องุ่น ความอึดอัดใจในตัวเราก็จะยิ
บางคนก็ยอม โอเคๆๆๆๆ องุ่นก็องุ่น แต่มันยอมด้วยอาการของการตั
ที่สุด มันก็จะเริ่มออกไปหาพวกพ้อง
ที่สุดแล้ว อีกฝ่ายที่เรียก คุ๊กกี้ว่าองุ่น ก็เป็นคนเลวและโง่ไปโดย ปริยาย ทั้งๆที่เรื่องแค่เล็กน้อย ไม่มีมูลค่าอะไรเลย ฝ่ายที่เรียกคุ๊กกี้ว่า องุ่น เขาก็ไปหาพวกสนับสนุนเขาเช่
ฉะนั้น ต่างฝ่ายต่างก็ย่อมยึดความถ
ไม่ชอบขี้หน้ากัน ในที่สุดก็กลายเป็นศัตรู ทะเลาะกัน ฆ่ากัน เครียดแค้นกัน เพราะความยึดในสิ่งที่ตนเอง
นี่เขาเรียกว่า หลงในสมมุติ เอาสมมุติที่ตัวเองยึดและหล
ความเป็นจริงนั้น คืออะไร….?
สิ่งใดๆก็ตาม ที่มีรูป หรือไม่มีรูป ที่เราเห็นหรือผัสสะ มีชื่อหรือไม่มีชื่อ ที่ปรากฏอยู่ เห็นอยู่ ล้วนเป็นสมมุติทั้งนั้น ไม่มีสิ่งใดมีจริงๆเลย
คุ๊กกี้หรือองุ่น ก็เป็นแค่ชื่อสมมุติเรียก หากเรายอมรับว่า มันเป็นแค่ชื่อ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสมมุติเร
แม้เราจะยึดในสมมุติว่า มันคือ คุ๊กกี้ แต่เมื่ออีกฝ่ายยืนยันว่า นี่ คือองุ่น เมื่อขอฟังคำอธิบายเขาว่าทำ
ผู้ที่ยึดในสิ่งที่ตัวเองรู
และเราทุกคน โดยธรรมชาติ ก็มีสัญชาติญาณกันเช่นนี้ซะ
เมื่อเกิดความขัดใจหรือไม่ไ
เราจึงต้องอาศัยการอบรมจิต เพื่อให้รู้เห็นตรงตามความเ
หัดยอมรับเถิดว่า อะไรก็ตาม มันเป็นเพียงแค่สมมุติทั้งน
หากเหตุปัจจัยที่เกิดขึ้น เราพิจารณาเห็นว่า แย้งไปชี้ไป ก็คงไม่มีประโยชน์ มันคงไปโน้มน้าวใจให้เขาเห็
เรานั่นแหละ พึงยอมรับ และเห็นด้วยกับเขา ว่า เออ.. องุ่นก็องุ่น เรื่องทั้งหลายก็จะจบ จบเพราะเราเป็นคนหัดยอมรับใ
ยอมรับกับความเจ็บปวดใจ ในสิ่งที่มันไม่ใช่ ทั้งๆที่เราคิดว่าใช่ เราจะทำได้ไหม หากทำได้ ใดๆในโลก ใช้สูตรนี้แค่สูตรเดียว เมื่อเรามีการอยู่ร่วมกันใน
เราหัดทำใจยอมรับผู้อื่นที่
การยอมรับตามที่เขายึด แม้จะขัดกับเรา ทั้งเขาและเรา มันมีความจริงอยู่ว่า หากเขาผิด เราก็ผิดเช่นกัน แม้ว่า เราคิดว่ามันจะถูก
หากเขาถูก เราก็ถูกเช่นกัน แม้ว่าเราจะเห็นว่ามันจะผิด
การยอมรับนี้นี่แหละ เรียกว่า ทางสายกลาง แต่ละคน มีกำลังแห่งทางสายกลางไม่เท
่ากัน มันขึ้นกับกำลังใจและสติปัญ ญา ของเจ้าตัวเป็นที่ตั้ง
ผู้ที่ได้รับการอบรมจิตอยู่
ตัวตนมันสูง ถูกใจมันก็ชอบใจไปซะหมด ไม่ถูกใจ มันก็ไม่ชอบใจไปซะหมดเหมือน
คนมีทิฐิ ย่อมเดินทางสายกลางลำบาก เพราะมันมักจะโต่งออกไปข้าง
มันยึดสมมุติมาเป็นตัวตน เราจึงยอมรับอะไร ที่มันค้านจากใจที่มันจดจำม
ความชอบหรือไม่ชอบ ที่มันยอมรับอยู่นั้น มันเป็นอารมณ์แห่งตัณหาที่ผ
ทางสายกลาง ที่ดำเนินทางอริยมรรค คือการยอมรับทั้งฟาก ก่อและดับ ว่ามันเป็นสมมุติทั้งคู่ ไม่มีอะไรใครดีเลวกว่ากัน เพียงแต่เราต้องเลือกในทางท
การที่จะดับ เราต้องอบรมจิตให้ได้ว่า โลกนี้ ไม่มีอะไรแน่นอน จงยอมรับมันซะ
โลกนี้ ไม่มีอะไรได้ดั่งใจ จงยอมรับมันซะ โลกนี้ มันเป็นของมันเช่นนี้ จงยอมรับมันซะ
เมื่อรู้แล้วว่าทั้งโลก มันเป็นของมันอย่างนี้ จงยอมรับและพึงคิดไว้ว่า “ช่างแม่งมัน”….
สวัสดี คืนนี้ขอจบลงด้วยคำว่า “ช่างแม่งมัน” หุหุหุ ขอให้นอนหลับฝันดี ร่ำรวยทุกๆคน คึคึคึ….