ให้อะไรแก่ชีวิตก่อนตายห่าไป

ให้อะไรแก่ชีวิตก่อนตายห่าไป

125
0
แบ่งปัน

*** “ให้อะไรแก่ชีวิตก่อนตายห่าไป” ***

บางครั้ง..เราก็จินตนาการไปยังท้องฟ้า ใช้ท้องฟ้าเป็นกระดาษวาดฝันป้ายสีที่สวยงามจนล้นใจหลากสีสัน

แต่ในความจริง สิ่งที่วาดฝันมันเป็นแค่จินตนาการแห่งความฝัน มันไม่ใช่ความจริง

ท้องฟ้าที่เราแหงนมอง เป็นแค่เฟรมผืนผ้าที่ว่างเปล่า แค่ให้เราได้สาดสีแห่งจินตนาการลมๆแล้งๆเท่านั้น

มองต่ำลงมาซิ..นั่นหนทางแห่งความเป็นจริงที่จับต้องได้

ก้าวเดินมันออกไป ก่อนที่แสงแห่งชีวิต มันจะดับมืดมิดจนมองไม่เห็นทาง

ความเป็นจริงรอเราที่จะก้าวเดินตาม

ท้องฟ้าเป็นแค่นิยามจินตนาการที่ไร้ความเป็นจริง

แกจะเลือกเดินไปบนท้องฟ้าหรือผืนแผ่นดิน

แต่ผืนแผ่นดิน..ย่อมมีขี้หมากองขวางทางแกอยู่เสมอ..!!

———————————————

มนุษย์นั้น เกิดมาไม่กี่สิบปี ก็พรากจากทุกสิ่ง

บางคนเกิดมาเช่นฟองน้ำ ภายในมีแต่อากาศ

โป่งพองขึ้นมา แล้วแตกโพล๊ะ…สลายไปไร้ค่า

บางคน เกิดมาเหมือนขวดเปล่าไร้ค่า

ต้องสร้างหาสิ่งดีๆ ใส่ลงไปในขวดชีวิต

ชีวิตจึงจะมีค่าตามมูลค่า สินค้าที่ใส่ในขวดเปล่า

ใส่น้ำก็ 5 บาทแหละ แต่ดีกว่าว่างเปล่า

ใส่น้ำปลาก็ 10 บาท มูลค่าสูงขึ้น

ใส่เหล้าก็ 100 บาท หากใส่น้ำหอมก็เป็นคนมีชีวิตที่แพงหน่อย

บางคนเกิดมา มีค่าตั้งแต่เกิด

เป็นที่คาดหวังของใครต่อใคร

เช่นนี้ก็เป็นคนแบกภาระไว้ตั้งแต่เยาว์วัย

แต่ยังไงก็ดูเหมือนโชคดี สร้างกรรมมาดี

จึงเป็นที่คาดหวังของกลุ่มฝูงชน

แต่นั่นแหละ หนึ่งชีวิตเหมือนกัน

และหนึ่งชีวิตนั้น มันมีค่าพอกันกับอีกหนึ่งชีวิตที่ซังกะบ๊วย

ไม่ว่าเราเกิดมามีชีวิตดุจเช่นฟองน้ำ

หรือมีชีวิตที่ต้องเติมเต็มด้วยมูลค่า

หรือมีต้นทุนที่เลอค่ามาแต่กำเนิด

ทุกชีวิตย่อมต้องเผชิญ แก่ เจ็บและตายเหมือนกัน

ชีวิตที่เกิดมาแล้ว เริ่มต้นเดินทางเหมือนกัน แม้หนทางที่เดินจะไม่เหมือนกัน

หลายชีวิต เกิดมาด้วยความสว่างไสว แต่วันที่ไปในจุดหมาย มันมืดมน

หลายชีวิต เกิดมาด้วยความมืดมน แต่วันที่ไปในจุดหมาย สว่างไสว

หลายชีวิต เกิดมาสว่างไสว ปลายชีวิตไปสว่างไสว

หลายชีวิต เกิดมามืดมน ปลายชีวิตก็ยังมืดมน

เราต่างเกิดมามีกำลังไม่เท่ากัน

แต่เรา ต่างเติมเต็มให้แก่ชีวิตที่เรามีด้วยกันได้

วันที่จุดหมายปลายทางจะมาถึง

เรา..มีแสงสว่างแห่งชีวิต เพียงพอที่จะเดินออกจากหนทางที่มืดมิดได้หรือไม่

แสงสว่างแห่งชีวิต ที่ไม่ว่าต้นทุนของเราจะเริ่มต้นด้วยอะไร

แสงสว่างแห่งชีวิตนั้นคือความเข้าใจ ในชีวิตที่ต่างเกิดมา ได้สร้างมูลค่าให้แก่ชีวิตได้เท่าใด

มูลค่านั้นคือปัญญาญาณ ที่จะเป็นแสงสว่างชี้ทางให้แก่หนทางของชีวิต

เราอาจจะอับจนมืดมิดในชีวิตที่ได้กำเนิดมา

หัดยอมรับและลดอัตตาตน ความสว่างแห่งชีวิตจะเรืองรองขึ้นมาให้ท่านเห็นหนทาง

เจอกันที่แสงสว่างปลายอุโมงค์ด้วยกัน

สร้างฝันและกำลังชีวิต ด้วยใจของเราเอง..

——————————————-

พระอาจารย์ธรรมกะ

พระธรรมเทศนาวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

โดยพระอาจารย์ ธรรมกะ บุญญพลัง