ตัณหาตัวหนึ่งที่มักทำเอาชีวิตพัง นั่นคือ ภวตัณหา

ตัณหาตัวหนึ่งที่มักทำเอาชีวิตพัง นั่นคือ ภวตัณหา

147
0
แบ่งปัน

*** “ตัณหาตัวหนึ่งที่มักทำเอาชีวิตพัง นั่นคือ ภวตัณหา” ***

ชีวิตนั้น ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องนักก็ได้

ผู้หญิงคนหนึ่งอยู่กับสามีมานาน อยู่อย่างมีความสุข ไม่ระหวาดระแวงอะไรต่อตัวสามี

วันหนึ่งอยากรู้ว่าสามีช่วงเที่ยงๆเธอทำอะไร จึงแอบไปที่ทำงาน

ไปพบสามีกินข้าวอยู่กับหญิงสาวสวย กำลังยิ้มแย้มแจ่มใส ความดีทั้งหลายที่เคยไว้ใจ พังคลืนลงมา

กลับบ้านไปด้วยความห่อเหี่ยวอ้างว้าง ร้องห่มร้องให้ รับไม่ได้กับภาพที่เห็น

รุ่งขึ้นขอหย่าขาดกับสามี สามีงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับภรรยาที่แสนรักของเขา

นี่ชีวิตพังเพราะอยากรู้ ตลอดชีวิตคู่ ไม่เคยอยากรู้ พอรู้แล้ว สิ่งที่รู้มาทำลายชีวิตคู่พัง

หนูตัวหนึ่ง สงสัยนักหนาว่าทำไมพวกพ้องตนหายไปเมื่อเข้าไปในพงในดงที่ตรงนั้น

เมื่อตนเข้าไปบ้างด้วยความอยากรู้ มันก็ติดกับดักตกลงไปในถังด้านล่าง

เหมือนแมลงวัน ที่มาติดกับดักเพราะเห็นเพื่อนเกาะเต็มเป็นกองบนกระดาษกาว

ความอยากรู้นี่เป็นธรรมชาติของสัตว์ทั้งหลายที่ดำเนินชีวิตไป

มนุษย์นั้น คิดเป็น บางทีบางครั้ง ไม่จำเป็นต้องรู้ไปซะทุกๆเรื่องบ้างก็ได้

รู้แล้วเจ็บปวด ก็ไม่รู้จะอยากรู้ไปทำไม

อยากรู้เพราะความกลัวก็มี อยากรู้เพราะเกลียดชังก็มี อยากรู้เพราะหาเหตุผลก็มี อยากรู้เพรารักเพราะชอบก็มี อยากรู้เพราะต้องรู้ให้ได้ดั่งใจก็มี อยากรู้สารพัดที่อยากจะรู้ก็มี

อยากรู้นี่มันเป็นตัณหาอย่างหนึ่ง ความอยากนี่ไม่ผิดหรอก มันเป็นธรรมชาติ มันเป็ธรรมชาติแห่งตัณหา

แต่เมื่อรู้แล้ว มันอยู่ที่เราจะใคร่ครวญพิจารณาอย่างไรแล้วล่ะ

หากตกไปในกระแสแห่งความอยากรู้ ทั้งถูกใจและไม่ถูกใจ เหล่านี้ท่านใหลไปในตัณหาที่เรียกว่า สมุทัยน่ะ

หากรู้แล้วมาใคร่ครวญ พิจารณาหาความถูกผิดให้เกิดความชอบธรรมตามกำลังแห่งปัญญา

สิ่งที่รู้จากความอยากรู้นั่นก็เป็นมรรค ผลแห่งความอยากรู้ทั้งสองทางนี้มันแตกต่างกัน

อยากรู้แล้วใหลไปตามกระแส นี่เรียกว่าสมุทัย เป็นการก่อเรื่องทุกข์ทั้งหลาย ที่จะประดังมาไม่มีที่สิ้นสุดจากตัณหาแห่งความอยากรู้

อยากรู้แล้วพิจารณาใคร่ครวญ นี่เรียกว่ามรรค เป็นการดับเรื่องที่อยาก แล้วพิจารณาใคร่ครวญตามความเป็นจริง อย่างนี้นำไปสู่ความดับความสงบจากความอยาก

มนุษย์นั้น ต่างมีตัณหาที่ผุดขึ้นมาจากใจไม่รู้จบ ความอยากรู้นี่เป็น ภวตัณหาตัวหนึ่ง คือความทะยานอยากในสิ่งที่มีในสิ่งที่เป็น

ภวตัณหานี่ เป็นกลไกเครื่องอยู่ของเหล่าสัตว์ มันมีกันอยู่เป็นธรรมดาในตัวทุกคน

มันอยู่ที่ว่า เรารู้จักมันรึเปล่า ถ้ารู้จัก เราก็สกัดภพไม่ให้มันเกิดกำเนิดต่อไปได้ เรียกว่ามรรค

แต่ถ้าไม่รู้จัก มันก็จะก่อภพใหลไปเป็นชาติและก่อทุกข์ให้แก่ใจดวงนี้ตลอดไปเป็นวัฏฏะไม่มีที่สิ้นสุด นี่เรียกสมุทัย

หัดพิจารณาในสิ่งที่อยากรู้และรู้แล้วให้มันดีๆ ก่อนที่จะมีตัวตนเข้าไปครอบครองในสิ่งที่รู้

ปราญช์นั้นรู้ว่า ธรรมชาติมันเป็นของมันเช่นนี้ แต่เปรตนั้น เป็นเจ้าของรู้และหวงแหนในสิ่งที่รู้และที่เป็น..

วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง