บวชเพื่อแสวงหาอิสระ

บวชเพื่อแสวงหาอิสระ

213
0
แบ่งปัน

*** “บวชเพื่อแสวงหาอิสระ” ***

ท่านบวชมาทำไม ข้าถามฝรั่งคนหนึ่ง

ฝรั่งทำหน้าเหมือนอมมะนาวตอบว่า ” ไอต้องการความอิสระ ”

อิสระคืออะไรในความหมายท่าน ข้าถามไป.

” อิสระคือ การที่เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไม่ต้องโดนอัตตามันตีกรอบ ให้เราต้องจำนน ”

ฝรั่งตอบตามความคิดเห็นตน

ท่านเข้าใจเรื่องอัตตารึ..? ข้าถาม

ฝรั่งชี้มาที่ตัวของเขา ..

อัตตาคือตัวเราเช่นนั้นรึ..!! ข้าถาม

เขายกไหล่ แบมือทำปากแบะ ทำนองไม่แน่ใจ

” ไออ่านมาเขาแปลมาประมาณนั้น ”

ข้าชี้ไปที่แม่น้ำ เห็นแม่น้ำไหม…เขาพยักหน้า

นั่นล่ะอัตตา..

เห็นไก่ไหม..เขาหันมอง

นั่นล่ะอัตตา..

อัตตานี่คือสิ่งสมมุติที่ท่านให้ค่าน่ะท่าน ไม่ใช่เฉพาะตัวท่านดั่งที่เข้าใจ

” แล้วเราจะออกจากอัตตายังไง ในเมื่อทุกอย่างมันต้องสมมุติเรียก และให้ความหมาย..ฝรั่งถาม

ท่านเคยหลงป่าไหม…เขาพยักหน้า

ทำไมท่านไม่เรียกว่าหลงต้นไม้ ท่านเรียกว่าหลงป่าทำไม ในเมื่อท่านหลงอยู่ในดงของต้นไม้

ฝรั่งงงๆมองหน้าเพื่อนเหมือนหาตัวช่วย..

พุทธศาสนามีอยู่วลีหนึ่ง ท่านทรงตรัสว่า

” เธอพึงตัดป่า แต่อย่าตัดต้นไม้ ” เคยได้ยินไหม..

ฝรั่งส่ายหน้า บอกว่ามันเป็นวาทะธรรม เข้าใจยาก

ข้ากล่าวว่า พึงตัดป่า ก็คือ การทำลายสมมุติ
ป่านั้นเป็นสมมุติของดงต้นไม้ทั้งหมดที่เราหลง

ป่าจริงๆนั้นไม่มี ที่มีเกิดจากสมมุติที่ใช้เรียกดงต้นไม้ ที่ขึ้นมามากมายนั่นว่าป่า

แต่เราหลงป่า หาทางออกจากป่า นี่เป็นการหลงอัตตาสมมุติ ที่เราสร้างขึ้นมาที่ใช้เรียก

ป่าจริงๆมันไม่มี ที่มี เป็นสมมุติใช้เรียกชื่อต้นไม้ที่มีจำนวนมากๆ ว่าป่า

” แล้วเราจะตัดป่ายังไง ในเมื่อมันไม่มี มันมีแต่ต้นไม้ ที่เราใช้เรียกว่าป่า..ฝรั่งถาม

ท่านเปรียบเปรยให้เห็นน่ะว่า คนเรานั้นมักหลงอยู่กับสมมุติที่เป็นอัตตา เราเอาป่ามาเป็นอัตตา เพื่อใช้แทนอาการของตัวเอง ในการหลง

ท่านอยากเป็นอิสระ ท่านต้องหาทางออกจากป่า การออกจากป่า จะทำให้ท่านเป็นอิสระจากอัตตา

ป่าก็คือสมมุติของดงไม้ ดงไม้ก็คือสมมุตของต้นไม้ ต้นไม้ก็คือสมมุติของ กิ่ง ใบ ลำต้น ราก เปลือก กระพี้ ฯลฯ

” โห๊ววว..ฝรั่งทำหน้างง เอามือเกาหัว

” ทำไมมันลึกอย่างนั้น ทุกอย่างเป็นสมมุติหมดเลยนี่ แล้วเราจะออกจากสมมุติได้อย่างไร ”

อยู่กับความเป็นจริงซิ ว่าป่าจริงๆมันไม่มี ที่มีมันมีแต่ต้นไม้ แต่ต้นไม้ก็ไม่มี ที่มีมันเกิดจาก กิ่ง ใบ ราก ลำต้น

แต่ลำต้นก็ไม่มีอีก ที่มีเกิดจากเปลือก กระพี้ แก่น ฯ

และถ้าไล่ลงไปในสิ่งที่มี ก็จะพบแต่ความไม่มีในสิ่งที่มันมี

คนที่เข้าใจว่า ทุกสิ่งที่มันมี มันไม่มีอะไร นี่..คือผู้ที่ได้ตัดป่าออกจากต้นไม้

ลึกลงไป เป็นผู้ตัดจากต้นไม้ออกจาก กิ่ง ใบ ลำต้นฯ

ลึกลงไป เป็นผู้ที่ตัดจากทุกส่วนที่รวมกันเรียกว่าต้นไม้ ไปสู่ เนื้อเยื่อ ยาง เซล ดีเอนเอ โมลีกุล อะตอม จนไม่มีอะไรหายไปโน่นเลย

เมื่อเข้าใจเช่นนี้ เขาก็จะอยู่กับป่า ที่เป็นอิสระไปจากป่า

เขาก็จะอยู่กับสมมุติทั้งหลายที่เป็นอิสระไปจากสมมุติ

และจะอยู่อย่างเข้าใจว่า ” ทุกสิ่งที่มี มันไม่มีอะไรมี ”

นั่นล่ะ..คืออิสระที่แท้จริง ไม่ใช่อิสระตามความหมายที่ท่านเข้าใจ

อิสระที่ท่านเข้าใจนั้น มันเป็นเรื่องอัตตาตน ที่อยากทำอะไรก็ได้ ด้วยตัวท่าน

โดยไม่สนใจกรอบแห่งสังคม ที่มีระเบียบมาร้อยรัดตราตรึงความรู้สึกของท่าน

ท่านแค่ไม่อยากจำนนต่อข้อบังคับ ที่ท่านอึดอัด โดย กฏเกณฑ์ต่างๆ

พูดง่ายๆว่าท่านอยากทำอะไรตามใจตนเอง ท่านจึงแสวงหาอิสระ ด้วยความหมายเช่นนี้

ความหมายเช่นนี้ มันไม่ใช่อิสระน่ะท่าน มันเป็นแค่อยากทำอะไรได้ดั่งใจตนเองเท่านั้น

ฟรีด้อมทางพุทธศาสนานี่ มันเป็นหลักของปัญญา

คือเข้าใจตรงตามความเป็นจริง ไม่ใช่ความถูกต้องด้วยเพราะกูถูก

เมื่อเข้าใจตรงตามความเป็นจริง เราเลือกหนทางเดินได้อย่างอิสระ ว่าจะดำเนินไปในหนทางไหน

นี่..ที่ท่านเรียกว่า มัชฌิมาปฏิทา หรือทางสายกลางที่เป็นอิสระในการดำเนิน

ทางสายกลางนี่เกิดจากปัญญา ที่เข้าใจตรงตามความเป็นจริง อาศัยการพิจารณามาโดยลำดับ

ไม่ได้ออกมาจากตัณหาที่ผุดขึ้นมาไม่รู้จบจากใจดวงนี้ แล้วไหลไปด้วยความอยากแห่งตัณหาตน ว่านั่นคือความเป็นอิสระ

อิสระด้วยการเดินบนหนทางแห่งตัณหา กับอิสระด้วยการเดินบนหนทางแห่งการพิจารณาด้วยปัญญาดีแล้วนั้น มันอิสระคนละขั้วกัน

ทางตัณหานั้นเรียกสมุทัย ส่วนทางปัญญาเรียกว่ามรรค

ทั้งมรรคและสมุทัย ต่างเป็นหนทางในการดำเนินด้วยกันทั้งคู่

ถ้าท่านแสวงหาอิสระด้วยหนทางสมุทัย อิสระของท่านก็ทุกข์ล่ะ

หากท่านแสวงหาด้วยหนทางแห่งมรรค อิสระของท่านก็สุขล่ะ

นี่เป็นหลักอริยสัจที่มีในพระพุทธศาสนา และเป็นอิสระที่ท่านบวชเข้ามาเพื่อทำการค้นหา

ท่านพอเข้าใจไหม.. ฝรั่งพนมมือก้มลงกราบด้วยความซาบซึ้ง..!!

พระธรรมเทศนาวันที่ 24 เมษายน 2562

โดยพระอาจารย์ ธรรมกะ บุญญพลัง