ทุกข์จากสิ่งที่ไม่รู้จริง

ทุกข์จากสิ่งที่ไม่รู้จริง

114
0
แบ่งปัน

*** “ทุกข์จากสิ่งที่ไม่รู้จริง” ***

” ผมว่าศาสนาพุทธ สอนยังไงๆอยู่นะ พระอาจารย์ เช่น สอนเรื่องอสุภะ เรื่องทุกข์ เรื่องการละในเพศเรื่องการไม่เกิด อะไรอย่างนี้

ผมยังอยากเกิดมาอีกน่ะ ยังอยากนอนกับผู้หญิง มันเป็นสิทธิของการเกิดมาของใครของมันไม่ใช่รึ

และเท่าที่ผมจำได้ ผมไม่ค่อยมีความทุกข์อะไรเลย นับแต่เกิดมา

เรื่องอสุภะ เท่าที่ผมศึกษา ผมว่า ไม่มีใครอยากเอากับศพอยู่แล้ว เราไปดูรูปศพเพื่อไม่ให้เกิดความกำหนัดไปทำไม มันผิดธรรมชาติความคิดน่ะ

ท่านอาจารย์ว่าไง..”

” ข้าไม่ว่าไงหรอก เดี๋ยวแกกะครอบครัวว่ายน้ำกลับเองนะ ที่นี่ไม่มีใครไปส่ง ”

” อ้าว..แล้วผมจะกลับกันยังไง มันไม่มีเรือจ้างนะครับ ”

” แกก็อยู่ให้มีความสุขไปซิ ทุกข์ใจไปทำไม ”

” ก็อาจารย์ไม่ไปส่ง จะให้อยู่เป็นสุขได้ยังไง ผมต้องกลับไปทำงาน ”

” ก็ไหนแกบอกว่าไม่เคยทุกข์ไง เรื่องง่ายๆแค่นี้ แกก็จะเป็นจะตายแล้ว ”

” อ้อ..นี้อาจารย์แกล้งผม ”

” ไม่ได้แกล้ง .. แค่ชี้ให้เห็นว่า คนเราน่ะ เมื่อไม่ได้ดั่งใจ มันก็เกิดทุกข์แหละ แกมันมองไม่เห็นเอง

ฝั่งโน้น รถที่แกจอด เด็กมันมาบอกว่า วัวชาวบ้านขวิดกระจกแตกไปแล้ว ”

” ฮ้า..จริงเหรออาจารย์ แล้วจะทำไงดี ช่วยไปส่งผมก่อน ขอไปดูรถก่อน ”

” ปล่อยมันไปเห๊อะ..อย่าไปเดือดร้อน คิดซะว่า ทุกข์มันก็พังไปแล้ว ไม่ทุกข์มันก็พังไปแล้ว อยู่กินข้าวเย็นกันก่อน ”

” โอย.ยย..ผมกินไม่ลงหรอก ป่านนี้รถเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ ช่วยไปส่งผมไปดูรถหน่อยครับอาจารย์ ”

” ไหนแกบอกว่าเกิดมาไม่เคยมีทุกข์ไง ”

” ก็รถมันเสียหายนี่ จะให้ผมใจเย็นได้ไง เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับผม ”

” ก็นี่แหละ ชีวิต..ไอ้หนุ่ม.!! อะไรมันก็เกิดขึ้นได้เสมอ

แกมันก็มีความทุกข์เป็นบ่วงคล้องคอแกอยู่ตลอดเวลาแหละ

เป็นแค่มันยังไม่ถึงทิฏฐิแกเท่านั้น อะไรที่ไม่ถูกใจ ไม่พอใจ ไม่ได้ดั่งใจ ไม่ชอบใจ จากผู้คน สัตว์ สิ่งของ

เมื่อมันเผชิญ เราก็ทุกข์ใจกันแหละ และมันก็เกิดได้ทุกวันซะด้วย แกว่าไหม

แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ แกยังทุรนทุราย ทนไม่ได้

เรื่องใหญ่ๆในชีวิตแก แกอย่าเพิ่งไปโม้ให้อายหมาเลย

พุทธศาสนาน่ะ ชี้ให้รู้จักสิ่งเหล่านี้

ไม่ได้ชี้ให้แกต้องไปเป็นสิ่งเหล่านี้

อสุภะน่ะ ท่านชี้ให้เห็นว่า เรือนกายที่น่าหลงใหล น่าลูบไล้ น่าทนุถนอมน่ะ

ข้างในมันเต็มไปด้วยขี้ และของเหม็นของคาว

คนทั้งหลาย จะได้หูตาสว่างขึ้นมาบ้าง จะได้ไม่ต้องทะเลาะกับความอยากได้อยากมีอยากเป็น

ที่สุดก็ต้องตาย เสื่อมสลายและเหม็นเน่า

ส่วนผู้ที่มองไม่เห็น และไม่เคยมองเห็น มันก็หลงใหลไขว่คว้าจนเดือดร้อนแหละ

เรียกว่าปลงไม่ได้ ไม่ใช่ว่าจะไม่ให้ยุ่งไม่ให้เอา

แต่ชี้ให้เห็นว่าไอ้สิ่งที่น่าหลงใหลน่ะ แท้จริงมันเป็นของมันอย่างนี้

เวลาเสื่อมสลาย เหม็นเน่าตายไปน่ะ เราก็ไม่แตกต่างไปจากสิ่งเหล่านี้

เราจึงไม่ควรหลงใหลไปกับชีวิตที่แสนเพลินเหล่านี้นัก

เพราะที่สุด ก็ต้องแก่ เจ็บ และตายไม่แตกต่างกัน

มันจะช่วยให้ใจดวงนี้ ยืนอยู่กับโลกใบนี้ได้อย่างไม่ตระเกียกตระกาย โหยหาทุรนทุรายกับสิ่งที่เราหลงใหลและหวงแหนคือเรือนกายนี้นัก

เพราะมันคือความเป็นจริง ที่เราปฏิเสธมันไม่ได้เลย

พุทธศาสนา ไม่ได้สอนให้ไม่เกิดน่ะท่าน การสอนให้ไม่เกิดนี่ เป็นพวกนอกศาสนา

พุทธศาสนาชี้ให้เห็นว่า การเกิดเป็นทุกข์อย่างไร

และเราจะทำเช่นไร เพื่อให้พ้นไปเสียจากทุกข์

การพ้นไปเสียจากทุกข์ ไม่ใช่การเกิดหรือไม่เกิด

ชีวิตมันก็เหมือนความมืดมิด ที่เรามองอะไรไม่เห็น

เราสร้างเทียนขึ้นมาเพื่อให้เรามองเห็นในหนทางที่มันมืดมิดนั่น

แสงสว่างแห่งเทียนนั้นก็เหมือนพุทธศาสนา

แสงแห่งเทียนนั้น ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้ความมืดมันหายไป

แต่แสงแห่งเทียน ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อที่จะให้เรา สามารถเดินออกไปได้ ในท่ามกลางความมืดมิดนั้น

เห็นท้องน้ำกว้างใหญ่นี่ไหม มันเป็นอุปสรรคในการเดินทางของเรา

เราสร้างเรือขึ้นมาเพื่อที่จะล่องไปได้ในผืนน้ำ

เราไม่ได้สร้างเรือขึ้นมา เพื่อให้แม่น้ำมันหายไปนี่หว่า

ยามฝนตกลงมา เราสร้างร่มขึ้นมาเพื่อที่จะเดินออกไปได้ ในท่ามกลางสายฝน

เราไม่ได้สร้างร่มขึ้นมา เพื่อให้ฝนมันหยุดตกหรอกนะ

ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน

เราเรียนรู้ตามความเป็นจริง เพื่อที่เรา จะได้มีชีวิต อยู่ร่วมกับความเป็นจริงได้

พุทธศาสนา ไม่ได้เกิดขึ้นมา เพื่อลบล้างความเป็นจริง ที่มันเป็น

เราเกิดมา มันไม่เคยรู้ความเป็นจริง

เราเกิดมา จึงหลงใหลไปกับสิ่งที่เราสมมุติขึ้นมา โดยไม่รู้ว่า มันเป็นสมมุติ

เราทุกข์เพราะถูกสมมุติที่เราสร้างขึ้นมาหลอกลวงตัวเราเอง

เรา..ออกจากสมมุตินี้ไม่ได้เลย

เรา..จมอยู่ในกระแสแห่งสมมุติที่เราสร้างมันขึ้นมา

นี่..เพราะเราไม่เคยรู้จริงที่ตรงตามความเป็นจริง

ความทุกข์ใจและทุรนทุรายใจ มันก็เกิดกับเรา

เพราะเรา..มีชีวิตที่จะต้องเผชิญกับมันทุกๆวัน

พุทธศาสนาชี้ให้เห็นความเป็นจริงในสิ่งเหล่านี้

ไม่ได้ชี้ให้ท่านไปเป็นสิ่งเหล่านี้ที่ชี้ทางออกไป

“..โอว.ว..อาจารย์ ผมเข้าใจเลย เคลียร์และเห็นชัดในธรรมที่พระอาจารย์แสดง ว่าเราหลงอะไรกับชีวิตที่ผ่านมาจริงๆ

แต่ตอนนี้ ขอไปส่งผมฟากโน่นก่อนครับ ผมเป็นห่วงรถ จนทุกข์ใจอย่างอาจารย์ว่าจริงๆ

ไม่ไหวแล้ว ขอร้องล่ะ ไปส่งผมหน่อย พลีสสส.ส.ส ”

” ฆวย..พ่อมึงซิเข้าใจ อุตส่าห์พูดตั้งนาน ”

พระธรรมเทศนาโดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

วันที่ 28 กันยายน 2561

ณ พุทธอุทยานบุญญพลัง จ.กาญจนบุรี