ถือดียึดดีแต่ชอบเพ่งโทษ

ถือดียึดดีแต่ชอบเพ่งโทษ

191
0
แบ่งปัน

*** “ถือดียึดดีแต่ชอบเพ่งโทษ” ***

หวัดดียามสาย

ในเฟสนี่ ธรรมชาติแห่งการเพ่งโทษไว้ก่อน
มีมากมายเป็นธรรมดา

ใครเดินเข้ามา ให้พยายามทำใจและเข้าใจ
ในธรรมดาเช่นนี้ ก็จะอยู่ได้

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย นี่เป็นธรรมชาติของฤดูนี้

มนุษย์จึงสร้างร่มขึ้นมา

เราไม่ได้สร้างร่มขึ้นมาเพื่อให้ฝนมันหยุดตก

แต่เราสร้างร่มขึ้นมา

เพื่อที่จะเดินไปท่ามกลางแห่งสายฝนได้ โดยไม่กลัวเปียก

พุทธศาสนาก็เช่นกัน

ธรรมต่างๆ ท่านแสดงไว้ เพื่อให้ผู้มีปัญญาทั้งหลาย

ได้เดินต่อไป ท่ามกลางกองกิเลสตัณหา ที่ผุดขึ้นมาไม่รู้จบดุจดั่งสายฝน

เรานำเอาข้อธรรมต่างๆมาย้อม มาป้องกันใจ
ไม่ให้ใจไหลออกไปตามกระแสของกิเลส

ข้อธรรมต่างๆ ไม่ได้ถูกค้นพบคิดขึ้นมา
เพื่อให้มนุษย์เรา หมดไปจากกิเลส

เพราะกิเลส มันก็เหมือนสายฝน มันมีเหตุและปัจจัยของมันที่เกิดเป็นธรรมดาของมัน

เป็นแต่เจ้าของนี่แหละ ดันไปยึดมัน
จนตกลงไปเปียกปอนในกระแสของกิเลส
คลุ้งตัณหาเหม็นคาว จนเอาตัวไม่รอดกันเอง

สายน้ำนั้น เอามีดดาบคมแค่ไหนก็ตัดไม่ขาด

มันก็เหมือนกิเลสคนเรานี่แหละ

มันหลั่งไหลผุดออกมาไม่รู้จบ

มนุษย์เราสร้างเขื่อน ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อหยุดสายน้ำที่มันไหลออกมาไม่รู้จบ

แต่เราสร้างเขื่อน เพื่อที่จะชะลอ และเก็บกักสายน้ำนั้นไว้

เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์และอยู่ร่วมกับสายน้ำนั้นได้ โดยไม่ไหลไปตามอำเภอใจ และสูญเปล่า

ตัณหาก็เหมือนกัน ตัดอย่างไรก็ไม่ขาด

เพราะมันผุดขึ้นมาไม่รู้จบจากใจดวงนี้

ท่านจึงให้สร้างเขื่อนกั้นด้วยการโยนิโส

ตัณหาเมื่อผุดขึ้นมาได้รับการโยนิโส มันก็ไหลไปทางมรรค

ผลก็คือสงบ ทุเลา เบาบางจากกระแส

หากไร้เขื่อนแห่งการโยนิโส

กระแสแห่งตัณหาก็ไหลไปทางสมุทัย ผลก็คือทุกข์

นี่..เป็นหลักอริยสัจ

หากเราเข้าใจ เราก็อยู่ร่วมกับตัณหาที่ผุดขึ้นมาไม่รู้จบนี้ได้ โดยไม่เป็นทุกข์

พวกเพ่งโทษ จึงไม่ควรอ้างตรรกะตนที่อ่านตำรามา

เอาตำราข้อธรรมต่างๆ มาเป็นดาบ
เพื่อที่จะไปตัดกระแสตัณหาของใครให้มันขาด ด้วยความเห็นตน

ของตนเองก็ตัดไม่ขาด แต่ชอบไปอาละวาด
เอาคมดาบทื่อๆแห่งตน เที่ยวตัดตัณหาของผู้อื่น

เพราะความเห็นแห่งตน ที่อ่านมาจำมา แล้วถือดี บ้าดี ว่าต้องอย่างงี้ๆๆ ถึงจะถูก

นี่..ไอ้บ้า

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 12 กรกฎาคม 2561

โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง