หากไม่มีวิบากมากมาย เราจะได้พบเจอเด็กๆในถ้ำหลวงของวันนี้

หากไม่มีวิบากมากมาย เราจะได้พบเจอเด็กๆในถ้ำหลวงของวันนี้

145
0
แบ่งปัน

*** “หากไม่มีวิบากมากมาย เราจะได้พบเจอเด็กๆในถ้ำหลวงของวันนี้” ***

หวัดดียามเช้า..

วันนี้เป็นวันพระ ถือเป็นวันสำคัญทางด้านจิตใจ

ข้าได้ทำสมาธิ แผ่กุศลไปยังสถานที่ และเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ทุกคน

หน่วยงานต่างๆ ที่ทุ่มเท ขอเอาใจช่วย และเป็นกำลังใจ ให้ประสพความสำเร็จ

ป่านนี้ ไม่ทราบว่าหน่วยงานเข้าไปถึงส่วน พัทยาบีชหรือยัง

หากเข้าไปถึง ข้าคิดว่าคงเจอกับความว่างเปล่าเป็นแน่

ตรงตำแหน่งพัทยาบีชนี่ ข้าเคยเข้าไปมาแล้ว

เป็นเนินทรายที่น้ำดันมารวมกัน ห่างจากปากถ้ำราวๆ เจ็ดแปดโล

ที่นั่นเป็นโถงใหญ่ เด็กๆ กลุ่มนี้ ก็เคยมาถึงที่นี่กันแล้ว

พัทยาบีชนี่เป็นชื่อที่ฝรั่งคนทำแผนที่สำรวจเข้าไป ตั้งชื่อให้

ยังมีห้องลับแล ห้องดาวดึงส์ ห้องอะไรอีกมากมายตามแต่จะตั้งชื่อ

การสำรวจก็ไม่ได้สำรวจแบบทิศทางที่ตรงตามภูมิศาสตร์เท่าไหร่

อาจใช้วิธีกะๆ เอา เพราะในถ้ำ ไร้สัญญานด้วยคลื่นของแร่ต่างๆ มันบดบัง

พัทยาบีชนี่ ไปทางซ้าย ห่างออกไปจากเส้นทางแยกราวสี่ห้าโล

แต่ในแผนที่บอกราว เจ็ดแปดโล น่าจะกะวัดจากปากถ้ำ

ในถ้ำกิโลเดียวนี่มันก็ไกลน่ะ คดเคี้ยวด้วย มืดด้วย

ข้าเชื่อว่าตรงตำแหน่งจุดพัทยาบีช ที่ไกลขนาดนั่น เด็กไม่มี

ที่ไม่มี เป็นเพราะว่า หนทางไป เด็กคงไม่ว่ายน้ำมุดน้ำไปกันหรอก มันไกลเกิน

น้ำในถ้ำน่ะ เมื่อเข้าหน้าฝน มันก็ซึมเอ่อลงมาตามซอกด้านบน

มันค่อยๆ ซึมลงมา และซึมต่อลงไปออกเป็นสายน้ำด้านใต้

ไปทางขุนน้ำนางนอน ถ้ำปลา และถ้ำอะไรต่ออะไรที่มีทางน้ำออก

น้ำนั้นต้องขังกันมาเป็นเดือนแล้ว ไม่ใช่มาทะลักปิดกั้นเด็กไม่ให้ออกมาอย่างที่ว่าๆ กัน

แต่เป็นไปได้ ที่น้ำจะเอ่อขึ้นมาแบบค่อยๆ ขึ้น ชั่วโมงละเซนสองเซน หากปริมาณน้ำเยอะๆ

เช่นท่วมจากที่หนึ่งแล้วล้นไหลไปสู่อีกที่หนึ่ง

อาการเช่นนี้ ก็จะเกิดการไหลของน้ำ นำพาโคลนทรายลงมาด้วย ไปตามทางพัดไหลของน้ำ

แต่ถึงกระนั้น ตามเส้นทางที่เป็นที่ลุ่ม ด้านใต้เป็นพื้นทราย น้ำย่อมขังอยู่เป็นแหล่งๆจากการเอ่อก่อนเด็กๆ จะเข้าไป

เพราะเหตุแห่งภูมิทัศน์ทางเส้นทางของถ้ำเป็นเช่นนี้

ข้าจึงเห็นว่า กลุ่มเด็กไม่เข้าไปลึกนัก

อย่างมากก็ไปแค่ตรงตำแหน่งพระพุทธรูปในถ้ำ

หรืออาจไปแค่ตรงตำแหน่ง ที่มีโตะเก้าอี้ วางไว้ให้พักบนเนิน ห่างราวสี่ห้าร้อยเมตรจากปากถ้ำ

เพราะเส้นทางหลังจากนั้น น่าจะมีน้ำเอ่อขึ้นมาตามเส้นทาง

จนไปถึงตำแหน่ง ที่เพดานถ้ำต่ำ ต้องใช้วิธีก้มหรือคลานเข้าไป

ตรงตำแหน่งนี้ ข้าเชื่อว่า น้ำน่าจะปิดทางเข้าถ้ำ ก่อนที่เด็กๆ จะเข้ามาถึง

คือน้ำต้องมีมาเป็นเดือนแล้ว เพราะมีฝนตกมาตลอดเป็นเดือนๆ

จึงเป็นไปได้ยาก ที่กลุ่มเด็กๆ จะมุดน้ำเข้าไป เพื่อไปโผล่ห้องลับแล อีกฟากหนึ่ง ที่เป็นห้องโถงใหญ่

เพราะระยะทางตรงนั้น น่าจะราวๆ 20 เมตร ที่ต้องคลานเข้าไปตอนน้ำแห้งๆ

ประกอบกับ ช่วงเวลาที่เด็กๆ มาถึงปากทางเข้าถ้ำ เป็นเวลา ห้าโมงเย็นตามข่าวที่บอก

ความมืดย่อมทำให้เด็ก ไม่เข้าไปลึกนัก เพราะการเข้ามาจากปากถ้ำถึงตำแหน่งที่ข้าว่า

เดินตอนน้ำไม่มีนี่ ก็ราวๆ หนึ่งชั่วโมงหรือชั่วโมงเศษๆ

เด็กๆ คงไม่ทิ้งจักยานของเขา จนมืดค่ำเป็นทุ่มสองทุ่มแน่ เพราะเวลามันบังคับให้พวกเขาต้องกลับบ้าน

ข้าจึงมั่นใจว่า พวกเขาเข้าไปไม่ลึกถึงเส้นทางที่พวกหน่วยงานเขาหากัน

จุดต่างๆ ที่คาดหวังว่าจะเจอนั้น ปราศจากเด็กที่จะอยู่รวมกันเพื่อรอการช่วยเหลือ

แต่การทำหน้าที่นั้น เป็นการถูกต้อง และขอให้กำลังใจ

เป็นธรรมดาที่หน่วยค้นหา ต้องตรวจตราลึกเข้าไป เพราะต้นทางยังไม่เจอเด็ก

ที่ข้าบอกว่า เข้าไปจะไม่เจอในตำแหน่งต่างๆ ไม่ใช่เกิดจากญานรู้อะไร

หรือเป็นนักปฏิหาริย์รู้ฟ้ารู้แผ่นดินอะไรอย่างนั้น

แต่เกิดจากการวิเคราะห์ภูมิทัศน์ เพราะเคยเข้าไปแล้ว และศึกษาเส้นทางเข้าไปมาแล้วแต่ก่อนเก่า

เส้นทางนั้น มันมีอุปสรรคต่างๆดั่งที่ว่ามา

จึงทำให้มั่นใจว่า ตำแหน่งที่ผู้ค้นหาคาดหวังนั้น เด็กไม่น่าเข้าไปถึงและลึกขนาดนั่น

ด้วยเหตุปัจจัยทางภูมิทัศน์ เงื่อนไขเวลา ความพร้อม และเส้นทางอุปสรรคต่างๆ

ที่เป็นกับดัก ไม่ให้เข้าไปลึกได้ ในกาลเวลาเช่นนี้

ทำให้เชื่อว่า ในนั้นไม่เจอเด็ก

แต่การค้นหา ก็ต้องว่ากันไปตามเหตุปัจจัยนั่นแหละ เพื่อทำตามความคาดหวังของผู้คนทั้งหลาย

คราวนี้ มาวิเคราะห์ถึงประเด็นที่ว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ กลุ่มเด็กน้องๆ เหล่านี้ หลงติดอยู่ตรงไหน และน่าจะอยู่บริเวรใด

ในถ้ำหลวงนั้น จากปากทางเข้า ถึงตำแหน่งเพดานถ้ำต่ำ ระยะทางยาว เกือบๆ กิโล หรือไกลกว่านั้นเล็กน้อย

ระยะทางที่กล่าวมานี้ คนของข้าที่เคยไปด้วยกัน เคยเดินหลงและพลัดพรากจากกันมาแล้ว

ฉะนั้น เส้นทางระหว่างนี้ อาจมีซอกเหลือบที่คาดไม่ถึงอาจมีอยู่

เด็กๆ อาจหลงเข้าไปในซอกเหลือบเหล่านี้ แล้วออกมาไม่ได้

ถ้ำหลวงนั้น หากใครเคยเข้าไป เราจะเห็นว่า เป็นถ้ำโถงใหญ่ เป็นทางเดียว

แต่ข้าเคยใต่ขึ้นไปเหนือทางเดินที่เขาเดินๆ กัน ด้านบนก็ยังมีเหลือบ

ถ้ามุดเข้าไป อาจออกสู่โพรงถ้ำใหญ่เป็นทางลึกเข้าไปได้เช่นกัน

แต่ถ้าเป็นเส้นทางหลัก ที่เราเดินๆกัน

กลุ่มน้องๆ ข้าเจ็ดแปดคนที่เดินตามๆ กันมา ก็เคยเดินหลงแตกแยกออกไปจากกลุ่ม

โดยที่หาทางตามมาไม่เจอ ก็เคยเกิดขึ้นเหมือนกัน

ที่สำคัญ พวกเขาไม่ต้องใช้ไฟฉายในทางที่จะเดิน

ในถ้ำที่มืดสนิทนั้น กลุ่มเจ้าฝ้ายเจ้าโน๊ตไม่ต้องใช้ไฟส่องทางเดิน

พวกเขาบอกว่า ทางเดินมันเห็นๆ กันอยู่ ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ไฟ

นี่..มีพยานและผู้อยู่ในเหตุการณ์เยอะแยะ

แต่ลักษณะเช่นนี้ ผู้คนเขาฟังแล้วจะด่าเอาได้ ว่าคุยเรื่องงมงาย

ก็แค่เจอมาเช่นนี้ พบอย่างนี้ ก็ว่ากันให้ฟังถึงความแปลกประหลาดเช่นนี้ก็เท่านั้น

ไม่ต้องเชื่อก็ได้ มันไม่มีประโยชน์อะไร

กลุ่มที่หลง มาเจอกลุ่มใหญ่ที่ข้านำ ก็ตอนทำพิธีสวดมนต์ขอขมากรรมกัน

พวกเขาถึงได้รู้ว่า ถ้ำนั่นมันมืด ไม่ได้สว่างมีแสงอะไรให้เดินสบายๆ มองเห็นเส้นทางได้

นี่เป็นเรื่องที่เกิดกับกลุ่มคนของข้าที่เข้าไป

น้องๆ ที่เข้าไปก็เหมือนกัน พวกเขาอาจเกิดปรากฏการณ์ดั่งที่กลุ่มน้องๆ ที่ไปด้วยกันกับข้า เคยเผชิญกันก็ได้

เรื่องเช่นนี้อธิบายยาก แต่ทั้งกลุ่มที่ไปเป็นพยานได้

มันดูไม่สาธารณะ แต่ว่าได้พบเห็นเป็นประสบการณ์กัน

ที่สำคัญ ข้านำทุกคนออกมาจากถ้ำได้ โดยไม่มีใครตกหล่นสูญหายไป อย่างปลอดภัย

และส่วนใหญ่ ไม่คิดกลับไปเที่ยวเล่นในถ้ำนั้นอีกเลย ถ้าข้าไม่ไปด้วย

วันนี้เป็นวันพระ เชื่อว่า น่าจะได้เจอกลุ่มน้องๆ

นี่ห้าวันแล้ว ทุกคนส่งจิตไปถึงน้องๆ ให้อยู่รอดปลอดภัย

กำลังใจและการแผ่เมตตาเป็นขุมกำลังทางจิตที่ยิ่งใหญ่

วันนี้พวกเขาคงได้กลับออกมาสู่อ้อมแขนของความห่วงใยของผู้คนชนทั้งประเทศ

ขออย่าให้การกลับออกมาพ้นไปจากวันนี้เลย

หากวันนี้ไม่เจอ น้องๆ ออกมาไม่ได้ น้องๆ จะอยู่กันอย่างไร

คนไทยทั้งประเทศเขาเป็นห่วงเป็นใยกัน

ขอเป็นหนึ่งในการส่งกำลังใจให้ผ่านพ้นภัย

ด้วยกุศลที่ได้สร้างไว้ ขอให้ออกมาโดยปลอดภัย

ขอสาธุคุณยามเช้า..

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2561

โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง