เข้าถึงความเป็นจริงแห่งตัวตน

เข้าถึงความเป็นจริงแห่งตัวตน

267
0
แบ่งปัน

*** “เข้าถึงความเป็นจริงแห่งตัวตน” ***

ขอสาธุคุณให้มีแต่ความสุขความเจริญ

วิถีพุทธะนั้น ท่านเอ๋ย มันเป็นการทวนใจ มันละเอียดสุขุมนุ่มลึก

ยากแก่คนทั้งหลายที่จะเข้าไปรู้เห็นลูบคลำได้

เรารู้ธรรมกันด้วยการปฏิบัตินั้นใช่อยู่

แต่เราเอาผลแห่งการปฏิบัติ ว่าเราเป็นในสิ่งที่เห็นที่รู้ซะนี่

มันเลยกลายเป็น ถูกหรือไม่ถูก

นั่นถูกนี่ผิด เพราะตนเอาตัวตนเข้าไปเป็น

เอาตรรกะตนเข้าไปวัดสิ่งที่ชอบใจไม่ชอบใจ

ชอบใจก็ถูก ไม่ชอบใจก็ผิด

นี่..เช่นนี้เป็นธรรมเด็กน้อย เป็นธรรมแห่งอัตตาตน ที่ชี้นำยัดเยียดความเห็นตน

ด้วยการถูกผิด ใช่ไม่ใช่ อะไรไป

สมัยหนึ่ง ข้าได้พิจารณา ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ไปเรื่อย

แยกย่อยความละเอียดลงไปเรื่อย หาเหตุหาผลในรูปที่เราน่าหลงใหล

มันพิจารณาต่อเนื่องกันเป็นอาทิตย์ จนลึกลงไปถึงภายใน

มันเห็นชัดถึงความน่าสะอิดสะเอียนในเรือนกายที่เราหวงแหนนี้

เกิดอาการปฏิกิริยาผลักไส รังเกียจในรูปแห่งเรือนร่าง

สะบัดร้อนสะบัดหนาว อ้วกแล้วอ้วกอีกในความน่ารังเกียจและแสนสกปรก อันเต็มไปด้วยหมู่หนอนหลากชนิด

เรือนกายที่น่าหวงแหน ไม่มีอะไรสวยงามดั่งที่เคยเห็นว่ามันน่าหลงใหล

จะหยุดพิจารณาก็ไม่ได้ ประหนึ่งเรื่องมันติดขึ้นมาในใจ

นั่งสมาธิก็ไม่ได้ ใจมันจะปรุงแต่ง แต่งหมุนเวียนมาแต่เรื่องน่าสะอิดสะเอียน

เห็นทั้งภาพ เห็นทั้งเรือนร่าง จะขยายแทรกซึมเข้าไปในส่วนไหนก็ได้

แม้เลือดเพียงปลายเข็ม ก็เต็มไปด้วยเหล่าหมู่หนอนน้อยใหญ่ เต็มไปด้วยเชื้อโรคต่างๆขนาดเล็กๆมากมาย

ใจมันทนไม่ได้ มันแสนจะรังเกียจกาย อยากตายๆหนีไปให้พ้นๆจากสิ่งที่เห็นและปรากฏ

ที่สุดก็ไปอยู่ในถ้ำ ไปก็ไปพิจารณาต่ออีก มันหยุดไม่ได้ เพราะเรือนกายมันยังปรากฏอยู่

กินอะไรก็ไม่ได้ เพราะมันเห็นความสกปรก ร่างกายผ่ายผอม ไร้เรี่ยวแรง

ที่สุด ความแยบคายแห่งจิตก็บังเกิด เมื่อเดินจงกรมทบทวนว่า

ที่เราฝึกปฏิบัติมานี้ เราฝึกเพื่อความรู้แจ้งแห่งธรรมใช่ไหม

เมื่อรู้แจ้งเห็นชัด แล้วทำไม ใจเราจึงไปรังเกียจเดียดฉันท์ในสิ่งที่เรารู้แจ้งเล่า

อาการทางใจมันปรากฏรู้อยู่ ว่าเจ้าของรังเกียจ เกลียดกลัวในสิ่งที่รู้แจ้งพบเห็น

ธรรมทางสายนี้ เราคงเข้าใจผิดอะไรเสียแล้วหนอ..

นี่..การปฏิบัตินั้น เมื่อไปจนสุดปลายทางแห่งการปฏิบัติ ปัญญามันจะเกิด ตามเหตุปัจจัยแห่งภาชนะภูมิ

การรังเกียจและสะอิดสะเอียนนี่ มันเป็นกามตัณหาที่แสดงอาการผลักใส

รู้แจ้งเห็นแจ้งว่ามันสกปรกโสโครก แล้วเกิดอาการสะอิดสะเอียนไปทำไม

เราฝึกปฏิบัติ เพื่อหาหนทางแห่งความพ้นทุกข์ ไม่ได้ปฏิบัติเพื่อให้ใจแช่อยู่กับความเป็นทุกข์ ที่มันเกิดการรู้แจ้ง

ร่างนี้กายนี้เป็นรังของโลก โดนฉาบด้วยผิวและสีหนังบางๆ

ห่อหุ้มเอ็น ก้อนเนื้อ กระดูก และเครื่องในลำไส้ ตับ หัวใจ ปอด

เป็นที่อยู่ของเหล่ามวลสัตว์เล็กสัตว์น้อย พยาธิและหมู่หนอน

มันเป็นธรรมชาติของเรือนร่างที่มันเป็นเช่นนี้

สิ่งที่รู้เห็นและรังเกียจ มันเป็นเพียงสมมุติสัญญาหมายมั่น ว่าเรือนร่างมันเป็นธรรมดาของมันเช่นนี้

การหลงใหลและยึดมั่นสิ่งที่เป็นธรรมชาติเช่นนี้ มันเป็นการหลงผิด

การยึดมั่นถือมั่น ในตัวตนแห่งเรือนร่างนั้นมันเป็นการหลง ที่จะถอดถอนความเป็นตัวตนออกมานั้นไม่ได้

มันเป็นภวตัณหาตัวหนึ่ง

เราฝึกปฏิบัติตามเหตุตามผลตามปัจจัย เพื่อออกจากอุปาทานความงมงายแห่งกายนี้

ไม่ได้ฝึกเพื่อมาเป็นทุกข์กับความสกปรกเน่าเหม็นและเต็มไปด้วยหมู่หนอน แห่งเรือนกายนี้

การหลงทุกข์กับสิ่งที่ปรากฏนี้ มันเป็นกามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา

เมื่อพิจารณากลับไปกลับมาโดยแยบคายแห่งปัญญา

ความเป็นจริงแห่งการค้นหามันก็ปรากฏขึ้นมาแก่หัวใจ

มันเข้าถึงและเห็นชัดถึงความเป็นจริงแห่งเรือนกาย

เราไม่ได้ฝึกเพื่อการถอดถอน

ไม่ได้ฝึกเพื่อให้หมดราคะ

ไม่ได้ฝึกเพื่อให้คลายกำหนัดอะไรอย่างที่เขาว่าๆกัน

ความเป็นจริง เราฝึกเพื่อให้รู้แจ้ง และเข้าใจความเป็นธรรมดาของมัน ที่มันเป็นของมันเช่นนั้นเอง

นี่..ความเป็นตถาตาก็จะเกิดขึ้นมาในหัวใจตน

เราจะถอดถอนไม่ถอดถอน

จะมีราคะหรือไม่มีราคะ

จะกำหนัดหรือไม่กำหนัด

มันก็เป็นอาการธรรมดาที่ปรากฏออกมาแห่งจิต

มันไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของอาการที่ปรากฏได้

อาการปรากฏต่างๆ มันก็เป็นธรรมดาของมัน ที่มันมีสมมุติสัญญา

มันเกิดขึ้นมา ด้วยการอาศัยเหตุแห่งผัสสะ

เมื่อเกิดผัสสะ เวทนาก็ย่อมเกิด เมื่อเวทนาเกิด ตัณหามันก็เกิดเป็นธรรมดา

เมื่อตัณหาเกิด เป็นที่เราเจ้าของนี่แหละ เสือกไหลไปตามกระแส

และเป็นเจ้าของกระแสที่เกิดจากตัณหา

ความทุกข์ใจที่ไหลไปตามกระแส มันก็เลยเกิดและจมลงไปในกระแสแห่งตัณหา

ความรังเกียจ ความสะอิดสะเอียน ที่ปรุงแต่งขึ้นมา

มันเป็นธรรมชาติธรรมดาของมัน ที่จะมีที่จะเป็น เพราะอุปาทานเป็นเหตุ

นี่เป็นหนทางแห่งสมุทัย ผลก็คือทุกข์จากการฝึกจนรู้แจ้งเห็นชัดในสิ่งที่เป็น

แต่ไหลไปในกระแสสมมุติในสิ่งที่เห็น

นี่เป็นตัณหา ที่อาศัยอำนาจแห่งอุปาทานเกิดภพและชาติขึ้นมา ด้วยการจมลงไปในกระแส

เป็นหนทางแห่งสมุทัย ที่ทุกข์ใจเพราะเกิดธรรมชาติแห่งความสะอิดสะเอียน

เมื่อพิจารณาเข้าถึงเหตุถึงผลแห่งความเป็นจริงที่ละเอียดละออ

มรรคก็เกิดขึ้นมาในหัวใจ ความทุรนทุรายที่เกิดจากกระแสตัณหา ก็ทุเลาเบาบางจางคลาย

เกิดอุเบกขาเป็นนิโรธะขึ้นมาด้วยความแยบคายแห่งปัญญา

ความยึดมั่นตัวตน ความสงสัย และงมงาย ที่เคยหลงไหล มันก็เลยเกิดความสว่างขึ้นมา

เราหลงในสมมุติแห่งความเป็นเรา และเราถอดถอดเราออกจากความเป็นเราไม่ได้กัน เพราะความไม่เข้าใจในความเป็นตัวเรา

นี่..พุทธะนั้น ปราณีต ละเอียดละออ ลุ่มลึก ตามรู้ตามเห็นได้ยาก

มันเป็นการทวนใจตนขึ้นมารู้เห็น

ผู้ที่ไหลไปตามใจตนที่เกิดความรู้เห็น

ชาตินี้ท่านอย่าหวังว่าจะเข้าถึงธรรม

ขอสาธุคุณ

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2561

โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

ณ พุทธอุทยานบุญญพลัง จ.กาญจนบุรี