แหล่งกำเนิดวิญญาน

แหล่งกำเนิดวิญญาน

199
0
แบ่งปัน

**** “แหล่งกำเนิดวิญญาน” ****

ขอสาธุคุณให้มีแต่ความสุขความเจริญ

ถ้าพูดถึงเรื่องพลังงาน หรือดวงวิญญาณนี่

คนไม่รู้ก็ไม่รู้อะไรไปเลยจริงๆ

วิญญาณเหล่านี้ เป็นพลังงาน ที่มีตามธรรมชาติ

ธรรมชาติเหล่านี้

มีกลไกในการวิวัฒนาการไปเรื่อย

วิญญาณนี้ มีสภาพรู้

มันรู้มาจาก การบันทึก ที่อาศัยการผัสสะ

ตัววิญญาณเลย แรกเริ่ม เรียกว่าจิต

จิตนี่ มีสภาพเป็นสังขาร

คือรวบรวมบันทึก สิ่งที่มาผัสสะ

แรกเริ่มจิตเลยนี่ มาจากอวิชา

อวิชาเป็นตัวแรกที่ทำให้เกิดกำเนิดจิต

อวิชานี่ อาศัยผัสสะ

เมื่อเกิดการผัสสะ ก็จะเกิด อวิชา

อวิชานี่เป็นชื่อเรียกสิ่งที่ยังไม่มีสมมุติ

เมื่อเกิดการผัสสะ อวิชาก็จะเกิด

นี่ว่ากันถึงแรกเริ่มกำเนิดกันเลย

เมื่อผัสสะมากครั้งเข้า

การบันทึกในผัสสะก็จะเกิด

บันทึกนี่เป็นสัญญาสมมุติอย่างหนึ่ง

เมื่อรวบรวมครบกาล

ก็จะเกิดเป็นจิต

เรียกว่าจิตสังขาร

จิตสังขารก็คือ สภาพการรวบรวมบันทึก จากหลายๆอย่างแห่งอวิชา ที่มีเหตุมาจากผัสสะ

จิตสังขาร ที่มีรอบกาลมาถึงจุดหนึ่งแห่งผัสสะ

มันจะมีบันทึกสัญญา ที่เกิดการปรุงแต่งไปตามเหตุปัจจัย

เกิดเป็นวิญญาณขึ้นมา

วิญญาณที่วิวัฒนาการจนถึงกาลหนึ่ง ก็จะมีกำลังดึงธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ มาสร้างรูป

รูปที่สร้าง มีการวิวัฒนาการเป็น ภวังค์วิญญาณและวิถีวิญญาณ

ภวังค์วิญญาณ เป็นพลังงานจิต ที่อาศัยรูปทั้งหลาย ที่เป็นสสาร

เช่น ต้นไม้ หิน วัตถุต่างๆ รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าสัตว์ และมนุษย์

ส่วนวิถีวิญญาณ เป็นพลังงานจิต ที่อาศัยการก่อเกิดจากธาตุทั้งสี่ สร้างวิถีขึ้นมาเติบใหญ่

อาศัยประสาท กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ที่วิวัฒนาการขึ้นมา ในการผัสสะ

พวกวิถีวิญญาณ เป็นสิ่งมีชีวิต ที่อาศัยการสร้างรูปขึ้นมา

มีอายตนะต่างๆเป็นช่องต่อในการผัสสะ

เรียกพวกนี้ว่า ชีวะ

พวกชีวะ ต่างจากพวกพีชะ ตรงที่

วิญญาณทางชีวะ ใช้อายตนะที่เกิดจากประสาทกล้ามเนื้อเส้นเอ็นผัสสะ

ส่วนพวกพีชะ ใช้อายตนะที่เกิดจากอุตุ ร้อนเย็นหรือฟิสิกส์ แรงดัน แรงโน้มถ่วง สะสมอาหารในการเจริญเติบโต

ทั้งพีชะ และชีวะ ต่างเป็นรูปที่เกิดมาจากวิญญาณทั้งคู่

พวกต้นไม้ ก้อนหิน แร่ธาตุต่างๆ เรียกว่าวิญญาณบอด

เป็นพวกวิสังขาร

คือพวกปรุงแต่งรูปที่ยังไม่มี วิถีวิญญาณที่เป็นเจตสิก

เมื่อขาดเจตสิก ก็จะเป็นวิญญานประเภทไม่มีใจครอง

พวกนี้เป็นวิสังขาร อาศัยฟิสิกส์ก่อเกิดรูป

พูดง่ายๆก็คือ มันเป็นวิญญาณปรุงแต่งที่ยังขาดชีวิต ในวิถีแห่งจิต

แตกต่างไปจากพวกสัตว์ ที่มีวิถีจิต ก่อรูปขึ้นมาด้วยอาหารหยาบ ขับเคลื่อนได้ด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ

พวกไม่มีเจตสิก เราเรียกว่า รูปวิญญาณบอด

เป็นที่อยู่อาศัยของพวกภวังค์วิญญาณ ที่ไร้รูป

พลังงานเหล่านี้ อาศัยรูปที่เกิดจากวิญญาณบอด เป็นเครื่องอยู่แห่งวิบาก

เมื่อสิ้นวิบาก ก็จะไปอาศัยรูปที่ก่อเกิดมาจากพวกวิถีวิญญาณ ในการเติบใหญ่เป็นรูปใหม่

อาศัยเหตุปัจจัยเช่นนี้ วนเวียนกันไป เรียกว่าวัฏฏะ

วัฏฏะนี้ เป็นการเวียนวนก่อเกิดไปตามเหตุปัจจัย

อาศัยชาติ คือการเกิดออกมาเรียกว่ารูป

รูปอาศัยช่องต่อ เรียกว่าอายตนะ ผัสสะทางช่องต่อต่างๆไปสู่วิญญาณ

วิญญาณจะบันทึกเก็บไว้ เรียกว่าจิต

จิตนี่เป็นสิ่งบันทึก ที่ส่งมาจากวิญญาณ อาศัยรูปและนามผ่านมาทางอายตนะ

อายตนะนี่เป็นช่องต่อ ที่วิญญาณสร้างรูปมีช่องต่อที่เรียกว่า ตา หู ลิ้น จมูก กายและอารมณ์

ช่องต่อเหล่านี้ เมื่อได้รับการผัสสะ ก็จะปรุงแต่ง

การปรุงแต่งแห่งผัสสะเรียกว่าเจตสิก

ปรุงแต่งแล้ว ออกมาเป็นเวทนา

เวทนาตัวนี้ วิญญาณอาศัยรูปนาม ที่ปรุงแต่งเสร็จจากผัสสะ

มาเป็นอารมณ์ทำให้เกิดตัณหา

ตัณหานี้เป็นความอยาก และไม่อยาก จากเวทนา ที่อาศัยการปรุงแต่งมาทางผัสสะ

เป็นตัวขับเคลื่อนที่จะเกิดกรรม คือการกระทำต่อไป

กรรมตัวแรกคือ กรรมทางใจ หากไม่ระงับ ก็จะเกิดกรรมทางวาจา

กรรมทางวาจาเกิด หากไม่ระงับ ก็จะเกิดทางกาย

กรรมทางกายเกิด ภพก็จะเกิด ภพนี้คือเหตุ

เหตุนี้เป็นวัฏฏะที่จะทำให้เกิดชาติ

ชาติคือผลการเกิดของทุกๆอย่าง ที่อาศัยภพ อันมีมูลเหตุมาจาก อุปาทาน ที่มีตัณหาเป็นแดนเกิดเป็นแดนกำเนิด

สงสัยต้องพักแค่นี้ก่อน

ว่าจะอธิบายไปถึงจุดแห่งการตัดภพ

อันเป็นหลักที่เรียกว่าอริยสัจ

ไว้ว่างๆอีกก็แล้วกัน

หวัดดียามสาย..

พระธรรมเทศนาโดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

วันที่ 17 มกราคม 2561