เหล่าวิญญานในสายธารศักดิ์สิทธิแห่งเขาพนมกุเลน

เหล่าวิญญานในสายธารศักดิ์สิทธิแห่งเขาพนมกุเลน

379
0
แบ่งปัน

****** “เหล่าวิญญานในสายธารศักดิ์สิทธิแห่งเขาพนมกุเลน” ******

ที่ธารน้ำไหลเขาพนมกุเลน พวกเราร้อยกว่าชีวิตได้เดินลัดเลาะชายป่ากันไปยังลำธาร

ลำธารนี้ก็เป็นลำธารที่ใหลลงมาจากยอดเขาพนมกุเลนนี่แหละ เป็นสายน้ำที่เย็นเฉียบ ลงไปแช่นี่หำหดหายไปเลยทีเดียว

เด็กๆตัวเท่าควายลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน คนที่ไม่เคยคิดว่าจะลงเล่นน้ำ ก็ลงเล่นน้ำ

นอนพักอยู่ดีๆ ก็เดินลงไปลุยน้ำลงไปสาดใส่กันอย่างสนุก อาการเหล่านี้ เป็นอาการของเหล่านาคที่มาดูแลคุ้มครองรักษา นี่..พวกนาคเขาว่างั้น

เหล่านาคนี่เขามีอาณาเขต ถือเป็นเขตใครเขตมัน บนภูเขาก็ส่วนหนึ่ง ในน้ำก็ส่วนหนึ่ง

พวกอาศัยบกนี่ ลงน้ำไม่ได้ หากไม่ได้รับการอนุญาติจากผู้ดูแลอาณาเขต ผ่านน้ำได้ แต่เล่นน้ำไม่ได้ เขาว่างั้น

เมื่อได้มาดูแลคุ้มครองรักษาตามเหตุที่จ้าวเขาได้ตกปากรับคำ และข้าก็อนุญาต

เมื่อเห็นน้ำ เด็กๆมันก็อยากเล่นอยากลงไปกระตู้วู่ว๊ายกัน มันลงไปกวักน้ำใส่กันจนวังน้ำใสๆแทบจะขุ่นขึ้นมาเลยทีเดียว

ข้านี่ลงไปไม่ได้ ลงไปแล้วพวกเขาจะขึ้นไม่ได้เล่น เขาไม่กล้าเล่นร่วมกับพระอาจารย์

ที่สำคัญ ข้าไม่ลงไปหรอก มันไม่ควรในสถานที่อย่างนั้น ไม่เหมือนเขื่อนใหญ่ศรีนครินทร์บ้านข้านู่น

ข้านั่งพิจารณาทราบมาว่า สถานที่แห่งนี้ ถือเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในการทำพิธีของพราหมณ์

บนฝั่งมีปราสาทที่เป็นศิลาแลงของเจ้าเมืองที่อาศัยเป็นอุทยานในสมัยก่อน

สถานที่แห่งนี้ เขานับถือนาค หินใต้น้ำในบางที่เป็นรูปสลักแกะเป็นนาคเก้าเศียรทอดยาวอยู่ในธารใต้น้ำ

ความยาวนานและเกิดเหตุการณ์หลากหลาย ในบ้านเมืองของขอมและเขมร

ทำให้ประวัติศาสตร์ต่างๆ ลบเลือนและแต่งเติมกันขึ้นมาตามความรู้สึกนึกคิดของแต่ละยุค

ข้านั่งสงบๆพอจะฝันเห็นเรื่องราวอะไรต่างๆขึ้นมาได้บ้าง เลือนลางบ้างชัดเจนบ้าง แต่ก็ไม่ได้ให้สาระและความสำคัญอะไรใดๆ

ผู้ดูแลอาณาเขตนี้ เป็นนาคที่ไม่พอใจเหล่ามนุษย์ ที่นี่จึงมีคนตายกันบ่อยมาก

วิญญานทั้งหลาย ที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย ต่างก็โดนกักขัง ด้วยความอาฆาตและเกลียดชัง

จริงๆแล้วหากมีผู้เข้าถึงสัญญาเหล่านี้ เขาจะรู้ว่า ไม่ควรลงไปเล่นน้ำในธารสายนี้

ลำธารสายนี้ มันมีกระแสสัญญาแห่งความเชื่อและน้อบน้อมสักการะจากเหล่าผู้ฝึกตะบะ จากเหล่าฤษีที่อาศัยฝึกตนมากมายในภูเขาพนมกุเลนแต่โบราณ

ฤษีเหล่านี้ นับถือนาค นับถือเทพ และฝึกไสยเวทย์อาศัยธารน้ำ ส่งไปยังผู้อยู่เบื้องล่าง

ธารน้ำนี้ใหลยาวออกไปหลายสิบกิโลเมตร ลงไปสู่ทะเลสาปขนาดยักษ์ของอาณาจักร ที่ผู้คนต่างต้องใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์จากภูเขาแห่งนี้

วิญญานที่จมน้ำตาย หรือตายไปเฉยๆขณะเล่นน้ำ วิญญานเหล่านี้ไม่ได้ไปไหน

ยังคงเร่ร่อนสัญจรอยู่ด้วยวิบากในที่ๆตนตาย ต่างรอคอยผู้มีกำลังมาปลดปล่อยทั้งสิ้น

สถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ชำระล้างมนทิน และทำพิธิเอิบอาบล้างอาคม ไสยเวทย์ทั้งหลาย ตามพิธีกรรมของเขา

การที่ผู้คนต่างมาสนุกสนานร้องรำทำเพลง ใส่เสื้อผ้า อันเป็นของเน่าเหม็นที่ใหลออกมาจากเหงื่อใคล

มันทำให้สถานที่ของศาสนะพิธีของเขามัวหมอง การพรากชีวิตด้วยความชิงชังและเครียดแค้นของพลังงานแถบนี้

จึงมีความหนาแน่น ตายกันบ่อยมาก ปีนึงเป็นร้อยคนตลอดลำธาร ด้วยสาเหตุต่างๆ ที่ต่างคิดกันว่า เพราะน้ำมันเย็นเฉียบ

เหล่านาคได้ขอให้ข้าลงไปเหยียบในน้ำให้เขาหน่อย ขอกลิ่นอายแห่งความเป็นพ่อของเขาที่ต่างนับถือ ได้ส่งผ่านน้ำไปยังนาคเบื้องล่าง ที่ไม่มีโอกาศขึ้นมาในเขตภูเขา

ข้าเองจึงเดินขึ้นไปเหนือน้ำ เห็นพวกเรากลุ่มใหญ่อายุรวมกันสองพันกว่าปี ทั้งๆที่มีกันไม่กี่คน

ต่างพากันเกลือกกลิ้งเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานโดยไม่เกรงใจวัยบนหน้า และความสนุกสนานนั้น มันมีพลังงานบางอย่างเกาะตัวอยู่ ชนิดไปไหนไปด้วยเลยทีเดียว

ข้าลงไปยืนแช่น้ำที่ไหลปริ่มหลังเท้าบนก้อนธารหินทราย ยืนกำหนดแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย

ทั้งทิศเบื้องหน้าเบื้องหลังเบื้องซ้ายเบื้องขวา เบื้องบนเบื้องล่างแผ่ออกไปรอบโดยไม่มีประมาณ

ด้วยสัจจะวาจาและความเป็นพรหมจรรย์ที่ครองตัวมายาวนาน ขอให้ท่านทั้งหลายปลดโซ่ตรวนต่างๆ พ้นบ่วงมารร้ายให้อิสระแก่จิตตน

เครื่องพันธนาการจากเวทย์มนต์ กลญานอันเกิดจากจิตจริต ขอให้พลันมะลายสลายไป ด้วยอำนาจแห่งพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ อันบริสุทธิ์ชะล้างลงไป

เกิดลมหวลขึ้นมา พัดพากลิ่นเกษรและกำยานสาธุคุณบังเกิดขึ้น แต่พวกเล่นน้ำไม่มีใครรู้

เหล่าพลังงานขอนมัสการอัญเชิญให้ข้าขึ้นไปยังสถานที่เดิม ที่ข้าเคยประกอบพิธีกรรมมาแต่โบราณ

เพื่อทำการสรงน้ำ ขอให้น้ำจากสายธารศักดิ์สิทธิ์ที่ฝังในความเชื่อของพวกเขา ได้เทราดรดผ่านความบริสุทธิ์แห่งจิตข้า เพื่อความเป็นมงคลและน้อมสักการะ

มันเป็นความเชื่อของเหล่าพราหมณ์ที่ว่า การได้รดน้ำผ่านกายผู้ทรงคุณในความหมายของพวกเขา

มันจะทำให้พวกเขา มีแต่ความสุขความเจริญสืบไปชั่วนิรันตกาล

ข้าตรึกและทำการโยนิโส ออกจากอาบัติต่างๆเพื่อลงน้ำด้วยความมีสติ

ถูกยุคนี้ แต่ผิดยุคก่อน ความเชื่อนี่มันคนละกาลกัน ข้าจำเป็นต้องตัดสินใจ

ที่สุดข้าจึงตกลงใจปลดเปลื้องความบริสุทธิ์ตามความเชื่อกันมาแต่โบราณยังสถานที่

ความบริสุทธิ์แห่งสายธารและเทวสถานในสถานที่ของพราหมณ์เขา การชำระล้างแห่งมงคลและบริสุทธิ์ คือเปลื้องผ้าออกให้สรงน้ำ

ข้าเดินลงน้ำและไปเปลื้องผ้าออกในน้ำ เดินขึ้นไปยังสถานที่อันเป็นแท่นพิธีแห่งเทวสถานที่เหล่าพราหมณ์และนาคบอกกล่าว

หลายคนตามมาทีหลังและได้นั่งกันล้อมวงลงไปบนหินทรายอันเป็นธารน้ำใหลโดยไม่รู้เรื่องราว

ข้าจึงเล่าประวัติแห่งพราหมณ์และสายธารเทพเจ้าแห่งเขาพระสุเมรุอันเป็นความเชื่อ ที่มาความเป็นมาบนเขาพนมกุเลนนี้ให้ทุกคนฟัง

ทุกคนจึงได้พากันถอดเสื้อผ้าและนั่งล้อมวงกันอย่างสำรวม ท่ามกลางป่าใหญ่ ที่ไม่มีใครเข้ามายุ่งเกี่ยว

มันเป็นประสพการณ์อย่างหนึ่งที่ทุกคนยากจะเข้าใจ

อุโบสถวัดพระแก้วของเรา หากใครใส่รองเท้าเข้าไป ผู้ดูแลและประชาชนชาวไทยก็คงไม่ชอบใจมันผู้นั้นเช่นกัน

ที่ตรงนี้ก็เหมือนกัน การเปลื้องผ้าเป็นสิ่งที่ถูกและโดนกำหนดมาเช่นนั้นแต่โบราณ

เป็นแต่ผู้มาทีหลังนี่แหละ เข้าใจว่าตนถูกและทำตัวโดยการใส่รองเท้าสวมเกงขาสั้นใส่เสื้อกล้ามเข้าอุโบสถวัดพระแก้ว

ที่ตรงนี้เขาก็ไม่ชอบใจ มันเหมือนเอาความจัญไรที่ไม่บริสุทธิ์มาเหยียบย่ำสถานที่ของศาสนะเขา ให้มันมัวหมอง

ความชิงชังเครียดแค้นจึงโถมเข้าทำลายและทำร้ายจนพรากชีวิตกันไปในหลายๆคนที่มีจิตใจอันอ่อนแอ

การตายท่านกลางลำธารสายนี้ จึงมีและเกิดขึ้นทุกปี ชาวเขมรรู้ดีแต่คนต่างถิ่นไม่รู้เรื่องอะไร

มันเหมือนขุนน้ำนางนอนบ้านเราที่แม่สายจังหวัดเชียงราย ที่มีการตายโดยไม่มีสาเหตุ เมื่อพากันลงไปเล่นน้ำในแต่ละปี

เรื่องเช่นนี้พวกญานบอด ตาบอดมองลึกลงไปไม่เห็นอะไร หากรู้ข่าวและพบเห็นเข้า ก็จะเกิดการตำหนิติเตียนแห่งทิฏฐิตน ด้วยคำแห่งโลกวัชชะ

ในส่วนของข้าบริสุทธิ์ และเล่าขานร้อยเรียงกันให้ฟังด้วยความบริสุทธิ์

ข้าแค่ไปทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายในชีวิตที่มีอัตภาพนี้ ให้แก่เหล่าลูกหลานที่พวกเขารอคอยและมีความหวัง

เรามองไปยังพื้นย่อมเห็นแบคทีเรียไม่ได้ฉันใด แต่แบคทีเรียมันก็ยังอาศัยอยู่เต็มพื้นฉันนั้นทั้งๆที่มองไม่เห็น

การเห็นมันต้องมีเครื่องมือที่จะเห็น คนไร้เครื่องมือ ไฉนเลยที่จะเกิดมาเห็นเชื้อแห่งแบคทีเรียทั้งๆที่มันก็มีเพ่นพ่านอยู่เต็ม

กลับจากเขาพนมกุเลน พวกเราต่างอาเจียนคลื่นใส้ ท้องร่วงขี้แตก ขอบตาเขียวคล้ำ ผีเข้าผีเกาะหลังกันมาเป็นแถว

ก็ต้องมาแก้กันอีก เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน วันนี้เล่ามาพอสมควรแล้ว..!!

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2559 โดยพระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง