ขอซักคนที่เข้าถึงธรรม

ขอซักคนที่เข้าถึงธรรม

235
0
แบ่งปัน

******* “ขอซักคนที่เข้าถึงธรรม” ******

<<< กราบเท้าพระอาจารย์ด้วยความเคารพอย่างยิ่งครับ

…. กระผมก็เคยไปธุดงค์ครับก็คงจะอยู่ในประเภทที่สาม ยังจัดว่าเป็นพระเลวครับ … เอาตามที่อาจารย์ว่ามา

พวกผมไปกับอาจารย์ที่เป็นผู้นำ ไปกันเป็นร้อยครับ ถามว่าอยากสร้างภาพไหม

ใช่ครับ ก็มีส่วนนะครับ ผมก็อยากให้พี่ๆน้องๆเห็นว่า เห้ย เนี่ยเรามาบวชเราไม่ได้มาหวังอะไรนะ

นี่ไง มาทรมานตนให้ดู กูไม่ได้มานั่งๆนอนๆนะ อะไรประมาณนี้

…เหมือนคำของอาจารย์ที่เคยกล่าวไว้ครั้งนึงผมเคยฟังในยูทูปว่าอะไรที่กูไม่เป็นพระเหี้ยกูทำหมด…

ในช่วงแรกๆที่อาจารย์บวชใหม่ๆ แต่ถามว่าใจศรัทธาไหม

ถ้าไม่มีศรัทธาเลยก็คงไม่ไปครับ เพราะมันลำบาก อยู่วัดเฉยก็ได้ ไปดิ้นรนทำไม

ผมก็อยากเป็นพระที่ดีไงครับ แต่รู้ตัวครับว่ายังเป็นพระเลว เลวมากครับ ใจนี้มีแต่ตัณหาครับ

…อะไรคือธุดงค์ อันนี้ผมยังโง่ครับ ต้องปฏิบัติตามเขาไปก่อน ขึ้นชื่อว่าครูบาอาจารย์ทุกคน ล้วนมีคุณธรรมเป็นของตัวเองที่เราสัมผัสได้เราถึงศรัทธา ถึงแม้ท่านจะไม่ไช่พระอรหันต์

ขนาดพระอาจารย์ธรรมกะเอง ผมก็ไม่เคยเจอกับท่านจริงๆ แต่ผมก็สัมผัสได้ว่าท่านคุณธรรมสูงสูงมากน่าเลื่อมใสครับ…

และส่วนมากพวกผมที่ไปกันจะเป็นพระใหม่ที่บวชได้พรรษาเดียวหรือสองสามพรรษา ที่ไปก็เพราะอยากจะทำดี

แต่มันอาจไม่ตรงหลักธุดงค์ที่แท้จริงของครูบาอาจารย์ แต่มันก็นับว่าได้ฝึก ได้ประสบการณ์มาบ้างครับ

ถ้าปฏิบัติไม่ถูกทางก็เลวไปเสียหมด มันก็น่าน้อยใจครับ เพราะที่ไปกันก็อยากสร้างความดีไว้บ้าง

ถึงแม้จะไม่รู้เรื่องอะไรก็ตาม แต่ขอให้ได้ทำก็พอ …. ธรรมะของพระอาจารย์ผมเข้าใจครับว่าเป็นธรรมะกระแทก เข้าจุดตรงๆ ทำไห้เราหายโง่

ผมไม่ได้ศรัทธาอาจารย์ที่จีวรปะ เพราะผมเห็นมาเยอะ

แต่ผมศรัทธาธรรมะท่านที่ทำให้ผมเป็นควายเป็นไอ้โง่ได้ อันนี้ลึกซึ้งครับ มันทำให้ผมเห็นตัวเองหลายๆอย่าง หายหลงไปเยอะครับ (พอรู้ว่าหลงนั่นแหละเรากำลังหลงว่ารู้ ) คำนี้ผมฟังปุ๊ป ใจผมเทให้อาจารย์หมดเลย ว่าเนี่ยๆๆ ของจริง ต้องคนนี้ …

ต้นไม้ไม่มีเปลือกก็ตาย มีแต่เปลือกก็ตาย ผมคิดว่าแบบนั้น

เราต้องเดินไปทีละขั้นเพราะศรัทธาเราเทียบไม่ได้เลยกับพระอาจารย ์…

ผมพิมพ์มายาวเลยเพราะผมเคยทำแบบนั้น ดูเหมือนเป็นการเถียงครูบาอาจารย์ มันก็ไม่ดี แต่มันเป็นความในใจครับ …

ผมเคารพและศรัทธาท่านเหนือรูปอื่นๆในปัจจุบันนี้ครับ ขอเมตตาชี้แนะต่อด้วยครับ จะด่าแรงๆก็ได้ครับ ศิษย์น้อมรับฟังครับ

>>> พอจ : ดีแล้วครับที่ไปธุดงค์แม้จะเป็นกลุ่มเป็นก้อน

เหล่าพระบวชใหม่นี่ เหมือนหนุ่มโคถึกไฟแรง

ขยันศรัทธาอยากได้ดี

อะไรที่เข้าหูว่าดี ท่านเหล่านี้ก็อยากทำอยากปฏิบัติ

การธุดงค์นี่..ธุดงค์แบบอนุบาลก็ได้ ธุดงค์แบบประถมก็ได้ แบบมัธยมก็ได้ หรือจะแบบมหาลัยเพื่อมรรคผลเลี้ยงชีพเลยก็ได้

ถ้าพูดในแง่ดี มันก็ดีทั้งนั้น เพียงแต่มันอาจไม่ตรงความหมายแห่งมรรคผลที่เราบวชมา

ข้านี่ชี้ให้เห็นความหมายแห่งการธุดงค์ เรามาธุดงค์เพื่ออะไรเท่านั้น

เหมือนกับการชึ้แนะวิธีตกเบ็ดให้ ชี้แนะเทคนิคต่างๆให้เห็น

ผู้นำไปใช้ จะได้ปลาอะไร ตัวขนาดไหน ชนิดใด มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเขา

ส่วนวิธีการ..มันก็ขึ้นแล้วแต่เจตนาและการปฏิบัติของเรา

ไอ้ที่ธุดงค์ไปกันเยอะๆ อาหารพร้อมนี่ มันไปเที่ยวพักแรมในป่ากัน

ใจมันมีเครื่องเกาะของหลากผู้คน ใจมันไม่ช่วยให้แก้ไขปัญหาอะไรอย่างเช่นความกลัว ด้วยใจเจ้าของเอง

การธุดงค์นี่ เป็นธรรมชั้นนักเรียน ผู้อยู่ในขั้นปฏิบัติเตรียมตัวสอบ

พวกที่สอบผ่านแล้ว ท่านก็แค่เล่าเรื่องประสบการณ์ และเลิกธุดงค์ไปตามเหตุปัจจัย

ท่านมาใช้ข้อวัตรอื่นที่ยังถือธุดงค์ไปตามความเคยชิน

การฉันในบาตร การฉันมื้อเดียว การถือผ้าบังสกุล อะไรเหล่านี้ ก็เป็นธุดงค์

ภิกษุผู้มีปัญญาและชาญฉลาดย่อมแสวงและเสาะหาผู้ทรงคุณ

ภิกษุประเภทนี้ มาซิ…ข้าอ้าแขนรับ เอาคมที่ลับมาดีแล้ว มาถากลงที่ข้านี่ เพื่อลบความสงสัยในความคมที่มี

ข้านี่ยินดี เป็นเครื่องลับคมในทุกปัญหาของการปฏิบัติ

มีโอกาสก็เดินทางมาเจอกัน..!!

การเรียนบาลีนี่สำคัญ

ข้าเองนี่ไม่มีโอกาสเรียนทางธรรมหรือเรียนบาลีอะไรกับเขาหรอก

แต่การไม่เรียนก็ใช่ว่าจะโง่ทางธรรมเช่นกัน มันไม่ใช่ตัวการันตีว่าจะไม่รู้ธรรม

การปฏิบัติอย่างแมลงวันบินชนกระจกใส…นี่ก็โง่หลาย

การรู้ธรรมที่ประจักษใจขึ้นมาได้นี่ มันอาศัยเหตุปัจจัยหลากหลาย

การเรียนมันจะช่วยให้ใจขยายพื้นที่ยืนในความรู้แห่งร่องธรรมได้ง่าย

แต่หัวใจของเจ้าของก็ต้องยอมรับธรรมแห่งความเป็นจริงในมุมที่ตำรา มันสาวไปไม่ถึงด้วย

เรียนเพื่ออบรมใจตน และรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์พุทธศาสนา ย่อมเป็นกำลังให้แก่พุทธศาสนาทุกชนชั้นสังคม

ปฏิบัติจริง อย่างเอาเป็นเอาตาย อาจได้ตายเปล่า เพราะการเอาจริง ก็ใช่ว่าจะการันตีว่าจะเข้าถึงมรรคผลได้

มีโอกาสเรียนก็เรียน ย่อมดีกว่าไม่เรียน

ปฏิบัติเอามรรคผลจริงๆ ไม่ต้องเรียนก็ได้ แต่ต้องมีครูบาอาจารย์ที่รู้จริงชี้

เอาจริงตายเป็นตาย อาจตายฟรี และอาจเข้าถึงมรรคผลได้ หากเป็นจำพวกผลไม้ที่แก่จัดพร้อมสุกงอมบารมี

แต่พวกหลังนี่ มันจะมีอะไรบางอย่าง มาจูงใจ ให้เห็นสิ่งหนึ่งเพื่อค้นหาสิ่งหนึ่งอยู่เสมอ

หากกำลังใจเจ้าของได้พบเจอ และดำเนินมาทางร่องนี้ เช่น ทางจิต หรือทางปัญญาที่แสดงออกมา อย่างเจ้าของเองก็หาคำตอบไม่เจอ

บุรุษเช่นนี้ ไม่ควรเสียเวลาเรียน มุ่งปฏิบัติไปอย่างโง่ๆนั่นแหละ

การเข้าถึงมรรคผลอาจมีผลให้เห็น

เมื่อถึงจุดสุดท้ายดุจเดินเข้าถึงเส้นชัย

เขาก็จะเป็นกำลังให้แก่พุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ โดยเข้าใจและไม่ต้องผ่านการเรียนอะไรเลย

เรียกว่า..เป็นผู้เข้าใจพระไตรปิฏกทั้งเล่มโดยไม่ต้องเรียน

ในพุทธศาสนามักมีชนเช่นนี้กำเนิดอยู่เสมอ

ข้าหวังว่า..จะเจอคนเช่นนี้บนผืนแผ่นดินนี้ซักคนสองคน..!!

บทธรรมขยายเพิ่มเติม ณ วันที่10 สิงหาคม 2559 โดยพระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง